หมอแมว View my profile

ไช้ ชัก ฉีดยา

posted on 20 Apr 2013 04:03 by mor-maew  in 1MinDetective

 

แม่อุ้มลูกน้อยรอตรงหน้าห้องฉีดวัคซีน พยาบาลกำลังตรวจวัดไข้เด็กพร้อมกับซักประวัติอยู่

“แม่ทำไมพาน้องเค้ามาผิดนัดล่ะคะ” พยาบาลถามขึ้น “น้องเค้าขาดฉีดวัคซีนมา2รอบแล้วนะคะ”

ไม่มีคำตอบจากพ่อแม่เด็กที่นั่งตรงหน้านอกจากสายตาที่มองกลับมาอย่างว่างเปล่า สุธีราดึงปรอทวัดไข้ออกจากรักแร้เด็กก่อนจะเอามาดู

“39.8องศา คุณแม่คะ น้องไข้สูงมากี่วันแล้วคะเนี่ย” พยาบาลร้องอย่างตกใจ “อย่างนี้ฉีดวัคซีนไม่ได้นะคะคุณแม่”

“เด็กมันก็มีไข้เป็นธรรมดาแหละหมอ” พ่อเด็กบอก “ก็เห็นว่าวันนี้มีไข้ ไหนๆจะต้องมาโรงพยาบาลอยู่แล้ว ก็เอามาฉีดวัคซีนไปเลย”

“ไม่ได้ค่ะ หลังจากฉีดวัคซีนแล้วอาจจะมีไข้ได้ ถ้าน้องมีไข้อยู่แล้ว ไข้อาจจะสูงขึ้นไปอีก” พยาบาลสาวตอบ

“นี่ลูกผมไม่ได้ฉีดมาสองรอบแล้ว งั้นถ้าหมอไม่ให้ฉีดแล้วลูกผมป่วยเป็นไรขึ้นมา หมอจะรับผิดชอบไหวไหม” พ่อเด็กพูดอย่างกวนๆ “ หรือจะให้ทำลูกชดใช้ห๊ะ”

สุธีราไม่ตอบโต้อะไร พี่พยาบาลอาวุโสของอนามัยหันมาทางชายหนุ่มพ่อของเด็กชี้หน้าเป็นสัญญาณให้หยุดพูดจาลวนลามพยาบาล

“สุธีรา เดี๋ยวเธอเอาเด็กคนนี้ไปเช็ดตัวก่อน แล้วเสร็จแล้วโทรหาถามหมอเด็กที่โรงพยาบาลว่าจะให้วัคซีนได้ไหม ถ้าได้ก็ให้ ถ้าไม่ได้ก็นัดมาวันหลัง”

พยาบาลสาวรับคำ จากนั้นเดินพามารดาและทารกน้อยไปเช็ดตัว ที่จริงทั้งพ่อและแม่ของเด็กทารกน้อยคนนี้อายุน้อยกว่าเธอเสียอีก คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนที่เธอเรียนจบมัธยมจากโรงเรียนจังหวัด เธอจะทันเห็นพ่อเด็กอยู่ชั้นมัธยมต้นด้วยซ้ำไป พอจบพยาบาลมาทำงานที่นี่ปีแรก กลับมาจังหวัดบ้านเกิด เธอก็พบว่างานหลายๆอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด จบมาตำแหน่งบรรจุก็ไม่ได้ เงินเดือนก็ไม่ได้มากมาย  ทั้งมาประจำในสถานีอนามัยซึ่งมีแต่ผู้หญิงแบบนี้พวกวัยรุ่นผู้ชายหลายๆคนก็ชอบพูดจาแทะโลมเป็นประจำ

ยังดีที่สถานีอนามัยนี้เป็นแบบที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง นอกจากไม่ไกลบ้านมากก็ยังมีร้านค้ามีสิ่งที่พอจะทดแทนกันได้บ้าง อย่างน้อยมีเซเว่นอีเลฟเว่น มีร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า (เคยมีโรงหนัง แต่ปิดไปแล้ว) มีร้านหนังสือ ... จะว่าไปเธอโทรไปสั่งนิตยสารจากร้านหนังสือ เจ้าของร้านบอกว่าเดี๋ยวจะให้เด็กมาส่ง ยังไม่เห็นมาเลย ....

