"หมอ พี่รบกวนมาดูที่ห้องฉุกเฉินหน่อย มีคนไข้โดนงูกัด"

วศินวางหูโทรศัพท์แล้วเดินจากบ้านพักไปที่ห้องฉุกเฉินทันที ... เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าคนที่มามีอาการอย่างไร ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีก็ไปถึง

เสียงโอดโอยของคนที่นอนอยู่ตรงเตียงตรวจในห้องฉุกเฉินดังลอดออกไปภายนอก เมื่อวศินเดินมาถึง ข้างหน้าห้องฉุกเฉินมีคน7-8คนกำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่
"หมอมาช้าอย่างนี้ จะปล่อยคนไข้ให้ตายหรือไง" ญาติคนไข้คนนึงกล่าวขึ้น  เมื่อเดินเข้าไปก็พบชายคนนึงนอนเหยียดหงายอยู่บนเตียง มีเชือกรัดอยู่ที่น่อง ขาบวมตั้งแต่บริเวณต้นขาเรื่อยลงไปถึงปลายเท้า ปลายเท้าเห็นได้ชัดเจนว่ามีลักษณะบวมและดำแบบเนื้อตาย


"โดนอะไรมาครับ" วศินถาม
"งูกัด" คนไข้ตอบสั้นๆ วศินเอามือจับที่บริเวณขาและประเมินดู น่าจะโดนกัดมาไม่ต่ำกว่า3วัน มีรอยมีดกรีดและมียาสมุนไพรยัดเอาไว้ ซึ่งมีลักษณะของการติดเชื้อและหนองแล้ว
"โดนกัดมากี่วันแล้ว แล้วไปทำอะไรมา" วศินถามอย่างสุภาพ แม้ว่าในใจจะเริ่มหงุดหงิดแล้ว
"โดนมา5วันแล้ว ทั้งรัดเชือก กรีดแผลพอกยามาแล้วมันบวมไม่หาย" อีกฝ่ายตอบ
"หมอจะถามอะไรกันมากมาย จะรักษาหรือไม่รักษา" ญาติคนไข้ถามอย่างหงุดหงิด "หมองูแกบอกว่าเป็นบาดทะยัก ให้มาฉีดยาแล้วกลับไปกินยาพอกยาต่อ รีบๆทำเข้าสิ"


วศินถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แผลที่เห็นอยู่นี้มีความชัดเจนว่ามีการติดเชื้อซึ่งน่าจะเกิดจากใบไม้ที่พอกเข้าไป รอยดำที่เห็นนั้นก็เป็น"แกงกรีน"หรือเนื้อตายที่น่าจะเกิดจากพิษงูที่ประกอบกันกับการรัดเชือกอย่างผิดวิธี ในขณะที่บาดทะยักนั้นมักเป็นโรคที่ตัวแผลไม่ได้มีอะไรมาก แต่พิษที่เกิดตามมาจะก่อให้เกิดอาการแข็งเกร็งกระตุก ...
วศินอธิบายญาติไปตามความจริงว่าอาการที่เป็นนั้นเกิดจากการติดเชื้อและพิษงู ไม่ได้เกิดจากบาดทะยักแต่อย่างใด
"แล้วนี่เอาอะไรพอกมา"วศินถาม
"เสลดพังพอนตัวผู้ เคี้ยวแล้วผสมน้ำกระสาย" ชายคนนึงบอก "ตำรายาโบราณ"
"แค่นี้แก้พิษงูไม่ได้หรอก"วศินสรุปให้สั้นๆโดยไม่ต้องคิดมาก
"หมอนี่เรียนตามฝรั่งน่ะสิ เลยดูถูกภูมิปัญญาชาวบ้าน"หญิงคนนึงพูดขึ้น "ถ้าหมอไม่รู้เรื่องหมองูพื้นบ้าน หมอก็อย่าแสดงความเห็นดีกว่า รีบๆฉีดยาบาดทะยักให้เร็วๆ"

วศินเปิดประวัติของผู้ป่วยดู เห็นว่าเมื่อปีที่แล้วผู้ป่วยรายนี้เพิ่งได้รับการฉีดวัคซีนบาดทะยักครบชุดไปแล้ว ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่จำเป็นต้องฉีดอีก หากแต่เมื่ออธิบายไปแล้วญาติก็ตอกกลับมาอีกว่าแล้วทำไมแผลถึงได้เน่าอย่างนี้


