หมอแมว View my profile

ตอนที่ 8
เหตุเกิดเมื่อวานซืนนี้

หลังจากที่ประชุมช่วงเช้าเสร็จแล้ว วันนี้อาจารย์ให้ทุกคนแยกย้ายกันได้เร็วกว่าปกติเนื่องจากช่วงบ่ายจะมีการเข้าเรียนกลุ่มย่อยกัน นักศึกษาแพทย์ทั้งสามจึงเลือกที่จะไปเตรียมหนังสือที่หอพักก่อน
"เอ้อ ไหนเมื่อวานนายเล่าว่าไปเจอคนไข้เวรเดียวกับวรรณใช่ไหม" สุรศักดิ์ถามโกวิทถึงเรื่องที่วรรณเล่าค้างไว้ในลิฟท์ก่อนที่จะเจอวศินขัด
"เรื่องมันยังไงเหรอ" วศินถามจากบนเตียงนอน ... อากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้เขาต้องถอดเสื้อแล้วนอนผึ่งพัดลม

โกวิทหันซ้ายมองขวาไปที่เพื่อนทั้งสองก่อนจะเริ่มเอ่ยปาก "เรื่องมันมีอยู่ว่า......."

สองวันก่อน
"Externโกวิท ให้ไปพบresidentจิตเวชที่ห้องฉุกเฉิน .... Externโกวิท ให้ไปพบresidentจิตเวชที่ห้องฉุกเฉิน " เสียงตามสายดังขึ้นทั่วชั้นสี่ ทำให้โกวิทต้องรีบโดดลงจากเตียงแล้วแต่งตัวทันที คืนนี้เขาอยู่เวรจิตเวชซึ่งจะต้องไปดูเคสร่วมกับแพทย์ประจำบ้านปีที่1 (หรือที่เรียกกันว่าเรสิเดนท์1)
เมื่อตอนเย็นหลังเลิกเรียน เขาไปฝากพี่พยาบาลที่แผนกให้ตามตัวเขาที่อยู่ที่หอชาย ซึ่งต่อจากนั้นเขาจะต้องโทรติดต่อเพื่อนผู้ชายที่อยู่เวรเดียวกันให้ตามไป ... ส่วนหอหญิงก็น่าจะเป็นกิ๊บที่ต้องตามเพื่อนที่เหลือ
โกวิทเดินมุ่งหน้าไปที่ตึกจิตเวชอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้เขาตั้งใจว่าจะไม่นำเอาหนังสือไปด้วย ด้วยหวังว่าหากไม่นำหนังสือไปและพบคนไข้จริงจะได้ใช้ความรู้มาได้อย่างเต็มที่ และอีกเหตุผลหนึ่งก็เนื่องจากว่าที่ห้องฉุกเฉินไม่มีที่ให้วางหนังสือของนักศึกษาแพทย์  เมื่อไปถึงที่ตึกเขาก็พบพี่สุขฤดี แพทย์ประจำบ้านปีที่1รออยู่แล้ว
" เพื่อนๆน้องมากันหรือยัง " เธอถามทั้งที่เห็นว่าโกวิทเดินมาคนเดียว " ถ้ายังไงเดี๋ยวพี่เล่าเคสให้ฟังก่อนแล้วกัน "
คนไข้เป็นผู้หญิงมีผู้นำส่งมาด้วยเรื่องกินยาฆ่าตัวตายจากสาเหตุว่าทะเลาะกับแฟน เท่าที่แพทย์เวรห้องฉุกเฉินซักได้ผู้ป่วยรายนี้กินยาพาราเซตามอลมาอย่างเดียวประมาณ30เม็ดโดยไม่ได้กินยาตัวอื่นๆ  สิ่งที่ต้องทำในฐานะของแพทย์จิตเวชก็คือการพูดคุยเบื้องต้นเพื่อประเมินความเสี่ยงในการทำซ้ำและทำความคุ้นเคยกับผู้ป่วยก่อน เพื่อทำการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันผู้ป่วยไม่ให้ทำซ้ำอีกในอนาคต
"เพื่อนน้องๆยังมาไม่ครบอีกเหรอ" พี่สุขฤดีถาม เมื่อเห็นว่าพอเวลาผ่านไปได้5นาที มีแต่นักศึกษาแพทย์ชายมาสมทบอีกสองคน ... เมื่อเห็นว่าคนที่เหลือมาช้า แพทย์ประจำบ้านปีที่1จึงฝากพยาบาลว่าหากมีคนมาหาให้ตามไปที่ห้องฉุกเฉิน

