WWW ชันสูตร WWW
posted on 26 Jan 2013 06:34 by mor-maew in ShortStory directory Fiction, Diary
อินเทิร์น เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน
ตอน ชันสูตร
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง ร่างสีขาวโพลนเล็กๆที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตรยืนนิ่งตรงกลางถนน ชายหนุ่มจ้องมองก่อนจะเดินถอยกลับไปที่รถพยาบาลเพื่อหยิบไฟฉาย ...
ป้ายบอกทางอยู่ตรงถนนลูกรังข้างหน้า เส้นทางเป็นหลุมบ่อขรุขระและไม่แน่ว่าถ้ารถเข้าไปแล้วจะหาที่กลับรถออกมาได้ หากแต่การเดินเข้าไปดูป้ายต้องผ่านร่างสีขาวที่พื้นถนนนั่นก่อน
วศินหยิบไฟฉายโลหะลำยาวออกมาจากกล่อง จากนั้นเดินลงไปที่ถนนแล้วเดินเข้าไปตรงทางลูกรัง พื้นเฉอะแฉะไปด้วยเศษโคลนและฟางข้าวกับรอยรถเกี่ยวข้าวที่น่าจะเพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
เขาฉายไฟไปตรงพื้นถนนเบื้องหน้า ... ลำแสงสว่างจ้ากระทบพื้นสาดส่องไป ...
ว่างเปล่า ไม่ปรากฎร่างสีขาวเล็กเท่าเด็กหนึ่งขวบที่ยืนอยู่เมื่อครู่แล้ว
วศินมองไปทางเสาไฟฟ้าที่ยืนอยู่ทั้งสองฝั่ง ก็เป็นเพียงเสาเล็กๆที่ไม่มีที่ให้หลบซ่อน เขาเดินตรงเข้าไปตามถนนช้าๆ ในมือถือไฟฉายกระบอกหนัก เตรียมพร้อมที่จะฟาดเข้าใส่อะไรก็ตามที่เข้ามา ... ชายหนุ่มเดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่เมื่อครู่ร่างนั้นยืนอยู่
"พรึบ ฟิด!" วศินได้ยินเสียงหเมือนใครหายใจดังๆ2ครั้ง ... มองตามเสียงในทันที ... เขาเห็นร่างนั้นเต็มสองตาแล้ว ร่างสีขาวอยู่ห่างออกไปไม่ถึง3เมตร
และมันกำลังลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา!
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น
"หมอ ตำรวจโทรมาบอกว่ามีคนตายที่กลางทุ่งนา ให้หมอออกไปชันสูตรศพด้วย" พยาบาลเดินเข้ามาบอกวศินที่กำลังตรวจคนไข้อยู่ ถึงตอนนี้จะเป็นเวลา3ทุ่มกว่าแล้ว ก็ยังมีคนไข้มาตรวจเรื่อยๆ ทั้งเป็นหวัด ปวดเมื่อยตัว ขอใบรับรองแพทย์ ฯลฯ ไม่ต่างจากกลางวันเท่าไหร่นัก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเกี่ยวข้าว หลายบ้านที่รับจ้างทำนาก็จะรวมกันไปเกี่ยวข้าวตอนกลางคืน แล้วเมื่อรถกระบะที่ขนคนกลับจากเกี่ยวข้าวที่นาผ่านมา ก็แวะมาที่โรงพยาบาลก่อน แล้วเมื่อรับยาครบแล้วก็ทยอยขึ้นรถกระบะกลับไปเป็นคันๆ
