หมอแมว View my profile

WWW คลอดท่ายาก WWW

posted on 19 Jan 2013 20:14 by mor-maew  in ShortStory  directory Fiction, Knowledge, Diary

hetv.org/resources/reproductive-health/impac/Images_P/fig27foo.gif 
อินเทิร์น เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน
ตอน "คลอดท่ายาก"

"เป็นไงบ้างวะวศิน" แพทย์หนุ่มร่างสูงเดินมาทันที่โต๊ะอาหารในโรงพยาบาล "ได้ยินว่าเมื่อเช้าคนไข้ไปอาละวาดที่คลินิกเบาหวานเหรอ"
วศินพยักหน้ารับก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อ
"ป้าครับ เอาข้าวหมูกรอบไข่ดาวที่นึงครับ" โกวิทสั่งข้าวก่อนที่จะนั่งลง "แล้วสุรศักดิ์ล่ะ"
"มันยังตรวจอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่เลย" วศินพูดไปกินข้าวไป "เหมือนมีคนไข้อุบัติเหตุมาตะกี้ คงกำลังเย็บแผลอยู่ล่ะมั้ง"
ป้าร้านขายข้าวเอาข้าวมาวางไว้ให้ พร้อมกับถ้วยเครื่องปรุง โกวิทกล่าวขอบคุณก่อนจะเลื่อนถ้วยเครื่องปรุงไปด้านข้าง ... ปกติพวกหมอๆทั้งสามคนนี้ไม่มีใครเติมน้ำปลาหรือน้ำตาลเพราะปกติอาหารจานเดียวที่นี่ก็มีรสเค็มในตัวมากอยู่แล้ว

"เคสเมื่อเช้าที่มาอาละวาดที่ตึกนั่นเคสอะไรเหรอวศิน" โกวิทถาม ... วศินจึงเล่าให้ฟังคร่าวๆเกี่ยวกับเคสเมื่อคืนก่อนนั้นที่เด็กหนุ่มเกิดอุบัติเหตุแขนหักแล้วเขาเข้าเฝือกให้ จากนั้นที่บ้านพาไปให้หมอน้ำมันเคาะเฝือกปูนออกแล้วกลับมาโวยวายที่โณงพยาบาลว่ารักษาผิดพลาด

"เคสนี้น่าจะแย่ว่ะ" วศินบ่น "เพราะเอกซ์เรย์แขนที่ทำวันนี้ กระดูกแขนที่เราอุตส่าห์ดึงกลับเข้าที่แล้ว ดันโดนดัดจนออกมาเกยกัน"
"เชี่ย แล้วทำไงต่อวะ" โกวิทสบถพลางเคี้ยวหมูกรอบในจานข้าว
"เราก็ตรวจที่มือดูด้วย ท่าทางจะมีการกดทับเส้นประสาทว่ะ เพราะขยับนิ้วโป้งไม่ค่อยได้ แล้วก็ชาตรงกลางๆมือ" แพทย์หนุ่มทำหน้าเซ็ง " ถามดูน้องคนนั้นมันบอกว่าขยับไม่ได้ทันทีหลังจากหมอน้ำมันจับดัดกระดูก ก็น่าจะเป็นกระดูกตรงนั้นไปกดแหละ"
"ผ่าสถานเดียว" โกวิทคายหนังหมูออกโยนไปที่พื้นให้สุนัขที่นอนอยู่ "แต่หายหรือเปล่าอีกเรื่องนึง"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาต้องเจอกับผลของหมอน้ำมันแบบนี้ วศินยังจำได้กับเคสผู้ป่วยโรคเลือดธาลัสซีเมียที่มีกระดูกหักแล้วต่อติดยาก ต้องรักษาและใช้เครื่องมือดามไว้ แต่เมื่อเห็นว่ารักษาเทียวไปเทียวมากับหมอกระดูกที่รพ.จังหวัดอยู่นานกว่าคนทั่วไป ญาติๆก็พาไปหาหมอน้ำมันพื้นบ้านที่ประกาศว่ากระดูกไม่ติด จากนั้นก็เคาะจนกระดูกและเครื่องมือที่ฝังไว้หักคา แล้วก็รักษาต่ออีกเป็นปีๆ หมดเงินไปหลายหมื่นบาท
สุดท้ายผู้ป่วยก็ถูกหมอน้ำมันไล่กลับโดยบอกว่ารักษาไม่หายเพราะไปรักษากับหมอในโรงพยาบาลมาก่อน ... เมื่อย้อนกลับมารักษาใหม่อีกครั้ง ก็พบว่ากระดูกและเครื่องมือที่หักซ้ำทำให้การรักษาให้หายเป็นปกติไม่ได้อีกแล้ว

"นายจะเอาไงต่อ" โกวิทถาม "ลุยเลยไหม"
"ลุยกะผีอะไรเล่า" วศินตอบ "คนไข้มาตรวจวันละ 300กว่า ลองเราต้องเทียวไปเทียวมาที่จังหวัดเหลือพวกนายกับพยาบาลตรวจกัน ได้รากเลือดตายกันพอดี"

สิ่งที่คงทำได้ก็มีเพียงแต่บอกคนไข้และญาติที่ได้รับความเสียหายจากหมอเถื่อนเหล่านี้ให้ไปดำเนินเรื่อง ซึ่งก็ยากที่จะมีใครไปทำ เพราะคนกลุ่มนั้นมักเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมพอสมควร
ยิ่งให้นายแพทย์อย่างเขาไปเดินเรื่อง ไหนจะติดงานภาระหน้าที่ และหลายครั้งที่เขาเพียงแค่เปรยๆว่าจะหาทางจัดการคนกลุ่มนี้ ก็มักจะมีคำพูดประมาณว่า
'หมอแผนปัจจุบันมักไม่ค่อยเปิดใจรับความรู้แผนโบราณ'
'หมอแผนโบราณดีๆก็มีเยอะแยะนะ รักษาหายก็มากไป'

คำพูดเหล่านี้เหมือนเป็นเครื่องฉุดให้เขาไม่อยากไปทำอะไรกับสิ่งเหล่านี้ เพราะมันเป็นวิถีที่คนในพื้นที่ยอมรับและเชื่อใจมากกว่าการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน แม้ว่าที่ผ่านๆมาผลการรักษาจะไม่ดีเท่าและแพงกว่าการมาโรงพยาบาลหลายเท่าตัว
ความเชื่อยังเอาชนะความจริงได้เสมอในพื้นที่แบบนี้

"หมอๆ หมอว่างรึเปล่า"พี่หัวหน้าห้องคลอดวิ่งโบกมือมาจากตัวตึกโรงพยาบาล หมอทั้งสองมองหน้ากันแบบใจคอไม่ดี
"มีอะไรเหรอพี่" วศินตะโกนกลับพลางจ่ายเงินค่าข้าว
"มีพยาบาลที่อนามัยโทรมา บอกว่ามีคนไข้คลอด ให้เอารถไปรับน่ะหมอ"
"ทางโน้นไม่มีรถเหรอพี่" วศินถามอย่างสงสัยเพราะปกติที่อนามัยจะมีรถอยู่
"รถมีแต่ไม่มีน้ำมันน่ะหมอ แล้วที่สำคัญ เด็กคลอดมาหน่อยนึงแล้ว"

คลอดมาหน่อยนึง (กริยา) แปลได้ว่าออกมาแล้วแต่ออกยังไม่หมด
การคลอดออกมาไม่หมด ... พยาบาลวิชาชีพที่อยู่ตรงนั้นต้องโทรมารพ.แทนที่จะหารถคนแถวนั้นพามา บอกได้คำเดียวว่า "ซวยแล้ว"

"ไอ้คลอดออกมาหน่อยนึงน่ะ คลอดออกมาแค่ไหนกันพี่"
"เอาขาซ้ายออกมาข้างเดียวน่ะหมอ"

พรวด! ข้าวกับหมูกรอบในปากโกวิทพุ่งลงไปที่พื้น เมื่อได้ยินคำว่าขาซ้ายออกมาข้างเดียว

"ตอนนี้หมอสุรศักดิ์ปั้มหัวใจเคสอุบัติเหตุตะกี้อยู่ พี่เลยมาขอหมอให้ไปกับรถพยาบาลคนนึง"
"งั้นพี่เตรียมเครื่องมือไปขึ้นรถเลย เอาท่อช่วยหายใจเด็กไปด้วยเผื่อไว้" วศินร้องบอกพี่พยาบาลก่อนจะรีบลุกไป
"เอาฟอร์เซ็ปไปด้วยไหมหมอ" พยาบาลถามถึงคีมทำคลอดเด็กที่ใช้เวลาคลอดยาก
"เอาไปด้วยพี่" วศินตอบ
"เฮ้ยวศิน มึงใช้เป็นเหรอ" โกวิทตะโกนถาม เพราะรู้ว่าหมอเดียวกันส่วนมากก็ไม่เคยได้ใช้กับเคสจริงนอกจากหุ่นจำลอง จะเห็นก็แต่จากในวีดีโอที่อาจารย์เปิดให้ดู
"ใครจะไปใช้เป็น แต่นายจะให้เราเอาเครื่องแวคยัดขึ้นรถพยาบาลไปเหรอไง" วศินตะโกนกลับมา
ก็จริงอย่างว่า เครื่องแวคหรือเครื่องดูดสุญญากาศช่วยคลอดใหญ่ขนาดนั้นถ้าจะเอาขึ้นก็คงต้องหารถกระบะเอาไปอีกคัน แถมเด็กเอาขาออกก็ใช้เครื่องดูดไม่ได้อยู่แล้ว
รถพยาบาลออกตัวไปแล้วพร้อมกับวศินและพยาบาลห้องคลอด วศินพลิกหนังสือสูติศาสตร์เรื่องท่าการทำคลอดเด็กที่เอาขาออก หนังสือระบุไว้เพียงสั้นๆสองย่อหน้า ... แต่ทำอย่างไรได้ เพราะนี่คือทั้งหมดที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ที่วศินคิดว่าอาจจะทำได้คือ ดันเด็กกลับเข้าไปแล้วถ่วงเวลาจนไปที่รพ.จังหวัดแล้วให้หมอสูติทำคลอดหรือผ่าออก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 20นาทีนับจากออกจากโรงพยาบาล รถพยาบาลก็วิ่งมาจอดที่หน้าสถานีอนามัย รถวิ่งเบรกดังครืดบนพื้นทรายจนสุนัขที่นอนอยู่วิ่งหลบกันเป็นแถบ ที่ชั้นล่างของอนามัยมีคนมุงกันอยู่ วศินเหลือบไปเห็นชายคนนึงกำลังตั้งกาน้ำร้อนบนเตาถ่านอยู่ตรงกลางลานแบบสะดุดตา แต่เขาไม่มีเวลาอะไรแล้ว ได้แต่คว้าล่วมยาแล้ววิ่งขึ้นไป
"หมอใหญ่มาแล้ว หลบๆๆ" เสียงร้องดังขึ้นพร้อมคนที่แหวกทางให้ หมอหนุ่มวิ่งขึ้นไปพร้อมพยาบาลและคนขับรถและเจอพยาบาลประจำอนามัยยืนอยู่
อ้าว แล้วใครทำคลอดล่ะ
"อ้าว ทำไมมายืนตรงนี้ แล้วไหนคนท้อง" พี่พยาบาลห้องคลอดถาม
"เอ่อ ... คือ ..."
วศินเดินเข้าไปในห้อง หญิงที่กำลังจะเป็นแม่คนนอนร้องครวญครางอยู่ ขาเด็กทั้งสองข้างยื่นออกมาจากช่องคลอด โดยมีหญิงชราคนนึงกำลังจับเด็กไว้
"อ้าวหมอมาพอดี มาช่วยกันหน่อย สงสัยจะติดแขน"
วศินใส่ถุงมือแล้วเดินเข้าไป พยาบาลประจำสถานีอนามัยเดินเข้ามา
"พอดีญาติคนไข้ไปตามตัวยายเพ็ญที่เป็นหมอตำแยเก่าแก่ที่นี่มาช่วยค่ะหมอ"
วศินไม่พูดอะไร เข้าไปนั่งข้างๆหมอตำแย วางกล่องเครื่องมือปลอดเชื้อไว้ข้างๆแล้วรับขาเด็กที่ยายเพ็ญถือไว้มาประคองไว้แทน จากนั้นหมอตำแยก็ล้วงมือเข้าไป เกี่ยวแขนเด็กออกมาทีละข้างจนออกมาสำเร็จ
เมื่อมือที่ไปขวางทางโดนดึงออกมาได้แล้ว เด็กก็เลื่อนออกมาจากช่องคลอดอีกนิดนึง วศินค่อยๆปล่อยเด็กให้ห้อยลงมาตามท่าการทำคลอดท่าก้น จังหวะเดียวกันกับที่ชายคนนึงถือกาน้ำขึ้นมา
"ได้แล้วยาย ได้น้ำร้อนแล้ว" ชายหนุ่มร้องเสียงดังก่อนจะเอาน้ำในกาเทใส่กาละมังเหล็กที่ข้างห้องแล้ววิ่งมาหยิบเครื่องมือแพทย์ของวศิน "ให้ต้มเลยไหมยาย"
"จะบ้าเหรอไง เครื่องมือหมอเค้าฆ่าเชื้อแล้วจะเอามาต้มทำไมให้สกปรก .... โน่นเลย เอ็งเอากาละมังไปใส่มุ้งโน่นแล้วออกจากห้องไป"
ชายคนนั้นยกกะละมังน้ำร้อนไปไว้ในมุ้ง แล้วก็ตลบมุ้งลง ก่อนที่จะมีคนอีกคนวิ่งขึ้นมา ในมือถือปล้องไผ่เปื้อนดินที่เพิ่งตัดหมาดๆเข้ามา
"ยายๆ ไม้ไผ่มาแล้ว"
ยายเพ็ญหันไปมอง "นี่เอ็งเอาต้นไผ่มาทำอะไร"
"ก็เอาไว้ตัดสายสะดือไงยาย"
"พวกเอ็งนี่จะบ้ากันหรือไง ตัดสายสะดือใครเค้าเอาไผ่สกปรกๆนั่นมาใช้ กรรไกรหมอเค้าก็มี .... เอ็งเอาไม้ไผ่สกปรกนั่นออกไปเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวบาดทะยักกินตายห่า"
ยายเพ็ญชี้ไล่ทั้งพ่อเด็กและเพื่อนออกจากห้อง ก่อนจะหันกลับมาสนใจเด็ก จากนั้นก็ค่อยๆทำคลอดหัวออกจากช่องคลอดแล้วประคองเด็กออกมา วศินจัดการมัดและตัดสายสะดือก่อนจะยกเด็กไปที่มุ้งซึ่งอุ่นไปด้วยไอจากน้ำที่ต้มไว้ในกาละมัง จากนั้นก็ประเมินสภาพเด็กแรกคลอด การตอบสนองทุกอย่างปกติดี ... วศินให้พยาบาลดูเด็กต่อก่อนจะกลับไปดูแม่ที่กำลังนอนอยู่ ยายเพ็ญกำลังนวดหน้าท้องเพื่อเตรียมการคลอดรก
รกคลอดออกมาแล้ว หมอตำแยชราหยิบรกขึ้นมาพลิกดูแล้วใส่ลงไปในถาดแล้วเลื่อนมาให้วศิน วศินตรวจเช็คซ้ำอีกครั้งว่ารกครบถ้วนดีไม่มีส่วนที่ฉีกขาดค้างติดในตัวซึ่งจะทำให้เกิดการตกเลือดภายหลัง