"คนไข้น่าจะถูกงูที่มีพิษต่อเลือดกัดอาจจะเป็นงูเขียวหรืองูแมวเซา ถ้ามีพิษจนบวมขนาดนี้การฉีดวัคซีนอาจจะทำให้เกิดเลือดออกในกล้ามเนื้อได้ ปกติเราจะไม่ฉีดในสภาพแบบนี้" วศินตอบอย่างไม่นำพาต่อการดูแคลน "ถ้าหากคุณจะพามารพ.เพียงเพื่อจะฉีดวัคซีนแล้วกลับไป ก็ต้องถือว่าคุณไม่ได้มาให้ผมรักษา... สรุปว่าคุณยังต้องการรักษากับหมองูอยู่ใช่ไหม"ประโยคสุดท้ายวศินถามคนไข้
อาจจะเป็นเพราะเห็นด้วยตนเองว่ารักษามาตั้ง5วันแล้วขาของตนเป็นเช่นนี้ คนไข้จึงทำหน้าลังเล แต่ญาติทั้งหลายที่รุมล้อมอยู่ก็รีบตัดสินใจแทน

"แค่ฉีดยาบาดทะยัก เสร็จแล้วพวกเราจะพากลับ" ญาติคนนึงบอกอย่างมั่นใจ "สว่าง แกก็เหมือนกัน บอกหมอเค้าไปว่าแกจะกลับไปรักษากับหมอบุญส่ง"
คนไข้ลังเลอยู่ครู่นึง ก่อนที่จะบอกแพทย์ว่าตนต้องการแค่ฉีดยาบาดทะยัก และจะกลับไปรักษาที่หมอบุญส่ง ที่เปิดสำนักรักษาพิษงูอยู่ต่างตำบล


"ผมถามย้ำอีกครั้งนะครับ เพราะที่ผมดู แผลตรงบริเวณนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อและล้างบาดแผล" วศินอธิบายให้ทั้งคนไข้และญาติฟัง "ส่วนเรื่องการบวมและดำ ผมเห็นว่าเกิดจากพิษงูและการที่รักษา'ผิด'วิธี ควรจะต้องเจาะเลือดตรวจและพิจารณาเรื่องให้เซรุ่ม..... คนไข้และญาติแน่ใจนะครับว่าจะไม่รักษาที่โรงพยาบาล"
ญาติหลายคนส่วนหน้า หญิงคนนึงตอบวศินอย่างชัดเจน "หมอไม่รู้เรื่องพิษงูหรอก ฉีดยามา แล้วชั้นจะเอาน้องชั้นกลับ"
"งั้นทั้งญาติ และคนไข้ ช่วยลงชื่อตรงนี้ด้วยครับ ใต้ประโยคที่บอกว่าผมอธิบายเรื่องโรคและผลเสียที่จะเกิดหากไม่รักษาแล้ว และญาติและคนไข้ไม่สมัครใจที่จะรับการรักษาในโรงพยาบาล" วศินบอกจากนั้นยื่นใบไม่ยินยอมรับการรักษาให้ผู้ป่วยและญาติเซ็น ... สุดท้ายก็ต่อรองจนขอเจาะเลือดได้ ... และเมื่อผลเลือดออกมาไม่พบว่ามีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด วศินเลยให้ฉีดวัคซีนบาดทะยักไปตามต้องการ


ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้เพียงแค่แพทย์ยืนยันว่าจะต้องให้ผู้ป่วยนอนในโรงพยาบาล ผู้ป่วยก็ยินดีที่จะนอนพักรักษา แต่ในปัจจุบันนั้นมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ดื้อดึงไม่ต้องการรักษาตามคำแนะนำ แต่ต้องการรักษาตามใจตนเอง
อย่างเช่นกรณีนี้ที่ขนาดบาดแผลประวัติและอาการครบถ้วนและชัดเจนถึงขนาดที่ต้องได้รับการรักษา แต่ก็มีหลายคนที่ยันดึงดันที่จะรักษาตามแบบของตน.... หลายคนเมื่อรักษาแล้วแย่ลงก็ต้องกลับมาอีก ซึ่งรายนี้เองก็คงจะกลับมาในไม่ช้า
น่าแปลกที่คนไทยเดี๋ยวนี้รู้จักแต่สิทธิของตน แต่ไม่รู้จักการเคารพสิทธิและหน้าที่ของคนอื่น
และก็น่าแปลกที่หลายคนบ่นว่าหมอว่าเป็นพวกอีโก้สูง ทั้งที่เรื่องบางเรื่องญาติและคนไข้แสดงอีโก้ของตนเองออกมาหรือแสดงตนว่าเป็นผู้รู้ทั้งที่ไม่ได้มีความรู้ แถมยังแสดงท่าทีดูถูกแพทย์ จนวศินยังนึกสงสัยอยู่ว่าตกลงใครเป็นหมอกันแน่