"เดี๋ยวพี่ช่วยบอกตำรวจให้ไปรอพร้อมๆกันเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา" วศินบอก เพราะจำได้ดีว่าหลายครั้งที่ออกไปชันสูตรแล้วต้องไปเสียเวลารอตำรวจอีกเป็นครึ่งชั่วโมง ซึ่งระหว่างนั้นที่โรงพยาบาลที่ไม่มีหมออยู่ก็จะอยู่ในภาวะเสี่ยงหากมีเคสผู้ป่วยหนักเข้ามา
พี่พยาบาลหลบออกไป เอากระดาษที่จดชื่อหมู่บ้านและพื้นที่ที่ศพนอนเสียชีวิตอยู่ไปให้คนขับรถโรงพยาบาลดูเพื่อวางแผนการเดินทาง ส่วนวศินก็ตรวจคนไข้ต่อไป ... ป้าคนนี้ลุกไปแล้ว ... แต่นั่น ยังเหลือคนนั่งรอกันอีก10กว่าคน
"ลุง เป็นอะไรมา" วศินถาม
"มาเอายาความดัน" ลุงตอบพร้อมยิ้มแฉ่งเห็นฟันหน้าที่หลอไป "ไหนๆก็ผ่านมาคันเดียวกันแล้ว เค้ามาเอายา ลุงเลยมาเอายามั่ง"
"ลุงครับ ตอนกลางคืนแบบนี้ห้องเก็บยามันจะปิดนะลุง ผมจ่ายยาความดันแบบเป็นเดือนไม่ได้ ไว้ลุงมาตามนัดแล้วกันนะ" แพทย์หนุ่มบอก
"งั้นลุงขอยาแก้ปวดแก้เมื่อยคลายเส้นหน่อยนะหมอ"ลุงพูด "เมื่อกี้ไปขนข้าวมา ปวดไปหมดทั้งตัวเลย"
วศินตรวจร่างกายให้ ก็เป็นอาการปวดกล้ามเนื้อตามปกติที่เกิดจากการทำงานหนัก เขาจ่ายยาแก้ปวดให้พอสำหรับกินได้5วัน และไม่ยอมจ่ายมากกว่านั้นแม้คนไข้จะขอยาสำหรับกินต่อเนื่องทั้งเดือน
ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะนอกเวลาราชการแต่อย่างใดที่ทำให้แพทย์หนุ่มต้องจ่ายยาแค่5วัน แต่ว่ายาแก้อาการปวดกล้ามเนื้อพวกนี้หากไปกินต่อเนื่องนานๆในผู้สูงอายุ ก็สามารถทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะหรือไตทำงานผิดปกติได้
"หมอ ป้าขอยาแบบเดียวกับที่ลุงคนเมื่อกี้ได้นะ" คนไข้คนถัดไปลุกมาโดยที่วศินยังไม่ทันได้เรียก
"ไม่ได้แล้วป้า เดี๋ยวหมอเค้าต้องไปชันสูตรศพ " พยาบาลหัวหน้าเวรเดินมาบอก "หมอรีบไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพี่ช่วยตรวจไปก่อน"
วศินเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินไปหยิบผ้าพลาสติกกันเปื้อนกับถุงมือและหน้ากากอนามัยติดมือไปขึ้นรถ รถพยาบาลวิ่งสวนกับรถกระบะที่พาคนในชุดเกี่ยวข้าวอีก10กว่าคนเข้ามาในโรงพยาบาล
