WW ป้าน้อยผู้ศักดิ์สิทธิ์ WW
posted on 20 Feb 2009 16:39 by mor-maew in ShortStory
ป้าน้อยเป็นคนไข้ประจำของรพ.
ที่เรียกว่าคนไข้ประจำเพราะว่าแกอยู่รพ.บ่อยและนานกว่าอยู่บ้านของตัวเอง
เสียอีก แกอยู่เสียจนพยาบาลในตึกผู้ป่วยเอือมไปตามๆกัน
แต่ละครั้งจะอยู่นานเป็นเดือนๆ
พอหมอจะให้กลับบ้านแกก็ไม่ใคร่จะยอมกลับบอกว่าปวดหัวเวียนหัวใจไม่ดีและขอ
อยู่นอนรพ.ต่อ จะกลับก็โน่นแหละ เมื่อลูกชายแกมารับกลับบ้าน
ป้าแกไม่มีเงินหรือจึงอยากมานอนรพ. .... เปล่าเลย
ป้าน้อยจัดเป็นผู้มีฐานะมีอันจะกินคนนึง
แต่หลังจากลูกๆของแกแยกย้ายออกไปมีครอบครัว
แกก็มีอาการต่างๆนานาจนต้องเข้าออกรพ.บ่อยๆ
ถึงแม้ว่าไปตรวจที่ใดหมอก็บอกว่าปกติทุกครั้งไป
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่
ครั้งนี้ป้าน้อยมาด้วยเรื่องมีไข้หนาวสั่นปัสสาวะขุ่น
เพียงแค่ทุบลงไปที่บั้นเอวเบาๆ ป้าก็สะดุ้งโหยง
อันเป็นลักษณะที่พบในผู้ที่ป่วยเป็นกรวยไตอักเสบ
"คราวนี้ป้าต้องนอนรพ.จริงๆแล้วล่ะ" วศินบอกหลังจากดูผลเลือดและปัสสาวะ "ป้าเป็นกรวยไตอักเสบ"
ผู้
ช่วยพยาบาลเข็นเปลของป้าน้อยเข้าไปในตึกผู้ป่วยใน
ส่วนแพทย์หนุ่มและเพื่อนๆก็ยังคงทำการตรวจต่อไปจนบ่าย
ข่าวการป่วยจริงๆของป้าน้อยก็เริ่มเป็นที่รู้กันในตลาด ......
ชุมชนแถวนี้ข่าวไปไวเสมอ
"หมอคะ ป้าน้อยความดันเลือดปริ่มๆต่ำมาตั้งแต่บ่ายแล้วล่ะ"
พยาบาลเวรบ่ายตึกผู้ป่วยในรายงาน วศินรับชาร์ทไปดู ....
ลักษณะอาการที่เป็นและสิ่งที่ตรวจได้ตอนนี้น่าจะมีเรื่องการติดเชื้อในกระแส
เลือด แต่ตอนนี้ก็ได้ให้ยาไปแล้ว
ที่เหลือที่ทำได้ก็คงมีแต่การรอว่ายาจะออกฤทธิ์หรือว่าเชื้อจะแผลงฤทธิ์ก่อน
เท่านั้น
"เดี๋ยวผมไปคุยกับญาติป้าน้อยหน่อยแล้วกัน" วศินบอกก่อนที่จะเดินเข้าไปที่เตียงผู้ป่วยซึ่งห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนฝูงและญาติของป้า
เมื่อเดินไปถึงวศินก็เห็นลูกๆของป้าน้อยและเพื่อนบ้านกำลังคุยกันรอบๆเตียง
"เดี๋ยวผมของคุยกับญาติสนิทและคนไข้หน่อยนะครับ" วศินบอก
ซึ่งก็หมายความง่ายๆว่าให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน ....
วศินบอกอาการของผู้ป่วยแก่ป้าน้อยและญาติ
และบอกเสริมถึงความรุนแรงของโรคที่อาจจะเกิดอาการความดันเลือดต่ำอย่าง
รุนแรงได้ให้รับทราบไว้ก่อน ...
เมื่อคุยกันเรียบร้อยแล้ววศินก็เดินออกมาจากตึก
ตกเย็นที่สนามเปตองหน้าตึกหลังจากกินข้าว วศินก็มานั่งคุยโทรศัพท์ตามปกติ
"อยู่ที่โน่นลูกตาลงานยุ่งไหม" วศินถามคนทางปลายสายทั้งที่รู้ดี
งานในโรงเรียนแพทย์มีหรือที่จะไม่ยุ่ง "ช่วงนี้ก็เรื่อยๆแหละ
วันนี้อยู่เวรแต่ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ "
ชีวิตของเขาก็เหมือนหมอคนอื่นๆ นอกจากงานประจำที่ต้องทำสัปดาห์ละ5วัน
เขายังต้องอยู่เวรวันหยุดเดือนละ4วัน และอยู่เวรช่วงเย็นและดึก
ตกรวมแล้วเวลางานสัปดาห์ละ100ชั่วโมง
วันหยุดเดือนๆนึงที่จะได้กลับไปหาพ่อแม่หรือคนรักก็มีเดือนละครั้ง
ก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้เขายังสามารถติดต่อกับคนที่อยู่ห่างไกลได้
วศินเดินคุยโทรศัพท์ไป ใช้เท้าเขี่ยพื้นกรวดของสนามเปตองไป ...
แต่ดั่งคำว่า เวลาแห่งความสุขนั้นแสนสั้น พยาบาลจากในตึกเดินออกมาเรียกเขา
"หมอ ป้าน้อยความดันตก"
วศินมองไปทางพยาบาลแวบนึง
ความดันตกในคนที่ติดเชื้อและสูงอายุนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนถึงชีวิตที่เขาจะ
ช้าไม่ได้ ....
เขาเดินไปที่ทางเดินก่อนจะเอ่ยปากขอตัวกับผู้ที่อยู่ทางปลายสาย
ทุ่มครึ่งแล้ว เพื่อนบ้านกลุ่มนึงวิ่งกระหืดกระหอบมาตามทางเดินแล้วก็มุ่งไปที่เคาเตอร์พยาบาล
"หมอๆ ชั้นมาทันป้าน้อยหรือเปล่า" หญิงวัยกลางคนถามขึ้น
"ป้าน้อยไปเมื่อกี้เองค่ะ ตอนนี้อยู่.................." พยาบาลตอบ แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อคนกลุ่มนั้นก็วิ่งออกไปข้างนอกทันที
วันรุ่งขึ้นข่าวการเสียชีวิตของป้าน้อยแพร่ไปทั่ว
ตลาด เนื่องจากความที่แกก็เป็นคนเก่าคนแก่ในพื้นที่
ข่าวก็เลยแพร่ไปเร็วมากแม้แต่ในโรงพยาบาล
"ใครไปบอกเรื่องป้าน้อยหรือเปล่า" วศินถามอย่างสงสัย
"พี่เองแหละ เมื่อวานพวกเพื่อนป้าน้อยที่มาเยี่ยมเค้าถาม พี่ก็เลยบอกว่าป้าน้อยแกไปแล้ว"พยาบาลคนนึงตอบ
"ผมก็ว่าอยู่
เพราะว่าญาติป้าน้อยทุกคนขึ้นรถไปกับแกกันทุกคนตั้งแต่เย็นเมื่อวานนี้แล้ว"
วศินเอ่ยขึ้น "วันหลังพี่ถามเค้าก่อนนะครับว่าเป็นใคร
เกิดบอกไปแล้วไม่ใช่ญาติ ญาติเค้าจะมาว่าเราได้"
พยาบาลรับคำ จากนั้นก็ไปทำงานต่อ
ทางด้านนอกตึก ญาติผู้ป่วยรายอื่นๆกำลังคิดคำนวณเลขเด็ด
เพราะเป็นที่รู้กันว่าป้าน้อยเป็นนักเล่นหวยตัวยงคนนึง ...
