หมอแมว View my profile


ภาพจาก Freeimages.com

การออมเงิน เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์ในยุคนี้ เพราะว่าเราไม่มีทางรู้ว่าต่อไปชีวิตของเราจะมีใครดูแลหรือไม่ และเราก็ไม่สามารถบอกได้ว่าหลังเกษียณไป เราจะมีแรงทำงานหาเงินหรือไม่
วิธีที่ดีที่สุดในการออมเงิน คือ เมื่อได้เงินเดือนมาแล้ว ให้หักเงินออมไว้ก่อน เหลือเท่าไหร่แล้วใช้จ่าย
(ไม่ใช่ใช้จนสิ้นเดือนแล้วเหลือแค่ไหนเอาไปออม ซึ่งโดยมากมักจะไม่เหลือ)
แต่ก็มีคนที่ทำไม่ได้หรือรู้สึกว่ายังลังเลที่จะทำ

วันนี้วันที่ 31 ตุลาคม 2557 วันออมแห่งชาติ หมอแมวขอนำเสนอเทคนิกการออมเงิน 5 เทคนิกที่มนุษย์เงินเดือนนำปไใช้ได้ครับ



1. ออมวันละ 50 บาท
 

ภาพจาก Freeimages.com
 

เงิน 50 บาทถือเป็นเงินจำนวนไม่ได้มากไปน้อยไปสำหรับการใช้ในแต่ละวัน และแบงค์ใบสีฟ้าๆ ยังเป็นสีที่ทำให้คนอารมณ์ดี (คนส่วนมากชอบสีฟ้าและเป็นสีในแง่ดีมากกว่าสีอื่น ส่วนสีเขียวแบงค์20นั้นก็ดี แต่น้อยไปหน่อย )

การออมแบบนี้จะได้ ปีละ18250 บาท เหมาะกับคนที่อยากจะเก็บเงินไว้ให้รางวัลกับชีวิตตนเองยามปลายปี
 



2. ออมเงิน 52 สัปดาห์ 52 Week Money Challenge

ภาพจาก Freeimages.com
 
เก็บเงินหยอดลงกระปุกทุกวันอาทิตย์
โดย
สัปดาห์ที่ 1 ลง 30 บาท
สัปดาห์ที่ 2 ลง 60 บาท
สัปดาห์ที่ 3 ลง 90 บาท... เพิ่มไปเรื่อยๆทุกสัปดาห์ เพิ่มสัปดาห์ละ 30 บาทๆ ไปเรื่อยๆ
ในแต่ละสัปดาห์ เงินที่จะต้องเก็บออมจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ (ในสัปดาห์ที่52 ต้องลงเงิน 1560 บาท )

การออมแบบนี้จะได้ ปีละ 41340 บาท เหมาะกับคนที่อยากเก็บเงินแบบให้รางวัลกับชีวิตยามปลายปีในแบบรางวัลใหญ่ หน่อย และมีข้อดีที่สร้างวินัยในการออมได้ในตนเอง เพราะต้องวางแผนช่วงปลายปีให้ดี

(ที่มาของวิธีนี้เป็นจากธนาคารในสหรัฐ โดยเขาให้เก็บคร้ังละ 1$ ซึ่งในคนไทย ใครจะปรับใช้ก็คำนวณเอาได้)
 


3. กินเท่าไหร่ ออมเท่านั้น


ภาพจาก Freeimages.com

ให้จดบัญชีว่าในแต่ละวันเรากินอาหารโดยใช้เงินซื้ออาหารเท่าไหร่ จากนั้นให้เอาเงินจำนวนเท่ากันนั้นใส่ลงในกระปุกหยอดเก็บไว้ แล้วพอครบเดือนหรือครบปีก็เอาเงินในนั้นไปฝากธนาคารหรือลงทุนต่อ

