ปวดแข้ง -=Byหมอแมว=-
posted on 19 Nov 2008 19:31 by mor-maew in HealthVariety
สมัยเรียนมัธยมปลายผมมีโอกาสได้ไปร่วมติวเตรียมเอนทรานส์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเมื่อเรียนเสร็จแล้วก็ต้องกลับบ้านที่อยู่บริเวณเซนต์หลุยส์ซอย3 สมัยนั้นย่านดังกล่าวถือว่าเป็นบริเวณที่รถติดมากติดอันดับหนึ่งในห้าของกรุงเทพฯ ติดจริงๆจังๆมากกว่าสมัยนี้เยอะ ... เนื่องจากสมัยนั้นยังไม่มีการสร้างรถไฟฟ้า ผมก็เลยต้องเลือกเอาว่าจะกลับบ้านยังไง เพราะเลิกเรียนก็1ทุ่มแล้ว ถ้านั่งรถเมล์แล้วโดยเฉลี่ยก็จะกลับถึงบ้านราวๆ3ทุ่มจากระยะทาง 5 กิโลเมตร
ผมก็เลยเลือกใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการวิ่งกลับบ้านทุกวันกับกระเป๋าหนัก 3 กิโล
แรกๆก็ไม่มีอะไร จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 3 เดือน ผมเกิดอาการปวดที่หน้าแข้งทั้งสองข้างมากตลอดเวลา โดยจะปวดมากตอนเช้าๆและอาจจะเบาลงสักหน่อยในเวลาเย็น จนตอนหลังจากที่วิ่งก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นการเดินกลับแทน ...
อาการปวดนี้แม้ว่าหลังจากนั้นการติวจะสิ้นสุดลง แต่ผมก็ยังปวดหน้าแข้งไปจนกระทั่งถึงช่วงที่สอบเอนทรานส์เลยทีเดียว
หน้าแข้ง
อาการที่ว่านี้ที่จริงเป็นอาการที่พบได้บ่อยพอสมควรในวัยรุ่นครับ โดยมากมักจะพบในวัยรุ่นที่เล่นกีฬา
บริเวณหน้าแข้งของเรา จะมีกระดูกที่เรียกว่ากระดูกหน้าแข้ง ขอบทั้งสองข้างของกระดูกชิ้นนี้จะมีกล้ามเนื้อวางตัวอยู่ครับ ... โดยตำแหน่งที่พบว่าเกิดอาการเจ็บปวดได้บ่อยก็คือ ขอบที่ติดกับกระดูกทางด้านในของขา
เกิดจากอะไร
อาการปวดแข้งตรงบริเวณนี้ เป็นอาการบาดเจ็บชนิดหนึ่งครับ ... ซึ่งการบาดเจ็บนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การกระทบกระแทกอะไรตรงๆที่บริเวณดังกล่าว
จากภาพที่ให้มาตรงบริเวณที่เป็นสีแดงนั้นจุดที่ปกติแล้วจะมีกล้ามเนื้อมาเกาะที่กระดูกหน้าแข้ง ... ในคนที่ใช้งานขาเกินกำลังติดต่อกันเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อขาจะทำงานหนักในการขยับเท้าและรับน้ำหนัก ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่ติดกระดูกต้องรับน้ำหนักและแรงกระแทกมากและเกิดการอักเสบตึงยืดตามมาได้
หากเป็นกรณีปกติ ร่างกายจะแสดงอาการออกมาด้วยอาการเมื่อยล้า แต่ในบางกรณีที่คนเราใช้ใจในการทำงานมากกว่าเหตุผล ... ไม่ว่าจะเพื่อการฝึกฝนตนเอง หรือจะด้วยความรู้สึกว่าตนสามารถเอาชนะร่างกายได้ ก็จะเกิดการฝืนใช้งานต่อไป
อาการเจ็บเบื้องต้นจะเป็นเพียงเล็กน้อย อาจจะเริ่มต้นเพียงเจ็บๆเมื่อยๆในตอนเช้า ซึ่งคนปกติต้องพัก ... แต่หากไม่ได้พัก ฝืนทำงานต่อกล้ามเนื้อก็จะดึงกระดูกหน้าแข้งจนเกิดอาการอักเสบมากขึ้นทีละน้อยทีละน้อย
ในที่สุดเมื่อถึงจุดหนึ่งที่กล้ามเนื้อและกระดูกทนไม่ไหว อาการเจ็บปวดก็จะมากจนแทบเดินไม่ไหว
สำคัญอย่างไร
ที่ผ่านมาผมอ่านการ์ตูนกีฬาหลายเรื่อง ลักษณะตัวเอกจะเหมือนกันอยู่อย่างนึงก็คือ หมั่นฝึกฝนตนเองตลอดเวลาประดุจกำลังเล่นเกมส์อยู่ ทำเหมือนว่าการฝึกหนักทุกๆวันจะทำให้เก่งขึ้นมาได้แบบในเกมส์ที่มีค่า Exp หรือ Level ปัญหาคือ การ์ตูนมุ่งแต่เรื่องพลังใจ ไม่ค่อยบอกว่าการทำแบบไหนจะเกิดอันตรายได้
อีกอย่างก็คือการแข่งขันกีฬาหลายชนิดที่แข่งกันตั้งแต่อายุน้อยๆ ทำให้มีการฝึกฝนเด็กให้เล่นกีฬาอย่างเอาเป็นเอาตาย ต้องมีการซ้อมทุกวัน การใช้งานซ้ำๆกันเป็นเวลานาน (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Repetitive stress syndrome) จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดโรคๆนี้ขึ้นมา
ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดของกลุ่มนี้ก็คือ อาการพวกนี้ปรากฎก็ต่อเมื่อมีการบาดเจ็บอย่างเรื้อรัง และใช้เวลารักษานาน ทำให้หลายๆคนไม่ใส่ใจที่จะรักษา ซึ่งโรคนี้หากยิ่งปล่อยไว้ก็จะรักษายากขึ้นเรื่อยๆ ... หนักที่สุดก็คืออาจจะทำให้กระดูกหน้าแข้งหักทีเดียวครับ
อาการดูอย่างไร
อาการที่จะเป็นนั้นคนที่เป็นคงต้องสังเกตดูเอาครับ อาการปวดของกลุ่มการใช้งานเกินกำลังนั้นมักเป็นการปวดที่ยาวนาน อาการปวดเมื่อเริ่มแล้วก็จะปวดไปเรื่อยๆไม่หายง่ายๆ
- ปวดที่บริเวณขอบที่ติดกับกระดูกหน้าแข้งโดยเป็นมากเวลาใช้กำลังของขา
- กดบริเวณดังกล่าวแล้วเจ็บ
- เมื่อเป็นขึ้นมาแล้ว กินยาหรือพักแล้วก็มักไม่ค่อยหายในทันที
จริงๆอาจจะไปให้หมอตามโรงพยาบาลตรวจก็ได้ครับ แต่ว่าส่วนมากก็มักตรวจไม่เจออะไรมากไปกว่านั้น การเอกซ์เรย์ก็มักจะปกติ
การรักษาคือส่วนที่ยากที่สุดของโรคนี้ครับ ... ไม่ใช่เพราะว่าโรคนี้ต้องใช้ยาราคาแพงหรือว่าวินิจฉัยลำบาก หากแต่เป็นเพราะโรคนี้ใช้เวลารักษานาน
โดยทั่วไปอาการปวดกล้ามเนื้อแบบธรรมดา กินยาและพักผ่อนสัก3-4 วันก็จะทุเลาลงแล้ว แต่ว่าสำหรับอาการ'ปวดหน้าแข้งอันเกิดจากการใช้งานเกินขนาด'นี้ ตามปกติจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2-3 เดือนครับ
สาเหตุที่ใช้เวลารักษานานเพราะว่า การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมักเป็นอาการบาดเจ็บที่เป็นที่เอ็นและกระดูก ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เวลาในการฟื้นตัวช้า ... อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ คนที่จะป่วยเป็นโรคนี้ มักจะเป็นคนที่ฝืนใช้งานขาต่อทั้งๆที่ตนเองก็เจ็บขา ... ดังนั้นก็จะพบว่าผู้ที่เป็นมักจะไม่ยอมหยุดพักกิจกรรมและกลับไปฝืนใช้งานต่ออีก
การรักษาสำหรับผู้ที่สงสัยว่าตนเองจะมีอาการนี้
- งดการทำกิจกรรมถ้าหากมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ : การเจ็บกล้ามเนื้อเป็นสัญญาณบอกว่าคุณต้องพัก
- ออกกำลังกายให้หลากหลายรูปแบบ : เพราะกีฬาแต่ละชนิดมีการใช้กล้ามเนื้อแตกต่างกันไป การสลับชนิดกีฬาจะช่วยให้กล้ามเนื้อได้พัก
- ใช้รองเท้าให้เหมาะสม : การลงน้ำหนักที่ผิดปกติ เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเจ็บที่หน้าแข้ง
- ยาไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้าย : หลายคนกลัวที่จะกินยาจนเกินไป ที่จริงการใช้ยาในระดับที่พอดีก็ช่วยให้อาการบาดเจ็บหายได้เร็วขึ้นอย่างปลอดภัย
- พักต้องเป็นพัก : เมื่อมีอาการปวดที่หน้าแข้งก็แปลว่าคุณจำเป็นต้องพัก ซึ่งการพักคือการใช้งานในระดับปกติคือการเดิน ... อะไรที่เกินไปจากการเดิน ไม่ว่าจะเป็นวิ่งเร็ว วิ่งเหยาะๆ เดินเร็ว ยกของน้ำหนักมาก คือสิ่งที่ไม่ควรทำ
- เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย : การเริ่มพักแต่เนิ่นๆเมื่อมีอาการปวดใหม่ๆ ใช้เวลาพักฟื้นเพียงแค่หนึ่งถึงสองวัน ... ในขณะที่หากคุณฝืนใช้งานต่อไปอีก3-4วัน อาจจะได้พักฟื้นเป็นเดือน
ภาพประกอบ
1.
ดัดแปลงจาก _http://www.footcaredirect.com
2.
ภาพจาก _http://content.revolutionhealth.com
3.
ดัดแปลงจาก _http://www.thaicinema.org/images/2008title/wawoon/26.jpg
^
^
^
ดาราAVที่ผมชื่นชอบเป็นอันดับ 2

#1 By Dhammasarokikku on 2008-11-19 19:56