แต่เมื่อเดินไปถึงแล้ว ทั้งหมดก็พบว่านักศึกษาแพทย์หญิงมาถึงกันหมดแล้ว ... แถมวรรณอยู่ในชุดใส่เอี๊ยมพลาสติกกำลังล้างท้องผู้ป่วยอยู่!!!
" พวกเธอ ทำไมมาล้างท้องอยู่ตรงนี้ล่ะ"  โกวิทถาม เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของคนที่ขึ้นจิตเวช ที่ต้องมาทำงานของexternอายุรศาสตร์
"ก็พวกชั้นมาถึงที่นี่ก่อนแล้ว กำลังซักคนไข้อยู่" วรรณตอบพลางดูดน้ำที่ล้างกระเพาะออกมา " ไม่เห็นพวกเธอมากันสักที ไปอยู่ที่ไหนมา "
สรุปแล้วอีกกลุ่มนึงเข้าใจผิดว่าให้มาที่ห้องฉุกเฉินแล้วซักประวัติผู้ป่วยได้เลย ดังนั้นเมื่อมาถึงที่ห้องฉุกเฉิน ก็เลยไปสอบถามจากพยาบาลว่าผุ้ป่วยที่ปรึกษาจิตเวชคือคนไหน จากนั้นพวกเธอจึงมาซักประวัติกัน ... และระหว่างที่ซักประวัติกันอยู่ พี่แพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์ก็ขอให้หยุดการซักไว้ก่อนและให้การรักษาก่อน
พวกเธอก็เลยขอล้างท้องผู้ป่วยไปด้วยและซักประวัติไปด้วยแทน!

" ... งั้นพี่ไปคุยกับญาติก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพอให้ยาเสร็จแล้วไปเรียกพี่ด้วยแล้วกัน น้องอย่าเพิ่งเริ่มซักประวัตินะ"
ว่าแล้วพี่สุขฤดีก็เดินไปทางประตูห้องฉุกเฉิน ปล่อยexternทั้งหลายให้ยืนอยู่รอบๆผู้ป่วย วรรณซึ่งล้างท้องจนเสร็จแล้วก็ร้องขอNAC
NAC หรือ N-Acetylcysteine เป็นตัวยาที่ใช้ในคนที่กินยาพาราเซตามอลเกินขนาดมา ซึ่งยาตัวนี้เป็นยาที่ปกติคนชอบใช้เพื่อละลายเสมหะ ผสมน้ำหนึ่งซองต่อน้ำหนึ่งแก้ว แต่เมื่อนำมาใช้ในกรณีนี้แล้วจะใช้ครั้งหนึ่ง 50 - 75 ซอง!!! ตามแต่น้ำหนักผู้ป่วย
Externห้าคนช่วยกันฉีกซองและละลายผงดังกล่าวในน้ำประมาณ 1 ลิตร จากนั้นวรรณก็หยิบเหยือกโลหะเทน้ำยาลงไป ... ระหว่างเทไปได้สักหนึ่งในสี่ ผู้ป่วยก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาแล้วอาเจียนลงที่พื้น
"ว้าย" วรรณกระโดดหลบฉากจากน้ำที่กระเด็นที่พื้นขึ้นมา "คุณอย่าอาเจียนสิคะ"
ดูเหมือนการพูดจะไร้ผล เพราะผู้ป่วยยังโก่งคออ้วกต่ออีกพักหนึ่ง
"ยังไงคุณก็ต้องกินเข้าไปนะคะ" วรรณพูดต่อ " ถ้าได้ยาไม่ครบเดี๋ยวพิษของยาที่คุณกินเข้าไปจะทำอันตรายกับตับนะ"
 ถ้าหากไม่ให้ยาตัวนี้ หากเกิดพิษขึ้นมาแล้วคิดจะมารักษาภายหลังก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นวรรณจึงพยายามจะให้ผู้ป่วยยอมให้ได้ หากว่าคนไข้โบกมือเป็นเชิงว่าไม่ต้องการแล้ว น้ำมูกน้ำตาไหลเปื้อนแก้มทั้งสองข้าง
" นี่แก พอก่อนเหอะ" กิ๊บสะกิดวรรณ " ยังไม่ต้องให้ตอนนี้ก็ได้มั้ง "
"กิ๊บ! ยังไงก็ต้องให้นะ ไม่งั้นถ้าตับวายไปน่ะถึงตายนะ" วรรณตอบด้วยเสียงดังเฉียบขาด " อ้วกอย่างนี้แหละดีแล้ว ครั้งหน้าจะได้ไม่ฆ่าตัวตายมาแบบนี้อีก!"
เพื่อนๆทุกคน ... รวมไปทั้งคนไข้เตียงข้างๆ ชะงักไปครู่นึง ... ส่วนผู้ป่วยก็ค่อยๆนอนลงเงียบๆโดยดุษฎี
ระหว่างที่คนอื่นๆเตรียมฉีกซองยาผสมน้ำต่อ โกวิทก็เดินไปหยิบถุงมือมาสวมแล้วเดินไปสะกิดวรรณ
"เดี๋ยวเราช่วยแล้วกัน" โกวิทดึงกระบอกฉีดยาอันโตมาจากมือเพื่อนสาว "เธอไปพักเหอะ"