การออมแบบนี้ให้ความอุ่นใจว่าถ้าเราเก็บแบบนี้ได้เรื่อยๆ ต่อไปหลังเกษียณ อย่างน้อยที่สุดเราก็จะมีเงินพอ"กินอาหาร" ในสไตล์ที่เรากำลังใช้ชีวิตในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องกินอาหารที่แย่ลง (ทั้งนี้ต้องไม่ป่วยเลยนะ)


4. ใช้เท่าไหร่ ออมเท่านั้น
 

ภาพจาก Freeimages.com


เป็นขั้นกว่าของแบบการออมแบบที่ 3
โดยให้คิดรวมไปถึงเงินที่เราใช้ในการดำรงชีวิตทุกอย่าง ใช้อะไร เกิดอะไรขึ้น ออมให้เท่ากัน
จะกินข้าว ซ่อมคอม ดูหนัง ไม่สบาย เข้ารพ. รถเสีย
เงินออกจากกระเป๋าเท่าไหร่
เก็บออมเท่ากัน

การออมแบบนี้มีข้อดีตรงที่ว่าเป็นการการันตีขั้นต่ำว่าต่อไปเราเกษียณแล้ว เราจะสามารถใช้ชีวิตได้ในระดับเดียวกันกับที่เราทำอยู่ในตอนนี้ในทุกด้าน (แต่อย่าลืมนะครับว่าไม่ได้รวมอัตราเงินเฟ้อ 3 % ต่อปี ดังนั้่นเวลาเอาเงินส่วนนี้ไปเก็บก็ขอให้กเ็บในที่ที่มีการงอกเงย มากกว่า3%ด้วย)



5. ออมจากสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพ


ภาพจาก Freeimages.com

งดบุหรี่วันละซอง 1 ปี จะเหลือเงินเพิ่ม 14600
งดเบียร์วันละกระป๋อง 1 ปี จะเหลือเงินเพิ่ม 12775
งดดื่มกาแฟกระป๋อง มาดื่มกาแฟชงเอง (5บาท)1ปี จะเหลือเงินเพิ่ม 2555
งดดื่มกาแฟแก้วละ30 มาดื่มกาแฟชงเอง (5บาท) 1ปี จะเหลือเงินเพิ่ม 9125
งดดื่มกาแฟแก้วละ100 มาดื่มกาแฟชงเอง (5บาท) 1ปี จะเหลือเงินเพิ่ม 34675
งดดื่มชาเขียวขวดละ 15 บาทวันละขวด และหันไปดื่มน้่ำเปล่า 1 ปี จะเหลือเงินเพิ่ม 5475

ใช้ได้กับคนที่ต้องการลดละเลิกสิ่งที่ตนเองรู้สึกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นเทคนิกเสริมกำลังใจให้มีกำลังใจว่าอย่างน้อยนอกจากสุขภาพที่ไม่แย่ลง ยังมีสิ่งที่จับต้องได้เป็นตัวเงินเพิ่มขึ้น
และผลพลอยได้คือ บางครั้งเราบอกเพื่อนให้เลิกบุหรี่เพื่อจะได้มีเงินเก็บบ้าง เพื่อนบางคนจะสวนกลับมาว่า "แล้วไหนล่ะเงินเก็บของแก"
เราจะได้มีหลักฐานเอาไว้ยันให้เพื่อนหงายเงิบไงครับ


PS ภาพจาก Freeimages.com


Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากครับ บางวิธี คิดไม่ถึง 

#3 By ps (58.11.89.29|58.11.89.29) on 2014-11-01 16:20

น่าสนใจเลยครับ ปรกติผมหยอดกระปุกแบบพิเศษโดยใช้แบบแรกแต่ต่างกันนิดคือ พอได้แบงค์ 50 จากการทอนมาแล้วก็เก็บแทนที่จะเก็บทุกวัน เวลาพนักงานทอนเงินมาก็จะมีอะไรเล่นด้วย สนุกดีครับ แบบอื่นๆก็น่าเอาไปใช้เหมือนกันนะครับเนี่ย

#2 By Elta_kung on 2014-11-01 13:12

#1 By (49.49.120.70|49.49.120.70) on 2014-10-31 14:09

Recommend