*****

สุรศักดิ์ปั่นจักรยานมาตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตรงไฟแดงเมื่อกี้ก็เกือบไป เนื่องจากมาอยู่ที่นี่ไม่ถึงเดือนและไม่ค่อยได้มาทางนี้ ทำให้เขาไม่นึกว่าไฟแดงที่นี่จะมีรถฝ่าไฟแดงกับย้อนศรเยอะขนาดนี้ ... ป้ายสถานีอนามัยที่ผ่านมาก็เล็กเหลือประมาณ แต่สถานีอนามัยก็อยู่ข้างหน้านี้แล้ว ชายหนุ่มจอดรถจักรยานไว้ เดินขึ้นบันไดสถานีอนามัยขึ้นไป

“พยาบาลสุธีราอยู่ไหมครับ ผมเอาหนังสือจากร้านหนังสือมาส่งครับ” สุรศักดิ์ถามเจ้าหน้าที่ตรงโต๊ะชั่งน้ำหนักซึ่งชี้เข้าไปตรงห้องทางด้านซ้าย .... เขาหันตามไปตรงมือที่ชี้ตอนที่มีเสียงผู้หญิงตะโกนออกมา

“ว้ายยยยยย เด็กชัก ใครอยู่ข้างนอกมาช่วยหน่อยเร็ว”

สุรศักดิ์วางหนังสือในมือลงแล้วผลันเข้าไปในห้องนั้น มีพยาบาลอายุไม่มากในห้องนั้นหนึ่งคน ส่วนพยาบาลมีอายุอีกคนวิ่งตามหลังเค้าเข้ามาพอดี ร้องสั่งให้จับเด็กไว้แล้วก็วิ่งไปเตรียมยา สุรศักดิ์เข้าไปจับตัวเด็กที่กำลังชักกระตุกเกร็งให้ตะแคงพลางดึงมือพ่อเด็กที่กำลังพยายามง้างปากจะยัดฝาขวดนมเข้าไป

“คุณ อย่าง้าง เด็กทารกมีฟันที่ไหน” สุรศักดิ์จับแขนพ่อเด็กเขย่า “ ช่วยกันจับตะแคง แล้วอย่าให้สำลักนม”

พยาบาลสาวที่อยู่ตรงข้ามเขาดูตื่นๆจับเด็กไว้แบบไม่ค่อยมั่นคง ชายหนุ่มจึงช่วยพยาบาลจับเด็กไว้ เด็กเริ่มเกร็งน้อยลงจนหยุดไปพอดีกับพยาบาลสูงวัยเอาเข็มฉีดยามาถึงพอดี ... เธอวางเข็มฉีดยาลงแล้วเอาหูฟังมาฟัง ส่วนพ่อเด็กโวยวายไม่พอใจ

“หมอทำอะไรลูกผม ลูกผมมาดีๆแบบนี้ฉีดยาไปทีเดียวชักเลย” ชายคนนั้นโวยวาย “แม่งเอ๊ย”

เสียงโครมดังขึ้น ชายคนนั้นเตะเก้าอี้กระเด็นไป พยาบาลสาวหน้าเสีย เธอยังไม่เคยเจอคนไข้ที่มาโวยวายแบบนี้มาก่อน

“นี่คุณ... เด็กมีไข้สูงตั้งสามสิบเก้าองศาก็ชักได้อยู่แล้ว เดี๋ยวเช็ดตัวไข้ลงสักนิดนึงแล้วรอดูก่อน” พี่พยาบาลหัวหน้าสถานีพูดขึ้น

สุรศักดิ์จับตัวเด็กกลับมานอนท่าปกติ เด็กยังนอนนิ่ง หน้าอกยกขึ้นลงเป็นจังหวะ แขนขาอยู่ข้างตัวนิ่งๆไม่เคลื่อนไหว ชายหนุ่มจับแขนขายกขึ้นนิดนึงแล้วก็ลูบไปที่กระหม่อมตรงกลางศีรษะแล้วก็ถามขึ้น

“คุณพ่อ ... ปกติตรงกระหม่อมกลางหัวน้องเค้าบวมโตแบบนี้หรือเปล่า” สุรศักดิ์ถามอย่างสงสัย ... พยาบาลสาวเดินเข้ามาตรวจดู