แถมสัปดาห์หน้าก็เป็นวันหวยออกเสียด้วย
"ข้าว่านั่นมันเลข44" ชายคนนึงพูดพลางมองไปที่พื้นกรวดเบื้องหน้า
"แต่ข้าว่า47" อีกคนแย้งทั้งที่มองไปทางพื้นกรวดเดียวกัน "ว่าแต่แน่ใจเหรอว่าป้าน้อยแกให้เลข ไม่ใช่ว่ามาแกล้งให้พวกเราโดนกินหมดนะ"
"ไม่หลอกหรอกน่า ก็เมื่อเช้านี้ข้าบนให้ป้าน้อยช่วยให้หลานข้าหายไข้
พอเช้ามาหลานข้าก็หาย หมอให้กลับบ้านได้"
หญิงชราคนนึงพูดยืนยันสิ่งที่ตนคิด
ว่าแล้วทั้งหมดก็ได้ข้อสรุปยุติ และก็ช่วยกันแกะเลขที่อยู่บนพื้นสนามเปตองเบื้องหน้าต่อไป
ใช่แล้ว เลขบนสนามเปตอง
วันถัดมาวศินตรวจคนไข้ตามปกติ ระหว่างที่สั่งยา ลุงสำรวยที่กำลังนั่งรอก็กระซิบถาม
"หมอ ป้าน้อยแกนอนที่เตียงไหนเหรอ"
"หือ?" แพทย์หนุ่มขมวดคิ้ว ทำไมเช้านี้มีแต่คนถามเรื่องนี้นะ..... อ้อ
พรุ่งนี้หวยออก "ป้าแกนอนเตียงประจำแหละลุง
เตียง22น่ะ"วศินตอบไปโดยเหลือบมองลุงสำรวยที่กำลังจดยิกๆ
กลับไปที่ตึกผู้ป่วยใน พยาบาลหลายคนกำลังคุยกันอย่างออกอารมณ์ เมื่อวศินและเพื่อนคนอื่นๆเข้าไปใกล้พยาบาลก็รีบเล่าเรื่องราวให้ฟัง
"พี่ไปเห็นญาติคนไข้บอกว่าป้าน้อยแกให้เลข....
พี่ก็เลยไปบอกว่าป้าน้อยแกให้เลขอะไรไม่ได้หรอก... เท่านั้นแหละ
พี่โดนแช่งเลยว่าวันพรุ่งนี้ครบสามวันป้าน้อยจะมาเล่นงาน"
"เราเองก็เจอ" สุรศักดิ์กล่าว "เมื่อเช้าเราให้คนไข้กลับบ้านสี่คน
ทั้งสี่คนยกมือไหว้เตียง22กันเป็นแถว แถมเรียกป้าน้อยว่า 'แม่น้อย' ...
งงว่ะ"
วศินทำหน้าเครียดเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เดี๋ยวก็คงรู้กันเอง
วันรุ่งขึ้นวันหวยออก
มีชาวบ้านหลายคนเอาดอกไม้พวงมาลัยมาวางที่เตียง22 ....
ระหว่างที่รอเวลาหวยออก ชาวบ้านหลายคนก็ไปขอยาที่ตึกผู้ป่วยนอกฆ่าเวลา
รถพยาบาลวิ่งเข้าออกรพ.ตามปกติ บางคันพาผู้ป่วยจากห้องฉุกเฉินไปรพ.จังหวัด
บางคันกลับจากรพ.จังหวัดและส่งผู้ป่วยกลับมาที่ตึกผู้ป่วยใน
รอบๆรถที่วิ่งขวักไขว่นั้น
มีรถของชาวบ้านหลายคนที่มาลุ้นหวยที่โรงพยาบาลจอดเรียงรายเต็มไปหมด....
