ความขัดอกขัดใจของผมเวลาดูโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารป้องกันกระดูกพรุน คือ การที่พรีเซนเตอร์เป็นผู้ที่มีอายุมากแล้ว ส่วนหนึ่งก็ถูกต้องที่ว่าการที่ขาดแคลเซี่ยมในคนสูงอายุ ถ้าได้แคลเซี่ยมเสริมก็ดีกว่าไม่ได้
แต่ที่ขัดใจเพราะว่าหนทางในการ ป้องกันรักษาโรคกระดูกพรุน มันไม่ได้มีแค่การกินยา ไม่ได้มีแต่การกินผลิตภัณฑ์ต่างๆ และที่สำคัญ การป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ได้ทำตอนที่อายุมากแล้วหากแต่ต้องทำตั้งแต่อายุไม่มาก
วันนี้ผมจึงขอนำเสนอแนวทางในการสร้างเสริมสุขภาพที่ราคาแสนถูก และได้ผลดีในการป้องกันโรคกระดูกพรุนครับ


กระดูกพรุนคืออะไร
ในมนุษย์เรา กระดูกในร่างกายจะมีการสร้างและทำลายไปพร้อมๆกันตลอดเวลา
ในวัยเด็กกระดูกจะสร้างมากกว่าทำลาย ดังนั้นกระดูกจะมีเนื้อกระดูกมาก
ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น กระดูกจะสร้างเท่ากับทำลาย เนื้อกระดูกจะไม่หนาไปกว่าเดิม
และในวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย ชรา หรือหมดประจำเดือน การสร้างจะน้อยกว่าการทำลายทำให้กระดูกบางลง
หลัง จากอายุสามสิบปี กระดูกของคนเราจะบางลงเรื่อยๆ เราเรียกว่าภาวะกระดูกบาง Osteopeniaซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติตราบจนกระทั่งเกิดการบาดเจ็บหรือโรค ขึ้น ก็จะเรียกว่าโรคกระดูกพรุน Osteoporosis

 

ความสำคัญของกระดูกพรุน
โรค นี้หากเป็นไม่มากก็จะมีภาวะที่เกิดได้บ่อยๆคือ กระดูกในส่วนที่รับน้ำหนักเกิดการยุบตัวลง ...ซึ่งจะมีอาการหรือไม่ก็ได้ (60%ของผู้หญิงที่กระดูกสันหลังหักทรุดไม่มีอาการ)
แต่หากเป็นมาก อาจจะเกิดปัญหารุนแรงได้เช่นหากหกล้มแล้วก็จะมีการหักได้ง่ายเช่นกระดูกข้อ มือหัก หรือกระดูกสะโพกหัก ซึ่งอย่างหลังนี้สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นก็จะทำให้เดินไม่ได้และต้องนอน รักษาตัว3-4เดือน ที่สำคัญคือผู้สูงอายุที่กระดูกสะโพกหักมีโอกาสเสียชีวิตใน1ปีหลังจากการหัก ได้ถึง 17%
ดังนั้นมันจึงถือเป็นภาวะทางสุขภาพที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง

แต่ เนื่องจากว่ามันเป็นโรคที่ไปก่อเรื่องในผู้สูงอายุ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงต่างๆไปเน้นหนักในด้านผู้สูงอายุกันซึ่งเป็นวิธีที่ เร่งยังไงบำรุงอย่างไรก็ช่วยให้กระดูกมีโครงสร้างแข็งแรงขึ้นบ้างแต่ก็ดีไม่ เท่าการเสริมสร้างแต่ต้น
ต่อไปนี้ก็คือวิธีการง่ายๆ  4 วิธีที่ช่วยเพิ่มกระดูกตั้งแต่เนิ่นๆครับ