“ฟอนทาเนลโป่งมากเลยค่ะพี่” สุธีราบอก

“งั้นเอารถออกเลย ไปโรงพยาบาล” พยาบาลอาวุโสบอกพลางหันมาทางสุรศักดิ์ “พ่อหนุ่ม เธอช่วยอุ้มเด็กนิดนึงนะ ป้าสงสัยว่าน้องเค้าจะไม่ไหว”

สุรศักดิ์ยกเด็กเดินออกไปโดยมีพ่อและแม่ของเด็กเดินตาม คนที่รอตรวจบนอนามัยแหวกทางให้พลางมองอย่างสนใจ สุรศักดิ์เดินไปรอรถปิคอัพที่กำลังติดเครื่องตรงหลังสถานี

“น้องๆ หนังสือ” พี่เจ้าหน้าที่ตรงจุดชั่งน้ำหนักวิ่งลงมาแล้วยัดนิตยสารเล่มที่เอามาส่ง เหน็บใส่ไว้ตรงกางเกง ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับพยาบาล และแม่ของเด็ก ส่วนพ่อเด็กที่กำลังจะก้าวขึ้นมาก็ชะงักเมื่อสุรศักดิ์ถาม

“คุณเอารถอะไรมา”

“มอไซค์”

“เดี๋ยวขับตามมาเลย จะได้ไม่ต้องย้อนมาเอา ส่วนคุณแม่ผมว่าไปนั่งด้านหน้าดีกว่าครับ เดี๋ยวผมกับคุณพยาบาลดูน้องเค้าด้านหลังสองคนจะง่ายกว่า พื้นที่มันไม่ค่อยมี”

แม่เด็กลงจากแคปด้านหลังไปเปิดประตูหน้า ส่วนพ่อเด็กก็วิ่งไปที่รถ พยาบาลสาวเงยหน้ามองสุรศักดิ์แวบนึง

“ขืนให้พ่อเด็กขึ้นมาด้วย มีหวังบ่นหูชาจนถึงโรงพยาบาลแน่ๆ” สุรศักดิ์ตอบ “เด็กมาฉีดยาเหรอครับ”

“ค่ะ เด็กมาฉีดวัคซีน แต่ว่าตัวร้อน เมื่อกี้ก็เลยโทรไปถามหมอเด็กที่โรงพยาบาลแล้วก็เช็ดตัวก่อน” สุธีราตอบ

“คุณๆ เด็กชักอีกแล้ว” สุรศักดิ์ร้องขึ้นก่อนจะจับเด็กตะแคงข้าง เด็กเริ่มเกร็งกระตุกอีกเป็นจังหวะ กึก กึก กึก เขามองสอดส่ายหายา “ยากันชักอยู่ไหนล่ะคุณ”

“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ชั้นเอาใส่ถาดเหล็กขึ้นมาด้วยนี่” พยาบาลสาวมองซ้ายขวา

“ถาดเหล็กที่ห่อผ้าแดงๆใช่ไหม”

“ใช่ ... อยู่ตรงไหนเหรอ” เธอถาม

“พ่อเด็กมันคว้าติดมือไปใส่หน้ารถอยู่โน่นแล้วคุณ” สุรศักดิ์ทำหน้าพยักเพิยดไปทางมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งตามมา มีผ้าแดงๆกับกล่องโลหะที่ฝาเปิดกระจาย “ยาหล่นจากตะกร้าไปแล้วมั้งนั่น ไม่เป็นไร คุณเปิดออกซิเจนให้หน่อยแล้วกัน”

เด็กหยุดชักแล้วพอดีกับรถปิคอัพวิ่งข้ามแยกไฟแดงแล้วเลี้ยวเข้าไปในโรงพยาบาล สุรศักดิ์อุ้มเด็กลงแล้วเดินเข้าไปข้างใน เอาเด็กอุ้มไปในห้องresuscitation แล้ววางตรงเตียงเด็กในห้องนั้น หมอกับพยาบาลเข้ามาพอดี

“เดี๋ยวหมอถามหน่อยนึง คุณเห็นเหตุการณ์ใช่ไหม” หมอถามสุรศักดิ์ “ ตอนเด็กชัก เด็กชักยังไง”