วศิน โกวิท และสุรศักดิ์
แพทย์ทั้งสามคนเดินกลับมาตรวจคนไข้ในเสียก่อนเพราะที่ด้านหน้าห้องตรวจมีแต่
คนสนใจทีวีเสียจนไม่ยอมเข้าห้องตรวจ
... หลังจากเข้ามาได้พักเดียว แพทย์ทั้งสามก็ได้ยินเสียงเฮดังลั่นมาจากด้านหน้า
"47 !!! ถูกแล้วโว้ย" ญาติคนไข้ที่นั่งหน้าทีวีในตึกในตะโกนลั่น "องค์แม่น้อยศักดิ์สิทธิ์จริงๆ"
ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้านที่นั่งดูทีวีข้างใน ก็มีเสียงคนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาที่ตึกด้านใน
"อย่างนี้สิองค์แม่น้อยศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
พวกเราถูกกันถ้วนหน้าเลยเห็นไหม"หญิงแก่คนที่แกะลายเส้นบนสนามเปตองเดินนำ
กลุ่มคนเข้ามา แต่ละคนมีพวงมาลัยดอกไม้มาคนละพวง
เมื่อไปถึงใกล้ๆเตียง22 คนที่เดินนำอยู่ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง "นี่หมอๆ
ทำไมเอาคนไข้ไปนอนที่เตียงองค์แม่ท่านล่ะ" ใครคนนึงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
"อ้าว ก็มีคนไข้เดิมเค้านอนเตียงนี้ประจำ
หมอก็ต้องจัดให้เค้านอนเตียงเดิมสิ" พยาบาลบอก...
แต่ถึงกระนั้นชาวบ้านหลายคนก็เดินตรงไปที่คนไข้อย่างไม่เกรงใจ
"ป้าๆ ย้ายไปเตียงโน้นไป เตียงนี้แม่ท่านใช้...........................
โย้วววววววววว โอ้วววววววววว เฮ้ยยยยย"
เสียงคนที่เดินไปตรงนั้นดังขึ้นอย่างคนตกใจ " ผีหลอกกกกกก!!!"
"คนโว้ย ไม่ใช่ผี" เสียงนั้นดังออกมาจากร่างบนเตียง22
ฝูงคนแถบนั้นแตกฮือออกมาเมื่อเห็นเจ้าของเสียง
บางคนล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นเมื่อเห็นว่าร่างที่เห็นอยู่ข้างหน้าก็คือป้า
น้อย
หลังจากงุนงงก็สิ่งที่เห็นตรงหน้า หลายคนก็ทำท่างง... มีอยู่คนนึงตะโกนขึ้นมา "ไหนพยาบาลบอกว่าป้าน้อยตายแล้วไง"
"วันนั้นที่นี่บอกว่าป้าน้อยไปแล้ว ไปรพ.จังหวัดเพราะอาการไม่ดี"
พยาบาลคนนึงพูดขึ้น "แต่บอกยังไม่ทันจบก็กลับกันไปก่อน
แล้วดันเอาไปคิดเองเออเอง"
วศินลุกขึ้นจากเก้าอี้ในเคาเตอร์และกวาดตาไปรอบๆ
"วันนั้นป้าน้อยแกอาการหนักมาก
หมอก็เลยส่งตัวไปรักษาที่รพ.จังหวัด"........................"วันนี้อาการ
ดีขึ้น ทางรพ.จังหวัดก็เลยให้กลับมาฉีดยาต่อจนครบ"
ชาวบ้านหลายคนเริ่มหน้าเสียและงุนงงกัน
"แล้วพวกคนไข้ที่บนไว้แล้วหายป่วยล่ะ" ชายคนนึงถาม ...
"แล้วถ้าองค์ท่านช่วยได้ แล้วพามารพ.ให้ผมรักษาทำไมล่ะ" โกวิทตอบ
... "งั้น เลขที่พวกเราได้มาสนามเปตองล่ะ มันมาจากไหน" ใครคนนึงกล่าวขึ้น แพทย์ทั้งสามมองหน้ากันกลั้นยิ้มไว้ ก่อนที่สุรศักดิ์จะเฉลย
"นั่นมันฝีเท้าองค์พ่อหมอวศินที่เดินเตะทรายเล่นตอนคุยโทรศัพท์กับแฟน .... ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า "

#1 By คุณหมาสายตาเอียง on 2009-02-20 16:57