ไม่นานเกินรอ เพียงแค่สามวันหลังจากนั้น คนไข้รายเดิมกลับมาอีกแต่ครั้งนี้อาการไม่เหมือนเดิมแล้ว
"หมอ มันแย่แล้วช่วยหน่อยเถอะ" คำพูดจากญาติคนนึงที่พอคุ้นหน้าขอร้องวศิน
วศินตรวจดูชายคนที่นอนตรงหน้า ตอนนี้เท้าของชายคนนี้กลายเป็นสีดำเละๆไปทั่วแล้ว มีหนองและเนื้อตายลามไปถึงหน้าแข้งปะปนไปกับใบยาสูบและใบไม้สดที่ยัดในแผล ชีพจรความดันโลหิตและอุณหภูมิ บ่งบอกว่ามีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
"คนไข้มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ที่ขาตอนนี้ติดเชื้ออย่างรุนแรงจนถึงกล้ามเนื้อด้านในและเท้าใช้การไม่ได้แล้ว" วศินบอกญาติขณะที่เขียนสั่งพยาบาลให้จัดการให้น้ำเกลือให้คนไข้ "ผมต้องส่งคนไข้ไปที่รพ.จังหวัดเพื่อไปจัดการเรื่องแผลที่ขา ซึ่งในลักษณะนี้อาจจะต้องตัดขาทิ้ง"
ญาติที่ยืนรอบๆหน้าเสียทันที
"พาไปหาหมองูคนเดิมหรือยัง" วศินถามขณะเขียนใบส่งตัว "ผมจะบอกให้ว่าหมอคนนี้เค้ารักษาไม่เป็นหรอก"


"หมอจะมารู้ได้ยังไง ... หมองูเค้าดูแล้วบอกว่าพิษงูมันเข้ากระดูกแต่ต้น ไปที่ไหนก็รักษาไม่ได้" ญาติคนนึงเถียงขึ้น

"ผมต้องรู้สิ เพราะหมองูจริงจะรู้ว่าจะไม่มีการใช้ว่านชนิดเดียวในการรักษาพิษงูเด็ดขาด ถ้าส่วนที่โดนกัดบวมก็ต้องคลายเชื่อกออกไม่ให้พิษเข้าสู่เนื้อมากเกินไป และยาหลายๆตัวต้องบดหรือต้มใช้ในน้ำสุกสะอาดไม่ให้เคี้ยวเพราะแผลจะเน่าและตัวยาจะไม่ครบ" วศินพูดใส่ญาติๆที่ห้อมล้อมอยู่ "ผมแค่มองที่เค้ารักษาก็รู้แล้วว่าคนที่มันรักษาให้คุณมันไม่ใช่หมอแผนไทยที่ไหนหรอก นั่นมันหมอแผนมั่ว!!!"
"ผมไม่เคยรังเกียจหรือดูแคลนแพทย์แผนไทยเลย แต่สิ่งที่ผมรังเกียจคือพวกที่ไม่รู้จริงแล้วมามั่ว ... เอาเถอะตอนนี้ไปรพ.จังหวัดก่อน แล้วรักษาเสร็จขั้นสุดท้ายเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง"
วศินตัดบทก่อนที่จะให้รีบพาคนไข้ขึ้นรถพยาบาลเพื่อทำการส่งตัวไปรพ.จังหวัด

