หมอแมว View my profile


  ภาพประกอบโดย hoefi จาก freeimage.com



การเริ่มต้นวันที่ดีจะทำให้สิ่งที่ทำต่อไปในตลอดทั้งวันมี แนวโน้มที่จะดี เรามาดูเทคนิกที่สามารถช่วยให้เราสามารถเริ่มต้นวันทำงานดีๆกันเถอะครับ

1. มาถึงให้ตรงเวลา
ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องการมาสายแล้วเจอเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายเขม่น (ซึ่งโดนแน่ๆ) แต่การมาถึงตรงเวลาจะทำให้กรอบความคิดของเราไม่รีบร้อนเกินไป และไม่เฉื่อยชาเกินไป
คนที่มาสายจะเกิดแนวกรอบความคิด 2 อย่างที่เจอได้ก็คือ
- แบบแรก เราจะรีบร้อนมากขึ้น เพราะรู้สึกติดตั้งแต่ก่อนเข้างานว่าต้องรีบทำงานให้ทันชดเชยเวลาที่ขาดไป หรือทำให้ทันเพื่อให้คนรอบข้างรู้สึกว่าเราไม่ได้ขี้เกียจ ซึ่งแบบนี้จะทำให้งานเราพลาดได้ง่ายขึ้น
- แบบสองที่แย่กว่าคือ เราจะรู้สึกว่าสายก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แบบนี้จะทำให้งานของเราช้ายิ่งกว่าเดิม ผลงานแย่กว่าเดิม

2. ตั้งหลักพักหายใจ
หายใจเข้าลึกๆ และตั้งสมาธิทำหัวให้ว่าง ... หลายคนมีเรื่องกังวลใจจากงานเมื่อวานหรือจากที่บ้าน สิ่งที่ต้องทำก็คือหายใจเข้าออกลึกๆ ให้ออกซิเจนเข้าปอดให้เต็มที่ทำใจให้สบาย และปล่อยเรื่องส่วนตัวที่ไม่จำเป็นไว้ที่นอกที่ทำงานก่อน การทำหัวให้ว่างจะช่วยให้สมองไม่ต้องรับloadจากการแบ่งแยกสมาธิไปคิดเรื่องอื่นระหว่างทำงาน

3. ทักทายเพื่อนร่วมงาน  อย่างยิ้มแย้ม
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การมาทำงานก็คือการเข้าสังคมแบบนึง การทักทายเพื่อนร่วมงานนอกจากจะทำให้ได้รับข้อมูลที่อาจจะจำเป็นในการทำงาน แต่ละวันแล้ว ยังช่วยให้เรารู้สึกไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวและกำลังอยู่ในสังคมกับคนอื่น

4. ยิ้มไว้เสมอ แม้จะอยู่คนเดียว
การยิ้มจะทำให้เรามี มุมมองความคิดในหัวแบบ”ด้านบวก” และไม่อารมณ์เสียหงุดหงิดง่าย ดังนั้นหากระจกสักบานมาติดไว้ในที่ที่มองเห็นได้ตรงหน้า จากนั้นเวลาทำงานอารมณ์หงุดหงิดก็หันไปมองสักหน่อยก่อนที่ยิ้มให้กับตัวเอง เป็นการลดความเครียดในแต่ละวัน
และไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมองว่าเราบ้าที่ยิ้มคนเดียว เพราะว่าเวลาเราอยู่คนเดียวไม่มีใครเห็น

5. เตรียมแผนงานในแต่ละวันอย่างคร่าวๆ และจัดเวลาพักสมอง 5 นาที เป็นระยะๆ
การตั้งเป้าหมายว่าในแต่ละวันเราจะทำงานให้เสร็จได้แค่ไหนถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อจัดแล้ว พอทำงานไปได้ระยะหนึ่งเราจะทราบได้ว่าตอนนี้เรากำลังทำงานเร็วหรือช้าเกินไป จะทำให้เราสามารถปิดงานในแต่ละวันได้อย่างไม่เครียดมากนัก
ที่สำคัญคือ แบ่งเวลา 5 นาที (1-2ครั้ง) ในช่วงเช้า และช่วงบ่าย ไว้สำหรับการพัก เป็นการพักสายตา พักสมอง บิดขี้เกียจ หรือมองไกลๆ จะช่วยให้ร่างกายไม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและเครียดจนประสิทธิภาพการทำงานลด ลงได้

6. จัดที่นั่งโต๊ะทำงานให้ดี
การจัดที่นั่งให้เหมาะสมจะช่วยลดความตึงเครียดของร่างกาย คุณควรจัดที่นั่งของโต๊ะทำงานไม่ให้ต้องหันคอไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป จัดที่วางแขนให้พอดีกับข้อศอกในขณะที่พิมพ์งานเพื่อจะได้ไม่เมื่อยปวด แขน(ซึ่งมันจะร้าวไปปวดไหล่ ต้นคอ และกลายเป็นปวดศีรษะ) เท้าเมื่อนั่งโต๊ะทำงานเท้าก็ต้องสัมผัสพื้นพอดีแนบสนิทเพื่อลดอาการปวดหลัง และปวดต้นขา คุณจะได้เลิกวันทำงานในแต่ละวันได้อย่างสดชื่นไม่เหนื่อยเหมือนไปออกแรงมา ทั้งวัน

7. ดึงสายคีย์บอร์ดและเมาส์ให้หย่อนเล็กน้อย
การที่สายคีย์บอร์ดและเมาส์ตึง มันจะทำให้ระหว่างการทำงานแล้วเราเกิดขยับอุปกรณ์ จะรู้สึกว่าขยับไม่ได้ ติด ต้องออกแรง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มันจะทำให้เกิดความรู้สึกขัดอกขัดใจขึ้น เพราะเราจะรู้สึกว่าแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เราก็ยังไม่สามารถควบคุมมันได้ จะทำให้ตลอดทั้งวันเป็นวันที่น่าหงุดหงิด

8. จัดสรรเวลาในการอ่านอีเมล์หรือบันทึกภายใน
 การจัดเวลาที่เหมาะสมชัดเจนจะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในสมองไปคิดถึงว่าจะต้อง เช็คเมล์เมื่อไหร่หรือกังวลว่าจะมีอะไรที่พลาดไปหรือไม่ ถ้าทำงานที่ต้องใช้เมล์หรืออ่านบันทึกมาก ก็จัดเวลาอ่านหลักสัก2ครั้ง โดยครั้งที่สองให้อ่านก่อนเลิกงาน 1 ชั่วโมง (อย่าไปอ่านตอนเลิกงานพอดี) เพราะจะได้เหลือเวลาไว้ทำก่อนเลิกงาน ไม่ต้องมาอยู่ที่ทำงานล่วงเวลา
ส่วนงานที่ด่วนมากๆ คงไม่มีใครส่งในเมล์ตอนก่อนเลิกงานหรอก ถ้าส่งแบบนั้นโทรมาจะดีกว่าเยอะ

9. จัดโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนออกจากที่ทำงานในแต่ละวัน
การจัดโต๊ะก่อนออกจากที่ทำงานจะให้เวลาเราประมาณ 4-5 นาทีในการระลึกว่าเรายังมีอะไรที่ตกค้างหรือไม่ได้ทำ จะได้ไม่ต้องมานั่งตกใจนึกได้ตอนกำลังเดินทางกลับบ้านไปแล้ว นอกจากนี้ยังทำให้เราสามารถเริ่มงานวันพรุ่งนี้ได้อย่างสบายใจอีกด้วย

 
 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend