การลอกผลงานในการวิจัย ... ดังไปจนถึงเมืองนอก#1
posted on 10 Dec 2008 22:49 by mor-maew in MyDiaryเรื่องของเรื่องเกิดมาจากกระทู้ในพันทิปนี้ครับ
การคัดลอกผลงาน การขโมยความคิด ในงานวิจัย ++ พยานหลักฐาน
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7106413/X7106413.html
ฉันเป็นเด็กนักเรียนปริญาเอกคนนึง ที่ เมือง Heidelberg ประเทศเยอรมันนี
ปกติ ฉันจะติดตามอ่านงานตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิทยาศาสตร์ รวมทั้งข่าวสารทางวิทยาศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนักเรียนปริญาเอกที่นี่ทุกคนปฏิบัติเป็นนิสัย (ประมาณว่าไม่อยากก็ต้องทำเพื่อให้ตามชาวบ้านเค้าทัน)
วันนี้ ฉันได้อ่านข่าวใน Nature
(http://www.nature.com/news/2008/081008/full/455715a.html) ซ่ึงเป็นข่าว เกี่ยวกับ การคัดลอกผลงาน หรือ การขโมยความคิด ในงานวิจัย
ฉัน ถือว่าตัวเองมีจรรยาบรรณของนักวิทยาศาสร์ ภูมิใจในงานของตัวเองว่าทุกอย่างที่ได้มานั้นมันมาจากสมองและหยาดหงื่อของ ตัวเอง และฉันรู้จากประสบการณ์ว่างานวิจัยนั้นมันยากเย็นแสนเข็ญเพียงไร
ดัง นั้น ฉันจึงเกลียดพฤติกรรมเช่นนี้ (การคัดลอกผลงาน ขโมยความคิด ของผู้อื่น ที่เขาทำงานอย่างอดทนและลำบากตรากตรำ แต่ดันถูกเพื่อนร่วมวงการที่จิตใจต่ำทรามมาขโมยผลงานไปอ้างเป็นของตัวเอง หน้าตาเฉย) และ ฉันดูแคลนบุคคลที่ประพฤติสิ่งเหล่านี้อย่างมาก
ในข่าวนี้ ฉันตาม link
(http://spore.swmed.edu/dejavu/duplicate/?all=&update_type__exact=0&other_type__exact=0&duplication_type__id__exact=2&comment_type__exact=0&o=0&MedLabel__exact=0&MedIssue__exact=0&ot=asc&share_author__exact=0 )
ซึ่งเป็น list ของงานที่ถูกคัดลอก ซึ่งใน list นี้จะบอก งานตีพิมพ์ original และงานที่ไปลอกเขามา ควบคู่กันไป
ดู ไปดูมา ก็เหลือบไปเห็นชื่อไท้ยไทยในแถวของผู้ที่ไปลอกเขามา เอ๊ะใช่หรือเปล่าหว่า ก็เข้าไปดุให้มันแน่ใจ ใช่จริงด้วย แถมไม่ใช่แค่คร้ังเดียวอีกต่างหาก ใน list นี้ มีชื่อ Palungwachira, Piti (ปิติ พลังวชิรา) ซึ่งถูก list อย่างต่ำ 3 งานตีพิมพ์ ที่ไปลอกเขามาอย่างไม่อายฟ้าดิน ไม่เฉพาะแต่ตัวหนังสืิอเนื้อหาเท่านั้น แม้กระทั่งรูปจากกล้องจุลทัศน์อิเล็กตรอนก็ยังไปตัดเอาจากงาน original เขามาอย่างไร้ยางอาย ไม่มีการดัดแปลงรูปอีกต่างหาก แบบว่า copy มายังไง ก็ paste มันทั้งอย่างงั้นเลย ไม่รู้จะว่าเขลาหรือว่าขี้โกงแบบแบเบาะ+ขี้เกียจดี ถ้าท่านผู้อ่านอยากเห็นตัวอย่างงานขี้โกงนี้ ก็เข้าไปดูงาน ตาม link นี้ http://www.pubmed.com แล้วค้นด้วยเบอร์ 15222530 (งานที่ลอกโดย Palungwachira) และเบอร์ 9697048 (งาน original โดย Lao LM et al) ถ้าอยากตรวจอย่างละเอียดควรเข้่าไปดู full paper ไม่ใช่แค่ abstract
เขา ผู้นี้ เมื่อฉันไปค้นหาใน internet ก็พบว่า เป็นถึง ศาสตราจารย์นายแพทย์ และ ผอ ศูนย์โรคผิวหนัง คณะแพทย์ศาสตร์ ม... แห่งหนึ่ง ฉันก็ไม่ทราบว่าท่าน ศ นพ ได้ตำแหน่งนี้มาด้วยงานที่ไปลอกเขามาหรือเปล่า ไม่รู้ว่าท่านภาคภูมิใจกับงาน“ลอกเขามา” หรืออย่างไร
แล้วก็มาย้อน คิดว่า โอ้ตัวฉันผู้ต่ำต้อยนี้ หากฉันต้องไปยกมือไหว้ ศาสตราจารย์ผู้นี้เพื่อของานในอนาคตแล้วละก็ ฉันก็ขอจมปลักเป็นนักวิจัยต็อกต๋อยไปจนตายดีกว่า
**************************
ผมขอเล่าเรื่องคร่าวๆครับ
เริ่มแรก เจ้าของกระทู้ได้นำเอาเรื่องราวที่เธอสงสัยเกี่ยวกับบทความในวารสารNatureมาลงไว้
บทความนั้นเป็นเรื่องเกียวกับการใช้โปรแกรมตรวจจับคำศัพท์ นำเอาไปตรวจสอบวารสารทางการแพทย์ที่มีในฐานข้อมูลกลาง จากนั้นค้นหาว่ามีบทความใดที่มี "เนื้อหาส่วนที่ตรงกันในลักษณะ Copy + Paste"
หลังจากที่เธอได้เห็นบทความนั้น เธอได้สังเกตเห็นชื่อของแพทย์ท่านหนึ่งเข้าว่ามีชื่อในนั้นถึง3ชื่อ เธอจึงได้ไปอ่านบทความสองฉบับ ฉบับแรกคือฉบับที่ตีพิมพ์ก่อน และอีกฉบับคือฉบับที่ตีพิมพ์ทีหลัง
ถัดมา เจ้าของกระทู้ได้สรุปรวบได้ในทำนองว่า แพทย์ชาวไทย ลอก แพทย์ต่างประเทศอย่างแน่นอน และแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าแพทย์คนดังกล่าวเป็นคนที่น่ารังเกียจหรือไม่น่านับถือ
ท้ายที่สุด ผมเข้าไปอ่านและศึกษาข้อมูลเท่าที่สมองและประสบการณ์ของผมจะมี ได้ข้อมูลมาว่า
- บทความทั้งสองฉบับนี้ มีส่วนที่เหมือนกันในแง่ของภาพและเนื้อหาบางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
- ส่วนที่เหมือนกัน คือการCopy+Paste ชัดๆ เหมือนกันทั้งภาพและประโยค คำต่อคำ
- ส่วนที่ไม่เหมือนกันก็มี
- วารสารไทยที่มีปัญหาสงสัยว่ามีการลอกงานต่างประเทศมา 12บทความ เป็นวารสารฉบับเดียวกันทั้งหมด
- วารสารของไทย ทราบเรื่องแล้วซึ่งมีการดำ้เนินการเป็ฯการภายในไปแล้วในกรอบอำนาจของตน
ผลที่ตามมา
ในกระัทู้ดังกล่าวได้เปิดเผยชื่อของแพทย์คนนั้น ซึ่งต่อมามีการเอาประวัติมาลง มีคนไข้ที่รักษากับแพทย์คนนี้บังเอิญเข้ามาเจออีกด้วย
มีคนเข้ามาอ่าน ได้ออกความเห็นในทำนองตำหนิทั้งสถาบัน/แพทย์คนที่มีชื่อ/วารสารไทยที่ให้ลงบทความ ต้องการให้มีการรับผิดชอบ
และก็มีคนเอาไปทำเป็นFWD Mail เรื่องการขโมยความคิดในงานวิจัย
ต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมอยากถามคนที่ได้อ่านกระทู้นี้
- สมควรหรือไม่ที่เอาชื่อแพทย์คนดังกล่าวมาลง โดยที่เมื่อเข้าไปอ่านแล้ว บทความทั้งสองฉบับมีลักษณะที่เข้าได้กับสิ่งที่เรียกว่า "ลอก ... ทางวิชาการ " หรือ plagiarism
- คุณคิดว่าวารสารไทยฉบับดังกล่าวควรจะทำอย่างไร เพราะถ้าดูจากบทความในNatureดังกล่าจะพบว่าจากบทความวิชาการที่ต้องสงสัยว่าลอมีของไทยสิบกว่าอัน และทั้งสิบกว่าบทความของไทยที่ต้องสงสัยว่าไปลอกคนอื่น มาจากวารสารการแพทย์ฉบับเดียวกันทั้งสิ้น
- คุณคิดว่าวารสารดังกล่าวควรจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ ที่ปล่อยให้มีการลอกบทความ ... ทั้งที่บทความต้นฉบับที่เหมือนว่าลอกมาบางบท ตีพิมพ์มาเกือบสิบปีแล้ว
ลองคิดกันเล่นๆครับ เดี๋ยวผมจะเอามาลงกันต่อไป

- ข้อสอง คัดกรองงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารให้ละเอียดกว่านี้ ... พูดง่าย แต่ไม่รู้ทำได้รึเปล่านะ ^^;
- ข้อสาม...เอ่อ คงไม่ต้องก็ได้มั้งคะ อันนี้ไม่รู้จริงๆ
ไม่ชอบคนที่ลอกเค้ามาจริงๆนะ เวลาทำโครงงานครูจะบอกเสมอว่าอย่าไปลอกคนอื่นเค้า ถ้าเราจะทำแบบเค้า ให้ทำต่อยอดจากเค้า ทำคนละแนวกับเค้า ให้มันเกิดการพัฒนา คิดว่าถ้าจะเอางานวิจัยคนอื่นมาอ้างอิง...ก็มีวิธีเขียนกำกับการอ้างอิงไว้ไม่ใช่เหรอ (ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคงมี จำได้ลางๆว่าเคยเรียนในวิชาระเบียบวิธีวิจัย >> ตายล่ะ ถ้าไม่มีนี่หนูหน้าแตกนะเนี่ย 55+)
แต่เรื่องลอกๆนี่เห็นคนไทยลอกกันบ่อยนี่คะ
เด็กก็ถนัดลอกแบบ copy & paste กันตั้งแต่ประถมปลายเลยมั้ง ตอนนี้ม.ปลาย ก็ยังไม่เลิกทำ 55+
เรื่องเพลงก็มี MV อะไรซักอย่าง ที่ได้ยินมาว่าเกาหลีก็ฟ้องร้อง ทำนองเพลงก็ลอกกันมาให้ได้ยินกันเยอะ
งานออกแบบก็เหมือนได้้ข่าวว่ามีเหมือนกัน
งานเขียน นิยายก็เคยเห็นเป็นกรณีศึกษาอยู่บ้าง (แต่มักจะเป็นการลอกคนไทยด้วยกันเองซะมากกว่า)
#1 By HeDw!g on 2008-12-11 00:06