เย็นนั้นแพทย์หนุ่มนั่งคิดทบทวนความรู้ที่เคยได้รับการบอกเล่าถ่ายทอดมา... ความจำของเขาไม่ดีเลย อาจจะจริงอย่างที่ญาติคนไข้ได้บอกไว้ก็ได้ว่าเขาไม่รู้จริง เพราะตัวเขาเองก็ลืมไปแล้วว่าสมุนไพรที่ต้องใช้นั้นมีตัวไหนขนาดเท่าไหร่ปรุงอย่างไร จำได้เพียงแต่ชื่อนางแซงแดง เสลดพังพอน ว่านเพชรหีง รางจืด จำได้แค่3-4ตัวเท่านั้น อาจารย์ที่บอกเล่าเรื่องพิษงูก็บอกว่าแต่ละสำนักก็ใช้ต่างๆกันไป แต่ที่แน่ๆไม่มีใครใช้สมุนไพรตัวเดียวในการรักษา
ตอนที่ไปอยู่ไปดูและศึกษาด้วยตนเองจากปู่แดงนั้น ก็ได้เห็นว่าการแพทย์แผนไทยแบบมีตำรับนั้น การรักษาหลายอย่างไม่ค่อยต่างไปจากพื้นฐานวิชาการแพทย์ตะวันตก มีการทำsterile technique มีขั้นตอนการรักษาป้องกันการติดเชื้อ วิธีการทำแผล ใส่ยา แต่ละขั้นตอนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่าใครๆจะเลียนแบบได้
ในความคิดของวศิน แพทย์แผนไทยอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่เพราะว่าแพทย์แผนมั่วที่โผล่ขึ้นมา ไม่ต่างอะไรกับเภสัชกร ที่เจอฤทธิ์หมอตี๋ร้านขายยาจนก่อเกิดกระแสความรู้สึกไม่ดีต่อร้านยา

พอนึกอย่างนี้วศินก็คิดถึงปู่แดงจับใจ .....



 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ต้องขอบคุณปู่แดงจริงๆที่สอนวศินมา ขอบคุณค่ะbig smile

#1 By thinkking on 2009-03-16 13:31

น่าแปลกที่คนไทยเดี๋ยวนี้รู้จักแต่สิทธิของตน แต่ไม่รู้จักการเคารพสิทธิและหน้าที่ของคนอื่น


ยกนิ้วให้กับข้อความนี้เพราะมันเป็นจริงอย่างรุนแรงไปทั่วทุกวงการ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้หงุดหงิดไป 2-3 รอบแล้วกับพวกทะเลาะกันเพราะเอาอีโก้(และความโง่ในบางกรณี)ของตัวเองเป็นมาตรฐานให้โลกหมุนตามเนี่ย - -***

#2 By Karintra / El Yeye on 2009-03-16 13:37

big smile big smile

#3 By AsakuRa Bee on 2009-03-16 13:43

เห้อ อ่านแล้วก้นะ คนประเทศเรา

#4 By bellbell on 2009-03-16 13:44

สุดโต่งจริงๆ .... ขาเน่าแล้วยังเชื่อหมองูมั่วอยู่ได้

#5 By คุณบิ๋ม on 2009-03-16 13:48

คิดว่าตัวเองเก่งกว่าหมอได้ไงเนี่ย

sad smile ...คนเรานี่ถ้าเชื่ออะไรแล้ว
ก็ไม่ยอมฟังคนอื่นบ้างเลย...

#7 By araignee on 2009-03-16 13:53

อ่านแล้วสงสารคนโดนกัดsad smile

#8 By Ellebazi on 2009-03-16 13:58

ตัวคนไข้คงไม่เท่าไหร่ แต่ญาตินี่ไม่ไหวเลย

#9 By eeddy(อี๊ด) on 2009-03-16 14:41

อ่านแล้วเหนื่อยใจแทนหมอค่ะ sad smile Hot! Hot! Hot!
ตอนฝึกงาน ก็เคยเจอแบบนี้บ่อยๆค่ะ
เจอแล้วเหนื่อยใจ

#11 By ~memay~ on 2009-03-16 15:21

คุณหมออ่า... บางทีมันผสมปนเปวุ่นวายระหว่างเหตุผลขาไปและเหตุผลขากลับนะ
หมายถึงว่า ความเข้าใจกันและกันระหว่างการแพทย์ปัจจุบนและแผนโบราณ คนไข้ หมอ สถานพยาบาล รวมทั้งร้านหมอยา มันมาจุดนี้ได้ก็เพราะเหตุการณ์ต่อเนื่องรับส่งกันไปมาบางอย่าง
มันพูดยากนะ

อีโก้ มันไม่ได้อยู่ๆก็เกิดนะ งืมมๆ

เอาเถอะ ยังไงก็ให้สู้ต่อไปนะหมอ double wink

#12 By (203.146.186.2) on 2009-03-16 15:31

Hot!