“เด็กชักแบบเกร็งมือก่อน จากนั้นตามไปหัวแล้วก็ขา จากนั้นก็กระตุกเป็นจังหวะๆครับ” สุรศักดิ์ตอบ  “ก่อนมามีชักซ้ำไปอีกครั้งนึงบนรถ”

แล้วหมอเด็กก็เข้าไปตรวจดูตัวเด็ก จับเจาะเลือดสั่งให้ยา พ่อกับแม่เด็กยืนอยู่หน้ากระจก ไปข้างซ้ายของสุรศักดิ์ คนพ่อร้องตะโกนโว้ย ว้าก เหมือนไม่พอใจเป็นระยะแล้วค่อยๆถอยเดินไปที่ข้างหลังพยาบาลสถานีอนามัยที่ยืนตรงหน้ากระจกมองเด็กน้อยข้างในด้วยความเป็นห่วง พ่อเด็กหันซ้ายหันขวาเหวี่ยงแขนไปมา ... สุรศักดิ์เห็นแปลกๆนิดนึง เลยก้าวเท้าไป

“เพี๊ยะ!!!!!”  “ว้าย!”

เสียงเหมือนนักวอลเล่ย์บอลที่กระโดดตบลูก ต่างกันแต่ว่าเสียงดังนั้นเป็นเสียงมือที่ประทะกับหนังหน้า คนไข้และพยาบาลในห้องฉุกเฉินหันมาพอดีกับที่สุธีราเซเสียหลักเข้าไปกระแทกกับกระจกห้องฉุกเฉินโดยมีพ่อของเด็กยืนจังก้า มือที่ตบใบหน้ายังยกค้างอยู่

ส่วนสุรศักดิ์ยืนงงๆ ยกมือคลำแก้มซ้ายอย่างเจ็บปวด พลางเดินถอยหน้ามานิดนึง แรงตบเมื่อกี้ทำให้เขาเซไปกระแทกหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังอย่างจัง

“มึงจะมาขวางทำห่าอะไรไอ้เหี้ย” พ่อเด็กตะโกน “กูจะตบนังนั่ง ดูมันฉีดยาจนเด็กชักยังมาลอยหน้าลอยตาอีก”

สุธีรากลัวจนตัวสั่นพูดอะไรไม่ออก ชายวัยรุ่นพ่อเด็กทารกน้อยทำท่าจะเดินเข้ามาแต่ชะงักเมื่อสุรศักดิ์เอามือที่ไม่ได้กุมแก้มชี้หน้าเอาไว้ พอดีกับหมอเด็กเดินออกมา

“คุณพ่อคุณแม่คะ เดี๋ยวหมอจะขอเจาะน้ำไขสันหลังลูกไปตรวจหน่อยนะ หมอคิดว่าที่เด็กไข้สูงแล้วก็ชักแบบนี้น่าจะเป็นจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบ” กุมารแพทย์พูดขึ้น “ยังไงเดี่ยว....”

“ไม่ต้องเลยหมอ นี่เข้าข้างกันใช่ไหม ก็เห็นชัดๆว่าฉีดวัคซีนแล้วชัก”พ่อเด็กโวยวาย” ยังจะมาเยื่อหุ้มสมองบ้าอะ....”

“เงียบ!” สุรศักดิ์ตวาดใส่อย่างโกรธจัด “ฟังชาวบ้านชาวช่องเค้าพูดมั่ง พูดปาวๆว่าฉีดยาแล้วชัก ได้ถามพยาบาลรึยังว่าฉีดยารึเปล่า”

พยาบาลสาวแห่งสถานีอนามัยส่ายหน้าทันที “เมื่อกี้ยังไม่ทันได้ฉีดเลยค่ะ เช็ดตัวเพิ่งเสร็จเด็กก็ชักแล้ว”

“แก้ตัวรึเปล่า” พ่อเด็กพูดอย่างไม่เชื่อใจ แต่โดนดึงแขนจากภรรยา

“หมอเค้ายังไม่ได้ฉีดยาเลยพี่ ... ชั้นช่วยเช็ดตัวอยู่ยังเช็ดไม่ทันเสร็จเลยลูกก็ชักแล้ว”

“อ้าวเหรอ ขอโทษที” พ่อเด็กหันกลับมายิ้มแหยๆ “ เจ็บมั้ย”