1. กินแคลเซี่ยมให้เพียงพอ ... ไม่สิ กินอาหารให้ถูกส่วน
แค ลเซี่ยมเป็นสารที่สำคัญสารหนึ่งในการสร้างกระดูกครับ  ซึ่งถ้าเป็นไปได้เราควรจะต้องกินอาหารตามปกติเพื่อจะได้ไม่ขาดจากแคลเซี่ยม ... ผมเขียนไว้ว่ากินอาหารตามปกตินั้นไม่ได้เขียนผิดนะครับ เพราะว่าในคนที่กินอาหารครบ5หมู่อย่างถูกสัดส่วนก็มักจะได้แคลเซี่ยมอย่าง เพียงพออยู่แล้ว พูดง่ายๆก็คือการBack To Basic เพียงการกินอาหารตามหนังสือแบบเรียนของเด็กประถมก็เพียงพอแล้วครับ
ครั้น จะให้ไปจำอาหารที่ควรกินดูจะเป็นการจำกัดจนเกินไป ผมว่าเรามาดูว่าอะไรไม่ควรกินดีกว่า ... สิ่งที่ไม่ควรกินก็คือพวกอาหารจานด่วนที่มีแต่เนื้อสัตว์หรือแป้ง(เพราะ โปรตีนไปทำอะไรไม่รู้แหละ แต่ถ้ากินมากเกินไปจะทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซี่ยม) หรือการกินเมนูเดิมๆซ้ำไปซ้ำมานานๆครับ (อย่าลืมว่าเราไม่ได้ต้องการแต่แคลเซี่ยม เรายังต้องการอาหารที่มีแร่ธาตุสารอาหารอื่นๆอีก)

 

 

 

 ตารางนี้นำมาจาก http://gotoknow.org/blog/health2you/6629

แถมตารางให้ครับ เป็นแคลเซี่ยมในอาหารชนิดต่างๆในส่วน 100 กรัม ขอเน้นว่าต่อ 100 กรัมนะครับ เพราะบางอย่างดูเยอะอย่างพวกงาดำหรือกุ้งแห้งแต่ว่าเราคงกินไม่ถึง 100 กรัม
มี คำถามมาว่าเห็นในตารางจากต่างประเทศหลายอันที่บอกว่าคนเราต้องการแคลเซี่ยม ประมาณวันละ 1000มิลลิกรัม แล้วเราจะกินได้พอหรือ ... คำตอบก็คือในคนไทยหรือคนที่ไม่ใช่ชาวยุโรปอาจจะไม่ได้ต้องการแคลเซี่ยมมาก ขนาดนั้นก็ได้ครับ ดังนั้นคนที่คำนวณแล้วได้ไม่ครบก็ไม่ต้องตกใจครับ คุณกินอาหารให้ถูกสัดส่วน กินผักใบเขียวบ่อยๆ ก็สามารถเสริมสร้างแคลเซี่ยมได้เช่นกัน

ทั้งนี้มีข้อสังเกตอย่างนึง ว่าส่วนมากแล้วแพทย์จะไม่ได้แนะนำให้มีการกินแคลเซี่ยมเสริมในคนที่มีสุขภาพ ร่างกายปกติดีและอายุน้อยนะครับ ถ้าคุณไปโพสถามในเว็บต่างๆบอกว่าคุณอยากกินเสริมแต่ไม่ได้บอกว่าป่วยเป็นโรค อะไร แพทย์หรือเภสัชกรก็จะไม่ได้แนะนำให้คุณกิน ... เพราะที่จริงอาหารประจำวันถ้าจัดดีๆก็เพียงพอแล้ว

2. วิตามิน D
วิตามินดี เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการดูดซึมและนำแคลเซี่ยมไปใช้ดังนั้นเราต้องรับให้พอ แหล่งที่มาของมันก็ได้มาจากอาหารและแสงแดด
อาหาร ที่มีวิตามินDมากก็ได้แก่ น้ำมันตับปลา ไข่ ตับ  ส่วนแสงแดด ก็ได้จากการที่แสงเข้ามากระทบที่ผิวหนังจากนั้นมีกระบวนการสร้างวิตามินตัว นี้จากไขมันที่อยู่
อย่างที่ผมบอกไว้ในเรื่องแคลเซี่ยมนะครับ การแพทย์แผนปัจจุบันจะไม่เน้นการไปกินบำรุงหรือเน้นกินจนเกินไป เพราะเราดูร่างกายทั้งส่วน ... ผมคงไม่เน้นให้กินไข่เยอะๆหรือกินตับแยะๆ น้ำมันตับปลาไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่รู้จะไปหาจากไหน เดี๋ยวเผลอไปกินบำรุงกระดูกเดี๋ยวจะได้เรื่องไขมันสูงมาแทน
ดังนั้นเหมือนเดิมครับ กินให้ถูกส่วนก็พอ
ดัง นั้นแหล่งของวิตามินดีที่หาง่ายและไม่ต้องเสียเงินก็คือแสงแดดครับ เพียงแค่ออกกำลังกายในช่วงที่มีแสงแดดอ่อนๆจะเช้าหรือเย็นก็ได้วันละประมาณ 15 นาที ก็เพียงพอแล้วครับ
 