วรรณมองหน้าโกวิทก่อนจะยื่นเครื่องมือให้แล้วก้าวลงจากแท่นยืนเดินไปล้างมือ ... โกวิทใช้เท้าเขี่ยแท่นยืนดังกล่าวออกไปด้านข้างแล้วคุยกับคนไข้
" เดี๋ยวผมจะให้ยานะครับ ไหวไหม"
คนไข้พยักหน้าแทนคำตอบรับ ... โกวิทเทน้ำยาลงช้ากว่าปกติเพื่อไม่ให้เกิดอาการคลื่นไส้มากนัก แต่เทไปได้สัก500ซีซี เธอก็โบกมือว่าไม่ไหวแล้ว
" ยังไม่เสร็จอีกเหรอ" วรรณเดินกลับมาดู "เดี๋ยวพี่ก็กลับมาแล้ว เร็วหน่อยสิโกวิท จะได้กลับกัน"
โกวิทเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เที่ยงคืนครึ่งแล้ว ซึ่งวันรุ่งขึ้นทุกคนก็ยังต้องไปขึ้นวอร์ดแต่เช้าดังนั้นทุกคนจึงอยากให้เสร็จเร็วๆเพื่อที่พี่สุขฤดีจะได้เริ่มซักประวัติ (ยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำนะ อย่าลืม!!!)
โกวิทหันมาอีกที คนไข้ก็ชี้ไปที่สายในคอและบอกว่าไม่ไหวแล้ว อยากให้เอาออกเต็มที่แล้ว
แต่ยายังให้ไม่ครบเลย ......
....
....
....
....
"เอางี้นะครับ ถ้าผมเอาออกแล้วสัญญานะว่าคุณจะดื่มที่เหลือนี่ให้หมด"
คนไข้พยักหน้ารับ ... โกวิทเลยค่อยๆดึงสายออกแล้วยื่นแก้วน้ำเกลือที่ใช้ล้างท้องเมื่อครู่ให้คนไข้เพื่อบ้วนปาก  เสร็จแล้วก็ยื่นเหยือกโลหะใส่น้ำยาให้ผู้ป่วยเทเอาเอง
"ค่อยๆดื่มให้หมด" นักศึกษาแพทย์โกวิทกล่าว "ถ้าได้ไม่ครบแล้วเกิดพิษของยาพาราฯขึ้นมา ตอนนั้นจะรักษาไม่ได้ ยังไงก็ค่อยๆดื่มจิบๆเอานะครับ"


แล้วโกวิทก็เดินมาที่กลุ่มเพื่อนๆ
" เธอให้ดื่มเองได้ไง ... เดี๋ยวคนไข้เททิ้งจะยุ่งนะ"
" ไม่หรอกน่ะ ... ถ้าเททิ้งเดี๋ยวว่ากันอีกทีแล้วกัน" โกวิทตัดบทเมื่อเห็นว่าพี่สุขฤดีกลับมาและเริ่มซักประวัติจากคนไข้ ... ระหว่างซักไปนั้นคนไข้ก็จิบยาเป็นระยะๆ จนกระทั่งคุยกันเสร็จเหลือยาที่คนไข้กินไม่หมดอีกประมาณครึ่งแก้ว ... วรรณบ่นเล็กน้อยเกี่ยวกับความใจอ่อนของโกวิทที่ทำให้คนไข้ได้ยาไม่ครบแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมาก

ทุกคนเหนื่อยเพลียจากการต้องอยู่จนดึกมาพอแล้ว

*****

" เมื่อคืนกว่าจะเสร็จกลับมานอนก็ประมาณตีสอง " โกวิทเอ่ยกับเพื่อนทั้งสอง

.....
.....
ทั้งสามคนนั่งมองหน้ากันนิ่งหลังจากเรื่องเล่าจบลง
....
....