ปกติแล้วพยาบาลเวชปฏิบัติก็สามารถตรวจโรคพื้นฐานต่างๆแทนแพทย์ได้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีมากเกินกว่าที่แพทย์จะตรวจได้เสร็จในเวลาที่มี และสำหรับคืนไหนที่คนไข้ไม่ได้มากนัก พยาบาลก็จะช่วยตรวจและจะตามหมอเฉพาะเคสที่จำเป็นเท่านั้น เพราะว่าเมื่ออยู่เวรดึกแบบนี้และต้องถูกปลุกขึ้นมาทุกหนึ่งถึงสองชั่วโมงจนเช้า และต้องตรวจคนไข้ช่วงเช้าของวันถัดไปต่อ คุณภาพการทำงานของแพทย์ก็จะลดลง
ที่จริงก็มีคนเคยเสนอว่าแพทย์จะต้องตรวจหมดทุกเคส ต้องตรวจคนไข้ทุกคนที่มาโรงพยาบาลโดยห้ามปฏิเสธไม่ว่าจะมาด้วยอะไร แต่คนที่พูดคงไม่เคยสัมผัสกับงาน และคงไม่รู้ว่าการที่ต้องตื่นตัวตลอด36ชั่วโมง และต้องมาออกใบรับรองแพทย์ทำใบขับขี่ตอนตี4 หรือมานั่งเขียนใบรับรองแพทย์ลางานให้คนที่เมารถล้มตอนช่วงตี2 มันแย่ขนาดไหน
ตอนนี้เขายังอายุ26-27ปี อดหลับอดนอนสักหน่อยก็ยังพอไหว แต่อีกสัก 5 ปี ถ้าจะให้เขามาทำงานต่อเนื่องกันไม่ได้นอนแบบ48ชั่วโมงเหมือนตอนเรียนหรือแบบตอนนี้ เขาคงทำไม่ไหวอีกแล้ว
"ศพอยู่ตรงไหนเหรอครับ" วศินถามลุงเพิ่มคนขับรถ "แล้วตำรวจไปถึงรึยังครับ"
"เห็นตำรวจบอกว่าไปถึงที่เกิดเหตุแล้วนะหมอ บอกว่าถ้าไปถึงแยกถนนนั้นจะมีคนมารอโบกมือให้เข้าไป" ลุงเพิ่มตอบ
รถวิ่งไปตามถนนใหญ่อีกครู่หนึ่งก่อนจะเลี้ยวเข้าถนนสายรอง ถนนลาดยางอย่างดีมีรอยแตกและหลุมบ่อมากมายจากรถไถและรถเกี่ยวข้าวที่วิ่งเป็นประจำ ประกอบกับภายนอกที่มืดสนิทไม่มีแสงไฟใดๆ ทำให้รถพยาบาลใช้ความเร็วมากไม่ได้
"หมอจำหลุมนั่นได้ใช่ไม๊" ลุงเพิ่มชี้ไปที่หลุมที่ห่างออกไปประมาณ10เมตรข้างหน้า "หลุมกลางถนนนั่นที่อาทิตย์ก่อนมีคนขับมอเตอร์ไซค์มาแล้วสะดุดคว่ำคอหักตายน่ะ"
"อ๋อ คืนนั้นผมไม่ได้อยู่เวรครับ" แพทย์หนุ่มตอบ พลางมองไปที่ถนน เศษพลาสติกและโลหะของมอเตอร์ไซค์ที่ค้างอยู่ รอยฉีกของต้นไม้ใกล้ๆ และป้ายขอบคุณนักการเมืองท้องถิ่นที่มีส่วนในการตัดถนนสายนี้ ก่อนจะละสายตาไปสนใจมองหลุมที่อยู่เบื้องหน้าอีกหลายหลุม
"ลุงเพิ่ม ระวัง!!!" วศินร้องเสียงหลง เมื่อมอเตอร์ไซค์คันนึงไม่เปิดไฟหน้าที่วิ่งหลบหลุมบนพื้นวิ่งกินเลนเข้ามา
ครืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงล้อรถครูดไปกับพื้นลาดยางที่มีเศษดินโคลน ดังยาวไป รถมอเตอร์ไซค์ล้มอยู่ข้างหน้า ส่วนคนขับ ...
"ก๊อกๆๆ"
วศินสะดุ้งโหยงมองไปที่ด้านข้าง ชายชุดสีดำเคาะกระจกอยู่ ลุงเพิ่มกดลดกระจกไฟฟ้าลง
"หมอ เป็นอะไรหรือเปล่า" ชายคนนั้นถาม
"ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่า" วศินถามก่อนจะมองไป ไม่เห็นรอยเลือดอะไร