 

ภาพจาก  medicalimages.allrefer.com (แต่น่าจะลิขสิทธิ์ADAM)

 


3. ออกกำลังกาย
จะเห็นว่าคนที่ออกแรงอยู่เสมอ มักจะมีปัญหาเรื่องกระดูกพรุนน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลัง ซึ่งก็เป็นไปตามหลักของการใช้งานครับ ร่างกายของคนเราจะจัดการร่างกายให้เพียงพอกับสิ่งแวดล้อมที่ได้ ... ถ้าเราออกกำลังกายและใช้กล้ามเนื้อในการรับน้ำหนักเยอะ ร่างกายก็จะสะสมแคลเซี่ยมไปที่กระดูกมาก ในทางกลับกันหากเราไม่ได้ออกแรงรับน้ำหนักเช่น ไม่ออกกำลังกายหรือออกไปอยู่ในอวกาศ ต่อให้กินแคลเซี่ยมและวิตามินดีเสริมเข้าไปยังไง ร่างกายก็ขับออกเป็นสารที่ไม่ต้องการ
ดังนั้นเมื่อเชื่อมกับเรื่องแสงแดดและสุขภาพร่างกายส่วนอื่นๆ คุณก็ควรออกกำลังกายกลางแจ้งให้สัมผัสกับแสงแดดสักวันละ15-20นาทีครับ

4. หลีกเลี่ยงของที่ทำให้เราเสียแคลเซี่ยมหรือก่อกระดูกพรุนได้
สิ่ง ที่มีงานวิจัยออกมาชัดเจนว่าทำให้เกิดกระดูกพรุนได้ก็คือยาสเตียรอยด์ ดังนั้นข้อควรปฎิบัติก็คือ ไม่ควรซื้อยาชุดมากินเอง ... และถ้าเป็นโรคที่จำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ก็ต้องใช้ภายใต้การกำกับดูแลของ แพทย์รวมทั้งต้องป้องกันกระดูกพรุนด้วยวิธีอื่นๆ
ส่วนปัจจัยอื่นๆที่มี งานวิจัยออกมาว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการเกิดกระดูกพรุนก็คือ การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ดื่มกาแฟมากๆ ดื่มน้ำอัดลมมากๆ ...
ดังนั้นหลีกเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงครับ

ทุกอย่าง ที่กล่าวมาเป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว และยืนยันได้ว่าถ้าคุณยังอายุไม่มากและยังไม่ป่วย การดำเนินชีวิตแบบพอดีๆกินแต่พอดีออกกำลังกายแต่พอดี ไม่กินอาหารหรือเสพสิ่งเสพติด และปฏิบัติตนอย่างสม่ำเสมอ โรคกระดูกพรุนก็จะไม่ถามหา
โดยที่ไม่ต้องไปเสียเงินซื้ออะไรมากินเสริมให้วุ่นวายครับ

อ้างอิง

1.  Pongchaiyakul C, Songpattanasilp T, Taechakraichana N. Burden of Osteoporosis in Thailand. J Med Assoc Thai 2008; 91 (2): 261-7
2. Chariyalertsak S, Suriyawongpisal P,ThakkinstainA. Mortality after hip fractures in Thailand. IntOrthop 2001; 25: 294-7

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดื่มกาแฟเยอะ (สาม แก้ว)
นอนดึก ไม่ได้ตื่นก่อน 8 โมง

นมก็ไม่อยากกิน

เบียร์ บ้าง..