#13 By MeO on 2009-03-16 15:54

ที่จีนนี่คนไข้ก้สั่งหมอเปิดยาตามใจฉันเหมือนกันครับ sad smile
จากความเห็น 12
เสริมนิดนึงครับ เหตุผลที่เขียนไว้แบบนี้ เพราะในเรื่องวศินตอนนั้นอยู่ปี 1 ครับ

#15 By หมอแมว on 2009-03-16 16:03

#16 By ladymoonchzz^+ on 2009-03-16 16:07

รวมเล่มเถอะครับ ขายดีแน่ เชื่อผมHot!
Hot! Hot! Hot!
ความเชื่อคนน่ะนะคะ แก้ยาก จะแก้ได้ก็คงตอนจงนเจียนจะ "ตาย"

#18 By joyka on 2009-03-16 16:26

น่าสงสารจริงครับ

อ่านแลว้เหนื่อยใจแทนจริงๆครับtongue tongue

#19 By SYN on 2009-03-16 16:35




sad smile

#20 By .-.Chill.-. on 2009-03-16 16:49

ทำงานกับคน
ไม่ว่างานอะไรก็เหนื่อยใจเหมือนกัน
พยายามเข้านะคะ big smile

#21 By ファ-ン on 2009-03-16 17:20

กว่าคนเขาจะเข้าใจได้ ก็เอาคนไข้กระอักเลืิอดกันเลยทีเดียว

เห็นใจคนไข้ที่ต้องเสียอวัยวะไป

เห็นใจหมอที่ต้องรักษาแล้วยังมีคนไข้ที่เอาความคิด
ของตนเองเป็นใหญ่อีก

#22 By baka-copain on 2009-03-16 17:47

Hot!
คุณหมอเดี๋ยวนี้ก็ defense ตัวเองด้านกฏหมายดีน่ะครับ เพื่อรับมือกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยแนวๆนี้โดยเฉพาะ sad smile

#23 By Detonator on 2009-03-16 18:07

เฮ้อ น่าเหนื่อยใจ
แต่โดนใจคะHot! Hot!

#24 By ohyoyoo on 2009-03-16 18:15

หมองู ตายเพราะงู ( เกี่ยวไหมครับเนี่ย ? )

#25 By mahaoath on 2009-03-16 18:27

คุณหมอยังมีความอดทนดีมากนะครับ Hot!
เป็นผมคงเลิกรักษาไปแล้ว tongue

แสดงให้เห็นถึงจรรยาบรรณแพทย์จริงๆHot! Hot! Hot!

#26 By DeathTheKid on 2009-03-16 19:43

Hot!

#27 By B-rz on 2009-03-16 19:48

Hot!
เป็นหมอแล้วเจอคนไข้แบบนี้ก็น่าหนักใจเนอะ
ไม่รู้แล้วอีโก้สูง

เฮ้อsad smile

#28 By namnampai on 2009-03-16 21:05

สงสารคนป่วยที่สุดอ่ะ
ทำม้ายทำมัยไม่ตัดสินใจดีๆซะงอต่ทีแรก
เรื่องบางเรื่องคิดได้เมื่อสายไปแล้ว อะไรๆมันก็กลับคืนมาไม่ได้แล้ว

สงสารเค้าจริงๆนะคะหมอ

คูณหมอก็ช่วยสุดความสามารถแล้ว เป็นคนที่มีความอดทนสูงจริงๆเลย
ได้ความรู้อีกแล้ว ขอบคุณหลายๆ big smile

#30 By นักรบ on 2009-03-16 23:03

ู^_^" น่ากลัวๆ

#31 By Elta_kung on 2009-03-17 00:39

โอ้วว หมองูมั่วจริงๆ 555

#32 By ลิงหกกะล้ม on 2009-03-17 01:00

อยากรู้จัง ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง...
มีตอนต่อมะครับนี่...