"ไม่เป็นอะไรหรอกหมอ ขอโทษทีๆน้าเพิ่ม พอดีผมขับหลบหลุม เกือบชนรถโรงพยาบาลไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า " ชายคนนั้นพูดกับลุงคนขับรถ " ว่าแต่จะไปไหนกันเหรอ"
"พาหมอไปชันสูตรศพ" ลุงเพิ่มบอกก่อนจะยื่นกระดาษจดที่อยู่ของศพให้ "เอ็งพอจะรู้หรือเปล่าว่าหมู่นี้มันไปทางไหนวะ"
ชายคนนั้นมองดูแล้วทำท่านึก
"น้าเพิ่มขับไปทางหมู่12เลยนะ แต่พอข้ามตรงฝายกั้นน้ำ น้าเพิ่มก็เลี้ยวเข้าซอยที่มีวัด ตรงเข้าไปอีกสักสิบกิโลก็ถึงแล้ว"
"เออ ขอบใจมาก"
หลังจากยกรถที่คว่ำอยู่ออกแล้วขับออกไป รถพยาบาลก็วิ่งต่อไป
"นั่นญาติๆกันน่ะหมอ" ลุงเพิ่มบอก "ยังดีไม่ทับ เกือบไปแล้ว วิ่งมามืดๆไม่เปิดไฟใส่ชุดสีดำ ... คืนนี้ชักจะยังไงๆนะหมอ"
วศินไม่ตอบอะไร เพียงแต่มองเบื้องหน้าอย่างตั้งใจเผื่อจะมีอะไรโผล่ออกมาอีก ... รถพยาบาลวิ่งฝ่าความมืดจนไปถนนในหมู่บ้าน มีแสงไฟส่องสว่างให้เห็นสลัวๆ ก่อนจะมืดสนิทอีกครั้งเมื่อออกนอกหมู่บ้าน
รถวิ่งมาถึงตรงฝายกั้นน้ำ ลุงเพิ่มชะลอความเร็วลงก่อนจะเคลื่อนรถไปช้าๆ
"ถ้าหมอขับรถมาแถวนี้หมอต้องขับช้าๆนะ ตรงฝายมันไม่มีราวกั้น พลาดนิดเดียวตกลงไปทั้งคันได้เลย"
วศินพยักหน้ารับเบาๆ เขายังจำได้ถึงเรื่องหมอที่มาประจำก่อนหน้าเขาสัก 5-6 ปี ที่ขับมาถึงฝายนี้แล้วรถเสียหลักตกลงไปแล้วจมน้ำตายได้ดี ทั้งสภาพถนนที่โค้งหักมุม และดินโคลนจากทุ่งนาที่เกลื่อนทั่วถนน เป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเคลื่อนรถลงไปลอยเล่นในน้ำ
"ลุงเพิ่ม ถึงแยกแล้ว ว่าแต่แยกไหนล่ะครับ" วศินพูดขึ้นก่อนจะกระโดดลงไปแล้ว
ข้างหน้าซ้ายมือมีแยกเข้าไป มีวัดตั้งอยู่ ... ส่วนข้างหน้าขวามือ ... ก็มีวัดอีกแห่งตั้งอยู่
"เออ จริงด้วยหมอ แยกไหนล่ะ มีวัดทั้งสองแยก" ลุงเพิ่มบอกก่อนจะเห็นคนโบกมือมาจากที่แยกขวามือ "นั่นไงหมอ แยกนั้น"
วศินมองไป มีคนมาโบกมือรอรับตามที่ตำรวจบอกไว้ ลุงเพิ่มเลยขับเลี้ยวเข้าไป
รถวิ่งผ่านไร่มันสำปะหลัง ... ไร่อ้อย ... ไร่มัน ... ไร่อ้อย ... ที่ว่าง ... ไม่มีแสงไฟหรือป้ายบอกทางอะไร จนเวลาผ่านไป10กว่านาทีแล้ว
"มันแปลกๆอยู่นะลุงเพิ่ม" แพทย์หนุ่มพูดขึ้น "ถ้า10กว่ากิโลจริงตามที่ว่าเมื่อกี้ ตอนนี้เราน่าจะเห็นอะไรบ้างแล้วนะ แต่นี่ไม่มีแม้แต่บ้านคนเลย"