เด็กถูกห่ออุ้มขึ้นมาในรถแล้ว ตามมาด้วยมารดาที่พวกเพื่อนบ้านและคนที่มามุงช่วยกันยกเปลลงมาจากชั้นสองของอนามัยมาที่รถโรงพยาบาล พ่อแม่ของหญิงสาวที่เพิ่งได้เป็นคุณตาคุณยายหมาดๆเดินมาหาวศินที่กำลังหิ้วของลงมา
"ขอบคุณหมอใหญ่มากเลยนะครับ ไม่ได้หมอใหญ่ลูกผมคงแย่แน่ๆ"
วศินรีบวางของแล้วยกมือไหว้กลับทันที "เดี๋ยวๆคุณลุง ไม่ใช่ครับไม่ใช่ ผมไม่ได้ทำคลอด คุณยายเพ็ญแกเป็นคนทำคลอด "
"แหมหมอ ไม่ต้องเกรงใจหรอก เราก็เห็นกันอยู่ ยายเพ็ญแกมาตั้งครึ่งค่อนชั่วโมงเด็กยังไม่ออกเลย หมอมาถึงแค่แป็บเดียวเด็กก็คลอดเลย"
วศินยืนนิ่ง ไม่น่าแปลกใจที่คนจะคิดอย่างนั้นเพราะว่าจังหวะที่เขามากับจังหวะที่เด็กคลอดคือช่วงเดียวกันพอดี ... วศินมองไปก็เห็นหมอเพ็ญกำลังเดินย่องแย่งช้าๆออกไปเงียบๆโดยไม่นำพากับความเฉยชาของครอบครัวคนที่แกเพิ่งช่วยเอาไว้
เมื่อแรกที่หมดทางไปไม่รู้จะไปไหน ก็ไปพาหมอตำแยมาเพื่อหวังจะเป็นที่พึ่ง เมื่อคลอดเสร็จแล้วเข้าใจผิดว่าหมอตำแยไม่ได้ทำอะไรก็ไม่สนใจใส่ใจแม้แต่พากลับไปส่งที่บ้าน
วศินมองแล้วก็ตัดสินใจเดินลงจากบันได ตรงไปทางคุณยายที่กำลังเดินออกไป
"ยายหมอเพ็ญ ยายหมอเพ็ญ ..." วศินร้องตะโกนเสียงดัง ตั้งใจให้คนที่ยืนแถวนั้นได้ยิน " ขอบคุณมากเลยนะครับ "
ยายเพ็ญหันกลับมายิ้มให้ "ไม่เป็นไรหรอกหมอ เดี๋ยวหมอใหญ่ไปถึงรพ.ก็ดูแล้วกันว่ามีขาดเหลืออะไรก็ดูแลกันต่อ"
"ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ ยายหมอ" วศินจงใจเน้นคำว่าหมอด้วยเสียงดังฟังชัด "ทำคลอดท่าเอาขาออกนี่ยากมาก ผมเองยังไม่แน่ใจเลยว่าจะทำได้ไหม วันนี้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลย ขอบคุณนะครับ"
แพทย์หนุ่มยกมือไหว้หมอตำแยก่อนจะเดินกลับออกมา คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นซุบซิบอะไรกันพลางมองมาที่วศิน แต่เขาไม่สนใจเดินกลับไปขึ้นรถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"หมอรู้ใช่ไหมว่าหมอไปทำแบบนั้นแล้วคนอื่นเขาจะมองหมอยังไง" พี่พยาบาลหัวหน้าห้องคลอดพูดขึ้น "เป็นหมอใหญ่แต่ไปไหว้หมอตำแย ใครที่ไหนเค้าจะเชื่อถือ"
"ผมรู้ครับพี่ ... แต่พี่ก็น่าจะรู้ว่าเด็กคลอดท่าขา และเด็กตัวโตขนาดนี้ ทั้งผมและพี่ก็ไม่แน่ว่าจะทำคลอดได้" วศินพูดขึ้น
"แต่หมอก็ไม่น่าจะทำแบบนั้น คนเห็นเยอะแยะ นี่คงเอาไปพูดกันอีกนานว่าหมอใหญ่ที่โรงพยาบาล ทำคลอดธรรมดายังไม่ได้ ต้องให้หมอตำแยมาสอน"
"ฮ่าๆ" วศินหัวเราะขึ้น "ไม่เป็นไรหรอกพี่ คนมันจะคลอดยังไงก็ต้องมาโรงพยาบาลอยู่ดี จะเชื่อใจไม่เชื่อใจก็มาเหมือนกันแหละ"
"อีกอย่าง ผมอยู่ที่นี่ อย่างมากอีก2ปี3ปีผมก็ไม่อยู่แล้ว ใครจะพูดอะไรผมก็ไม่รับรู้แล้ว" แพทย์หนุ่มพูด "แต่ยายเพ็ญแกต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตของแก แกไม่สมควรถูกเข้าใจผิดๆกับได้รับการปฏิบัติแบบนั้น"
แล้วรถพยาบาลก็วิ่งตามถนนกลับไปยังรพ.เบื้องหน้า 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อ่านแล้วซึ้งค่ะ (?) สงสารยาย แล้วก็รู้สึกดีกับการตัดสินใจของหมอมากเลย
เหมือนจะเห็นอีกมุมนึง เพราะต่างจากตอนที่แล้วที่หมอนอกทำแย่ ตอนนี้กลายเ็ป็นหมอนอกก็ช่วยได้้หมือนกัน big smile
ก็..แล้วแต่สถานการณ์/เหตุการณ์สินะคะ