#33 By Joker on 2009-03-17 10:09

เฮ้อ~ คนไทย

#34 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2009-03-17 12:45

เจอแบบนี้เข้าไปนี่เกิดอาการปี๊ดเลยนะคะนี่
ไอ้เราก็อุตส่าห์ให้คำแนะนำ แล้วยังดื้อดึง อีโก้สูงแบบนี้sad smile

เ ป็นกำลังใจให้หมอต่อไปเน้อbig smile

#35 By -FAH- on 2009-03-17 12:53

วิถีชาวบ้าน - -"

สงสารทั้งหมอ สงสารทั้งคนไข้ ถ้าเขาตัดขาแล้วจะรู้ตัวไหมว่ามันเป็นเพราะหมอแผนมั่ว

"ผมไม่เคยรังเกียจหรือดูแคลนแพทย์แผนไทยเลย แต่สิ่งที่ผมรังเกียจคือพวกที่ไม่รู้จริงแล้วมามั่ว


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#36 By Evan Yzac -- The Crow on 2009-03-17 12:53

ต้องลองถามความเชื่อของคนไทยดูอ่ะนะครับ

ระหว่าง

น้ำต้มในหมอบดผสมสมุนไพร กับ เอาสมุนไพรเคี้ยวในปากแล้วร่ายมนต์

อันไหนมันดูขลังมากกว่ากัน คนไทยหลายๆ คนยังเชื่อว่า การรักษาตามแพทย์แผนไทยต้องมีไสยศาสตร์มนต์ดำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย ในกรณีนี้ถ้าพวกญาติๆฟังหมอบ้างตั้งแต่แรก เหตุการณ์น่าจะดีกว่านี้

Hot! Hot! Hot! ให้ดาวไว้ คนที่ไม่รู้จะได้รู้กันสักที

#37 By เสกเรนเจอร์ on 2009-03-17 13:00

Hot!
...แพทย์แผนไทยอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่เพราะว่าแพทย์แผนมั่วที่โผล่ขึ้นมา...

#38 By K r a i on 2009-03-17 13:19

สงสารตนโดนกัดจริงๆ

โดนญาติไซโคซะsad smile

#39 By M o n S h i l 2 o on 2009-03-17 14:30

สงสารคนที่ถูกงูกัดค่ะ angry smile
เฮ้อ คนสมัยนี้ sad smile

#41 By ka-fae-nom on 2009-03-17 15:02

Hot! Hot!

#42 By (^_^)/nana on 2009-03-17 15:08

รักษาร่างกายคนคงไม่ยากแต่รักษาใจคนนี่ซิครับ ยากกว่าหลายเท่า big smile Hot!

#43 By ชายคลอง on 2009-03-17 15:48

เจอเรื่องอย่างนี้เข้าไป !!!

คนจะมองแพทย์แผนไทยยังไงล่ะเนี่ย ย

อาชีพของเราในอนาคต



แพทย์แผนไทยอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่เพราะว่าแพทย์แผนมั่วที่โผล่ขึ้นมา !!!

เห็นด้วยอย่างแรงคะ


เห็นอย่างนี้ ท้อเลยนะ!!


เจอหมอมั่วเข้าไป

แล้วใครจะไปเชื่อถือแพทย์แผนไทยล่ะเนี่ ยยย
angry smile angry smile angry smile angry smile

#44 By FiilmZz on 2009-03-17 16:33

ให้ประโยคนี้เหมือนคห. 2

"น่าแปลกที่คนไทยเดี๋ยวนี้รู้จักแต่สิทธิของตน แต่ไม่รู้จักการเคารพสิทธิและหน้าที่ของคนอื่น"
Hot!

#45 By talalan on 2009-03-17 16:49

สงสารคนไข้ ต้องแย่ เพราะความไม่รู้
เจอคนป่วยรู้ดีกว่าหมอแบบนี้ ก็ต้องรับผลกรรมแบบนี้

#47 By Susansaraly (58.9.143.8) on 2009-03-17 17:51

sad smile sad smile

#48 By (161.200.255.162) on 2009-03-17 18:06

# กรรม
ลืมล็อกอิน
ชอบมากครับที่บอกว่า เกลียดคนไม่รู้จริงแล้วมามั่ว เพราะสมัยนี้มีเยอะมากมาย

#49 By hackerlife on 2009-03-17 18:07

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ถูกใจมากครับ

ตรงอาตี๋ขายยานี่ยิ่งตรงใจ

นึกถึงเวลาคนมาซื้อยาเลย

บอกชื่อยามายังงงเลยว่ามันยาอะไร

--ดาร์คคุง--

หมอแมว View my profile