"ผมก็ว่าแปลกๆนะหมอ นั่นข้างหน้ามีทางแยกด้วย จะไปทางไหนดีล่ะหมอ ซ้ายหรือขวา"
สุดทางของถนนลาดยางข้างหน้าเป็นถนนดินลูกรังแยกออกไปสองสายเป็นทางสามแพร่ง ... ลุงเพิ่มไม่กล้าเอารถเข้าไปเพราะเห็นชัดๆว่าข้างในไม่มีที่ให้กลับรถเลย
"เดี๋ยวผมลงไปดูเอง" วศินเปิดประตูแล้วกระโดดลงไป วิ่งไปที่ถนนซ้ายมือ ที่ป้ายเขียนไว้ชัดเจน
'สุดเขตสภอ. xxxเข้าเขตสภอ. yyy จังหวัด zzz' ... ทางนี้ไม่ใช่แน่เพราะไปโผล่อีกจังหวัด
ชายหนุ่มเดินกลับมาแล้วเดินไปทางถนนลูกรังขวามือ หลบเศษดินและโคลนที่แฉะตามพื้นถนน ก่อนจะชะงัก
ป้ายอยู่ข้างหน้าไปอีก 10 เมตร ... แต่ตรงกลางถนนนั่นมันอะไร ... กัน ... วะ
ร่างสีขาวมัวๆกลางถนนห่างออกไปตัดกับสีลูกรังชัดเจน ... และมันดูขยายใหญ่ขึ้นเจนเท่ากับเด็กตัวเล็กๆมื่อวศินเดินเข้าไป ชายหนุ่มใช้ไฟฉายปากกาที่เหน็บอยู่ส่องไป แต่ระยะ10เมตรก็ห่างเกินไปที่จะมองเห็นรายละเอียด ... เขาจึงเดินกลับมาที่รถ
"มีอะไรเหรอหมอ" พยาบาลถามเมื่อวศินเดินมาเปิดประตูบานเลื่อน
"ผมจะไปดูป้ายตรงนั้นนิดนึงครับ แต่มันมีอะไรไม่รู้ตรงกลางถนน เดี๋ยวผมขอไฟฉายก่อน"
"ระวังตัวด้วยนะหมอ" ลุงเพิ่มบอก "ให้ผมไปดูดีกว่าไหม"
"ไม่ต้องเลยลุง ถ้าเป็นงูเป็นตัวอะไรกัดลุง แล้วใครจะขับรถพาไปส่งโรงพยาบาลเล่า" วศินโบกมือห้าม "เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรลุงก็ไปลากผมขึ้นรถเอากลับโรงบาลแล้วกัน"
ชายหนุ่มเดินสาดแสงไฟเข้าไป ดูเหมือนลุงเพิ่มจะพยายามขยับรถเพื่อให้แสงไฟหน้าเข้าไปตามถนน แต่ต้นไม้ที่ขึ้นทึบและมุมของถนนที่ลาดต่ำลงไปทำให้แสงไฟหน้าส่องลงไปไม่ได้ วศินส่องไฟไปตามถนน ... แต่ร่างนั้นหายไปแล้ว
วศินมองไปทางเสาไฟฟ้าเล็กๆที่ยืนอยู่ทั้งสองฝั่ง ก็เป็นเพียงเสาเดินไฟเล็กๆที่มีแต่สายไฟ ไม่มีไฟส่องสว่าง เป็นเสาเล็กๆที่ไม่มีที่ให้หลบให้ซ่อน เขาเดินตรงเข้าไปตามถนนช้าๆ ในมือถือไฟฉายกระบอกหนัก เตรียมพร้อมที่จะฟาดเข้าใส่อะไรก็ตามที่เข้ามา ... ชายหนุ่มเดินเข้าไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่เมื่อครู่ร่างนั้นยืนอยู่
"พรึบ ฟิด!" วศินได้ยินเสียงหเมือนใครหายใจดังๆ2ครั้ง ... มองตามเสียงในทันที ... เขาเห็นร่างนั้นเต็มสองตาแล้ว ร่างสีขาวอยู่ห่างออกไปไม่ถึง3เมตร
เป็น 3 เมตรที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา!