" นายเคยเห็นเราทำแบบที่ว่าหรือเปล่า " โกวิทถาม
" ไม่แน่ใจเหมือนกัน " สุรศักดิ์ตอบ " แต่เราเหมือนเคยทำแบบนั้นว่ะ"
" เราก็เคย " วศินตอบสั้นๆ
แล้วทั้งสามคนก็นั่งเงียบๆ ขนลุก เหงื่อตกด้วยกัน

ทุกคน"พูด" เสมอว่าเรื่องบางเรื่องไม่ควรพูด ไม่ควรทำ
ทุกคน"รู้" ว่าเรื่องบางเรื่องไม่ควรพูดหรือทำ
แต่ ทั้งสามคนเคยทำโดยไม่รู้ตัว และไม่เคยคิดว่าผิด  ...  จนกระทั่งมาได้ยินได้ฟังสิ่งที่คนอื่นทำ

 

จึงจะรู้ว่าสิ่งที่ตนเองเคยทำเมื่อตอนปีสี่ปีห้า มันน่ากลัวขนาดไหน


 
 

 

 

 

ติดตามตอนก่อนหน้านี้ได้ที่ เรื่องสั้นชุด : วศิน 

Comment

Comment:

Tweet

pvczekfk cjygeemm cbhtngtv

#31 By BORMGsFLALjd (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:36

mmxvkulz ylghyeug cpcqdniv

#30 By RfRMueHxzgiPHaKsMp (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:42

lkkankmj hdxqrsjj pqyjlvid

#29 By rjNtpkFM (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:15

oxuidddj btkxeice mummonbn

#28 By SekpUgQciJTWcIysaD (94.102.49.213) on 2009-08-14 14:04

prefoheb hyptjvuw ugkriqma

#27 By XTbtXzbBOswOjI (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

kpfvrzyj zjzeoajh ekaqpkfl

#26 By iCUiXUrb (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:45

mewadvqy rgmsmzxb utmciapr

#25 By cfJTcmMoBZypiQPsP (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:49

jswxniww nfkguwtc qtbhtvgq

#24 By gontzqHvhwof (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:29

blliiqto jlklpvau mbygdxqb

#23 By LzWgKvAZEPok (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

mhupcwaj fawufnna qdsifscu

#22 By WfZvbaTbF (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:07

LoSFB1 qjrpdakw ilvigldx lhoumlmf

#17 By vXdkacxlCtbX (89.248.172.50) on 2009-07-21 06:57

อ่านเรื่องนี้ได้อารมณ์ประมาณว่าดู ER เลยconfused smile

#16 By namnampai on 2009-04-24 17:48

Hot! Hot! Hot!

#15 By Shuu Exteen on 2009-04-23 03:10

ถ้าพูดแล้วเขาหยุดก็โชคดีไป
แต่ถ้าพูดแล้วหนักกว่าเดิม ก็น่ากลัว

แต่ยังไงมนุษย์ก็รักตัวกลัวตายอยู่วัน
ยังค่ำเป็นตัวเราก็ อึ้งแล้วจงจะรีบดื่มเลยล่ะ sad smile

#14 By [B]luefat[E] on 2009-04-21 23:50

บางทีมีใครพูดใส่หน้าซะบ้างก็ดีค่ะ จะได้ฉุดสติกลับมาหน่อย

#13 By angeltetsu on 2009-04-21 22:54

บางเรื่องนี่ก็ต้องพูดแหละ
จะได้รู้สึกตัวกันบ้าง

คุณหมอสู้ๆ
รักษาผู้ป่วยนี่มันแสนลำบากเนาะsad smile

#11 By Phai on 2009-04-21 22:45

อือม์... ลำบากใจใช่เล่นแฮะ...

#10 By blade on 2009-04-20 21:34

เรื่องอะไรเหรอ ไม่ค่อยเข้าใจงะ sad smile

#9 By นักรบ on 2009-04-20 20:43

ยาพารา 30 เม็ด กินไปได้ยังไงล่ะนั่น- -''

#8 By ลิงหกกะล้ม on 2009-04-20 18:01

เหมือน good cop bad cop เลยconfused smile

#7 By sage_nu on 2009-04-20 17:12

บางทีความอดทนของหมอก็มีจำกัดมั้งเนอะ
คุณหมอก็คนนิ sad smile

*ปูเสื่อรออ่านต่อ*

#6 By + Lady + LiLiMu + on 2009-04-20 16:56

เห็นใจค่ะ คนช่วยเองก็คงจะเหนือยและหน่ายมากทีเดียว
สู้สู้ค่ะคุณหมอ big smile

#5 By Tikkie on 2009-04-20 15:54

อืมมม บ้างครั้งยาแรงให้สำนึกมันก็ดีนะ...
เหมือนการตบหน้าหนึ่งฉาดให้คนได้สติ
ส่วนเรื่องควรไม่ควรตามหลักการแพทย์นั้น.. อ้า... เราไม่รู้แหะ ขอโทษคะ

#4 By Ellebazi on 2009-04-20 15:35

แอบมาอ่านตอนบ่ายๆ ค่ะ
confused smile

#3 By แอ้ on 2009-04-20 14:14

รู้ว่าไม่ควรพูด แต่ก็พูด sad smile

#2 By Krai W. on 2009-04-20 13:28

คนอ่านก็สะดุ้งกับประโยคนั้นเหมือนกันครับ sad smile

#1 By เม็ดบ๊วย on 2009-04-20 13:07

Recommend