ท่าทางต้องบำรุงซะแล้วแฮะ

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-09-25 00:17

open-mounthed smile

#2 By chichi on 2008-09-25 00:38

Hot! สอบวันศุกร์พอดี

จะมี Osteoporosis ออกมาซักกี่ข้อกัน - -...

#3 By on 2008-09-25 00:41

ผมทานอาหารเสริมเพราะทำไอ้ที่บอกมาข้างบนไม่ได้นี่แหละครับ มันไม่มีเวลาอ่ะ =__-'!

แต่ท่าทางเราต้องทานสม่ำเสมอแล้วแฮะ เพราะที่ผ่านมาขี้เกียจกิน Hot! Hot! Hot!
พี่หมอกลับมาแล้ว cry

#5 By Bluemoon on 2008-09-25 02:35

ต้องปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอย่าไวbig smile big smile

#6 By (^_^)/nana on 2008-09-25 09:51

ดีนะ ที่ป้องกันมาค่อนข้างดีตั้งแต่เด็กๆ big smile

#7 By Googigg on 2008-09-25 13:23

open-mounthed smileดีฮับ

จะบอกต่อ

#8 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-09-25 14:03

เรื่องพื้นๆนี่แหละครับที่คนชอบมองข้าม
ไม่ค่อยได้กินนมเท่าไหร่


แต่ผักใบเขียวนัทกินประจำน๊าว์



surprised smile
ไม่ค่อยโดนแดด แถมชอบกินกาแฟ sad smile แต่ก็ชอบกินผักใบเขียวและงา คงจะทดแทนกันได้...มั้งคะ sad smile

#11 By LUMiN on 2008-09-25 17:57

หมอหายไปนานเลย คิดถึง Hot!

#12 By bellbell on 2008-09-25 19:47

เราจะพยายามลดละเลิกน้ำอัดลม sad smile

ได้ยินว่า กินกุ้งแบบติดเปลือกได้สารอะไรซักอย่างด้วย
จำไม่ได้ แหะๆ

เพราะเราเป็นพวกขี้เกียจแกะเปลือก
เคี้ยวมันทั้งหยั่งงั้นเลย ไม่ทิ่มปากก็พอ ๕๕๕

#13 By ฉันคือรั้ว on 2008-09-25 20:10

เราจะพยายามลดละเลิกน้ำอัดลม sad smile

ได้ยินว่า กินกุ้งแบบติดเปลือกได้สารอะไรซักอย่างด้วย
จำไม่ได้ แหะๆ

เพราะเราเป็นพวกขี้เกียจแกะเปลือก
เคี้ยวมันทั้งหยั่งงั้นเลย ไม่ทิ่มปากก็พอ ๕๕๕

#14 By ฉันคือรั้ว on 2008-09-25 20:11

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ช่วงนี้คิดเมนูอะไรไม่ค่อยออก ข้าวของก็ราคาแพง เลยทำกับข้าวซ้ำๆ ออกแนวจานด่วนเหมือนกัน หมอแมวช่วยนึกเมนูอะไรเด็ดๆ มามั่งสิคะ ช่วงนี้นึกไม่ออกค่ะ ของแพง

เห็นหัวข้อโรคคนแก่ แหม ตกใจนึกว่าหมอแมวเล่น tag โกร๊ท กร๊วกฮอโมนกะเค้าด้วยopen-mounthed smile

Hot! Hot!

#15 By General เบ๊ on 2008-09-25 20:49

Hot! Hot! ตรงใจพอดีเลย เพราะตอนนี้รู้สึกกำลังพรุนตรงข้อเข่า

#16 By เต่านา on 2008-09-26 02:29

เมื่อก่อนดื่มน้ำอัดลมเยอะมาก
ตอนนี้พยายามงดอยู่ครับ ให้อย่างมากอาทิตย์ละแก้ว
รู้สึกดีขึ้นเยอะ ไม่เปลืองเงิน ฮาๆ confused smile

#17 By indybear on 2008-09-26 02:29

ขอบคุณมากค่ะ

ตอนนี้คุณหมอก็เตือนๆ คุณแม่มาเหมือนกันว่ามีอาการกระดูกพรุนอยู่พอดี สงสัยต้องโทรไปห้ามเรื่องกาแฟให้เด็ดขาด (หลังจากที่เพิ่งห้ามเรื่องน้ำอัดลมไปได้)

ตัวเองทั้งที่อายุยังน้อย แต่ก็มีปัญหาปวดขา แล้วก็ปวดหลังบ่อยๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร แต่ว่า... จะลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูค่ะ อย่างน้อย ตอนแก่ก็จะได้ไม่ปวดไปมากกว่านี้


confused smile
ขอบคุณที่เตือนใจครับ ช่วงนี้ทานแต่มาม่าHot!