“อยากโดนเองมั่งมั้ย สัด” สุรศักดิ์สบถก่อนจะโบกมือ  “ไปหาหมอทางโน้นเลย ไป ไป “

 

พ่อแม่เด็กเดินไปแล้ว สุธีราเดินมาหาสุรศักดิ์ มองดูใบหน้าที่แดงเป็นรอบมือกับรอยช้ำม่วงๆ ... เธอนึกได้เลยว่าใบหน้าของเธอเกือบจะมีสภาพแบบนี้แล้ว ถ้าชายคนนี้ไม่เข้ามาขวางไว้

“ขอบคุณมากเลยค่ะที่ช่วยเอาไว้” พยาบาลสาวพูดขึ้น “เจ็บมากไหมคะ”

“เจ็บสิคุณ ถามได้” สุรศักดิ์ตอบ “แล้วจริงๆผมไม่ได้เข้ามารับฝ่ามือแทนคุณนะ จริงๆผมจะเข้าไปบอกพ่อเด็กว่าเด็กยังไม่ทันได้ฉีดยาเลยก็ชักแล้ว” คลำใบหน้าป้อยๆ “แต่แม่มตบมาก่อน ... “

“เอ่อ .... แต่ก็ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยไว้ เดี๋ยวชั้นไปขอน้ำแข็งมาประคบให้นะคะ”

“อ้อ เดี๋ยวคุณ “ สุรศักดิ์เอื้อมมือไปหยิบนิตยสารที่เหน็บไว้ที่ข้างหลังยื่นให้ “นิตยสารที่สั่งไว้”

พยาบาลสาวรับนิตยสารที่ยับยู่จากการนั่งทับตลอดการเดินทางมาไว้ ยิ้มก่อนจะหันกลับไปเพื่อจะไปขอน้ำแข็งมาประคบ ชายหนุ่มยกมือร้องเรียกขึ้น

“เดี๋ยวครับ คุณ ... คือ”

“สุธีราค่ะ” พยาบาลสาวหันกลับมาตอบ “ส่วนคุณ ...”

“อ๋อ ... ผมชื่อสุรศักดิ์ครับ ... คือผมรู้จากเฮียเจ้าของร้านหนังสืออยู่แล้วว่าคุณชื่อสุธีราครับ “ สุรศักดิ์เอามือเกาหัวโคลงไปมาก่อนจะแบมือ

 

“คือ ค่านิตยสาร 35 บาทครับ” 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อุ... มีของแถม สุรศักดิ์ สุธีราต่อมั้ยคะ confused smile 
แถมให้คุณหมอ

#1 By D-faxtory on 2013-04-20 06:53

แบบนี้เลิฟๆกันเลยน่าจะดีนะคะคุณหมอแมว อิอิ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By - な み だ の 風 - on 2013-04-20 09:32

จำได้ว่าสุรศักดิ์แค่จะมาส่งนิตยสาร sad smile Hot!

#3 By ตรีพันธ์ on 2013-04-20 20:49

Hot! ชอบเรื่องสั้นหมอแมวมากเลย มีครบทุกรส cry

#4 By MeO on 2013-04-21 22:00

อยากจะช่วยชกพ่อเด็กsad smile แฮ่ๆ

#5 By Mango Hotel on 2013-04-22 10:41

Hot! Hot! Hot!  อ่านแล้วทำไมรู้สึกเหมือนมันควรจะมีต่อนะคะ อิอิ  ปล. แต่พ่อของเด็กเนี่ยไม่ไหวจริงๆ นะคะ sad smile
สงสัยจังว่าจะมีต่อมั้ย
เด็กเป็นแบบนี้เพราะสาเหตุอะไรครับ  มีวิธีตรวจสอบ หรือป้องกันไว้ก่อนไหมครับ

#7 By ทำไม? (103.7.57.18|115.87.231.189) on 2013-04-23 11:49

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#8 By aaax on 2013-04-29 09:29

อ่านแล้วมันส์มากค่ะ Hot! Hot! Hot!
คุณสุรศักดิ์ทำหน้าที่ได้ดีมาก cry

#9 By polyploy. on 2013-05-01 14:06

เกือบหล่อ -__-  sad smile

#10 By โบจัง (103.7.57.18|180.183.162.64) on 2013-05-27 00:40

Recommend