เสียงกรีดร้องแบบที่ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินมาก่อน ดังมาจากร่างนั้น ก่อนที่ร่างสีขาวจะพุ่งลงมาที่ใบหน้าของเขา วศินเอามือซ้ายขึ้นป้องโดยอัตโนมัติ รู้สึกเจ็บแปลบที่แขนขึ้นมาทันทีก่อนที่สะบัดร่างนั้นออกไป ... มันลงไปอยู่ที่พื้นก่อนที่วศินจะส่องไฟไป
"หมอ เป็นอะไรหรือเปล่า" ลุงเพิ่มตะโกนถามมาจากรถ
"ไม่มีอะไรลุง นกเค้าแมวมันโฉบใส่เฉยๆ" วศินตะโกนตอบก่อนจะเดินไปที่ป้ายแล้วส่องดู
'สุดเขตสภอ. xxxเข้าเขตสภอ. yyy จังหวัด zzz' ... ทางนี้ก็ไม่ใช่
ฮูกจิก (ช่องที่สามของห่านจิก) ตกลงนี่ผิดทางเหรอเนี่ย วศินคิด ... เดินกลับออกมาแล้วฉายไฟดูเจ้านกเค้าแมวตัวโตสีขาวเทา ที่ตอนนี้ยังเกาะตรงสายไฟเส้นดำๆที่ขึงอยู่สูงขึ้นไปเหนือศีรษะ
"ป้ายบอกว่าสุดเขตจังหวัดน่ะลุง ผมว่าเรามาผิดทางแล้ว"
แล้วรถพยาบาลก็วิ่งกลับออกมาตามทางเดิม จนถึงทางแยกที่ฝาย ชายคนเดิมยังคงโบกมือให้ ... ลุงเพิ่มเปิดกระจกลง
"จะไปไหนกัน" ชายคนนั้นตะโกนถาม
"จะไปชันสูตรศพ ตำรวจบอกว่ามีคนตายที่หมู่13 กลางทุ่งนา" ลุงเพิ่มตะโกนกลับไป
"หมู่13ไปฝั่งโน้น" ชายคนนั้นตะโกนบอกพลางโบกมือต่อ ... ลุงเพิ่มขับรถข้ามไปอีกฝั่ง ก่อนจะบึ่งรถเข้าไป ถนนดีกว่าเส้นเมื่อครู่เล็กน้อย คราวนี้ผ่านจากไร่มันไปก็เป็นทุ่งนากว้างใหญ่ มีควันและเปลวไฟลอยมาจากหลายๆจุดที่เกี่ยวขาวเสร็จแล้วชาวนาทำการเผาซังและตอข้าว มองไปลิบๆข้างหน้าเห็นแสงไฟจำนวนมากของรถมอเตอร์ไซค์และรถกระบะที่จอดกันอยู่
"โน่น ไทยมุงแน่ๆหมอ เรามาถูกทางแล้ว"
ตื้ดๆๆๆๆๆ ตื้ดๆๆๆๆๆๆ เสียงโทรศัพท์ของลุงเพิ่มดังขึ้น วศินรับมาคุยแทนเพราะไม่อยากให้คนขับรถต้องมารับโทรศัพท์ขณะขับกลางทุ่งมืดๆแบบนี้
"สวัสดีครับ ตอนนี้ลุงเพิ่มขับรถอยู่ครับ" วศินพูดลงไป
"นั่นหมอหรือเปล่า ผมร้อยเวรที่โทรไปนะครับ ตอนนี้หมอไปถึงที่เกิดเหตุหรือยัง"
"ใกล้แล้วครับ นี่ตอนนี้เปิดไฟกระพริบเข้าไปอยู่เลยครับ คุณตำรวจเห็นแล้วใช่ไหม" วศินตอบ ก่อนจะเอะใจ ... ทำไมใช้คำว่า "ไปถึง"ล่ะ
"งั้นเดี๋ยวถึงแล้วเดี๋ยวให้ลุงเพิ่มคุยสายหน่อยนะครับหมอ เดี๋ยวผมจะถามทางนิดนึง ผมไปไม่ถูก"
"คุณตำรวจยังมาไม่ถึงเหรอครับ" แพทย์หนุ่มถาม
"ผมยังอยู่ที่บ้านพักครับ ก็รอให้หมอไปถึงก่อนแล้วค่อยไปครับ ไม่งั้นไปรอเสียเวลาแย่ ... ยังไงหมอถึงแล้วให้ลุงเพิ่มโทรกลับบอกทางด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะได้ตามไป"
วศินวางสาย แล้วก็ภาวนา ....
ขออย่าให้ระหว่างนี้มีคนไข้ฉุกเฉินอาการหนักๆไปที่โรงพยาบาลที่กำลังไม่มีหมอเลย
หมอเซ็งฮูกจิกเลย


เวลาของตำรวจกับเวลาของหมอ....
#1 By fahmai on 2013-01-26 10:55