#1 By fahmai on 2013-01-19 21:22

นับถือ spirit ของทั้งคู่เลยค่ะ big smile Hot!

#2 By ตรีพันธ์ on 2013-01-19 21:57

อ่านแล้วหวาดเสียวแทนเลยค่ะ ที่ขาออกมาข้างเดียว 55Hot!

#3 By KreeChiiz on 2013-01-19 22:22

Hot!
คอนทราสต์กันมากเลยค่ะสองมุมนี้ ชอบบบ

#4 By Star* of Radiance on 2013-01-19 22:31

น่าสงสารยาย ความรู้ดีมากแถมเข้าใจอุปกรณ์หมอสมัยใหม่ด้วย

#5 By IndigoMist on 2013-01-20 08:32

:")) Hot! Hot! Hot!
สถานะแตกต่างกันไป แต่มีหน้าที่และจุดมุ่งหมายเดียวกัน
ไม่ว่าใครก็สามารถทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดได้

#6 By Takoyahoya on 2013-01-20 13:23

Hot! อ่านแล้วรู้สึกดีทั้ง ยายหมอและหมอวศินเลย

#7 By D-faxtory on 2013-01-20 14:56

แค่ขาออกมาข้างเดียวก็แย่ล่ะ
แต่ก็ต้องนับถือความพยายามทั้งหมอและยายด้วยล่ะครับ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#8 By K ToKa on 2013-01-20 15:00

นับถือทั้งหมอวศิน และยายเพ็ญเลยค่ะ big smile
Hot! Hot!

#9 By L.Khunnon* on 2013-01-20 20:20

อ่านแล้วประทับใจมากเลยค่ะ ^^
Hot!

#10 By littlegiftz on 2013-01-21 14:33

อ่านไปใจหายใจคว่ำหมด ขาเด็กโผล่ออกมา
แต่ก็โล่งใจก็ปลอดภัยทั้งคุณแม่คุณลูกsad smile open-mounthed smile
เดี๋ยวนี้ สังคมชุมชนอาจต้องหันมาพึ่งพาหมอโรงพยาบาลมากกว่าเพราะคนส่วนใหญ่ก็ต้องเชื่อมั่นว่า คุณหมอที่มีเทคโนโลยีไฮเทคย่อม มีความสามารถน่าเชื่อถือมากกว่าและปลอดภัยกว่าการทำคลอดแบบสมัยก่อนคงเพราะยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปจนสิ่งเก่าๆ คนเริ่มจะไม่สนใจแล้ว แต่ก็ไม่หมายถึง จะลืมเลือน บางท้องที่ก็ยังมีคนนับถืออยู่แม้แต่สิ่งลึกลับตามท้องถิ่น
สำหรับความเห็น....หมอตำแย จะใช้วิธีธรรมชาติและความเชื่อ เป็นการคลอดที่ปลอดภัย แต่จะทรมานเพราะคลอดเอง แสดงให้เห็นจุดนึงว่าคนสมัยก่อนเขาเข้มแข็ง มีมานะอดทน ช่วยเหลือพึ่งหาซึ่งกันและกันหรือแม้กระทั่งตัวเองมากกว่าคนเดี๋ยวนี้(วุ๊ย เข้าตัวเอง)
คุณยายเพ็ญ เป็นยอดคนจริงๆ แกไม่หวังอะไรเลย 
อยากช่วยเหลือผู้คนในฐานะคนที่ทำอะไรได้ก็จะทำถ้าอยู่ในเหตุการณ์คงจะเข้าใจเองมากกว่านี้ น่านับถือจริงๆbig smile big smile big smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#11 By @ndy on 2013-01-22 10:39

Hot!  มากดดาวค่า
นอกจากอ่านสนุกแล้วยังได้อะไรสอนใจอีกด้วย big smile

#12 By ...alfalfa... on 2013-01-23 19:32

ว้าวว เป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ ^^Hot! Hot! Hot!

#13 By Sponge Blog on 2013-01-23 23:02

ประทับใจมากค่ะ ประสบพบเจอมากับหมอนอกรพ.ทั้งสองประเภท ที่แย่ก็แย่จริงๆ แต่ที่เค้ามีภูมิปัญญาและความหวังดีจริงๆให้กับคนไข้ก็มีมาก ชื่นชมกับสปิริตของหมอวศินมากเลยค่ะ

#14 By contact242p (103.7.57.18|118.174.19.186) on 2013-01-24 14:33

เรื่องนี้ดีจังค่ะ big smile Hot!

#15 By แอ้ on 2013-01-24 15:48

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
คุณยายเยี่ยมไปเลยยยยยยยยย
cry double wink

#16 By finch on 2013-01-25 13:49

ของเก่าใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป
ของใหม่ก็ใช่ว่าจะดีหมด
แต่เมื่ออะไรที่พอดีมาเจอกันครึ่งทาง
มันก็ทำให้สมดุล เพราะทุกอย่างมันเป็นเหมือนเหรียญสองด้านนี่เนอะ สนุกมากค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#17 By ~Yamarugiko~ on 2013-01-31 11:18

อ่านแล้วซาบซึ้งค่ะ คุณหมอคิดได้ดีจริงๆ
Hot!

#18 By CHO-RUN on 2013-01-31 21:01

Hot! Hot! Hot!

#19 By ACTaFOOOOL * on 2013-02-05 20:51

อ่านแล้ว นึกถึง คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราห์ ตอนที่เรียนในม.ปลายเลยค่ะ ^___^  // เป็นกำลังใจให้ยายหมอต่อไป Hot! Hot! Hot!

#20 By Rokusei on 2013-02-06 20:13

สถานะแตกต่างกันไป

#21 By นำเข้าสินค้าจากจีน (103.7.57.18|101.109.218.53) on 2013-03-03 22:31

 ซึ้งเลย ยายกะหมอ พยายามกันเต็มที่

#22 By ipsumipsum on 2013-05-02 15:11

Recommend