#19 By Repentant on 2008-09-26 11:32

ก็ยังไม่แก่ 555555 confused smile แต่เป็นโรคกระดูกพรุนแล้วค่ะ พยายามทานแต่ของมีประโยชน์แต่ไม่แน่ใจว่าจะสายไปหรือเปล่า embarrassed big smile

#20 By dowrun happy on 2008-09-26 14:56

เข้ามาอ่าน
รู้สึกคุ้นๆ
เหมือนเพิ่งสอบผ่านไปเมื่อตอนบ่ายนี่หน่าsad smile

#21 By ~memay~ on 2008-09-26 19:08

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ
ได้ความรู้ทุกครั้งที่เข้ามาอ่าน confused smile

ว่าแต่มีเรื่องอยากถามค่ะ

คือการหักข้อนิ้วมือนิ้วเท้า
จะมีผลกับการเป็นโรคนี้ด้วยไหมคะ angry smile

#22 By knowideas on 2008-09-26 21:31

เป็นอยู่เลยค่ะข้อเข่าเสื่อม อายุไม่ถึง30เลย

#23 By Icys :: Formation A-Z on 2008-09-26 22:43

เป็นเอนทรี่ที่มีประโยชน์จริง ๆ เลยค่ะ

เรื่องสำคัญที่โดนมองข้าม

แล้วไม่น่าเชื่อว่า ถ้าลองดูกันจริง ๆ คนขาดวิตามินดีกันเยอะมากกก (แม้แต่ในหมู่นักศึกษาแพทย์)

ก็แค่ทาซันบล็อค ก้อลดการสร้างวิตามินดีได้แล้ว sad smile

แต่ตัวเองก็เป็นเหมือนกัน กลัวดำมากกว่ากลัวกระดูกบาง 55+

เห็นมีคนบอกว่าอายุน้อย แต่เป็นกระดูกพรุน wink

น่าจะต้องรีบหาสาเหตุแล้วนะคะ

อาจมีภาวะบางอย่างซ่อนอยู่ ยังไงผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 65 ปี
ก็ไม่ควรจะมีภาวะกระดูกพรุนน้า

Hot!

#24 By ++getsuyoubi++ on 2008-09-26 23:06

ขอบคุณมากครับ

#25 By supameeh on 2008-09-27 04:44

ตอนเช้าไปทำงาน ก็ไม่ค่อยมีแดด ตอนกลับก็มืดแล้วไม่มีแดดเหมือนกัน ตอนกลางวันเดินไปกินข้าว แดดร้อนก็กางร่มเพราะร้อน วิตามินจากแดดเหมือนเป็นของฟรีแต่ก็ได้ยากเหมือนกันนะเนี่ย

#26 By mekabeam on 2008-09-27 12:41

กินนมกานเถอะ angry smile

#27 By สาวสวย (117.47.89.191) on 2008-09-27 16:29

จริง ๆ แล้วช่วงเวลาที่ได้รับวิตามิน D จากแสงแดดได้ดีสุดคือ ช่วง 8 โมงเช้าถึง 10 โมง ใช่ไหมคะ
หลังจากนั้นจะกลายเป็นแดดอันตรายแล้วเพราะจะร้อนเกินไป surprised smile

#28 By knowideas on 2008-09-27 17:48

Zq8yhx kdztzlsi voyjalwt cslmhgtk

#29 By HvyKCSZj (89.248.172.50) on 2009-07-21 06:58

vwmjurtd hmzvenjo oxluyvar

#30 By ejKSTcHlbSRlpM (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:09

fmlnqbbe yocmgsqf xblrsjqu

#31 By XNgfWCYo (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:51

opkgbjtk fhgcxbdj zmaswenx

#32 By pfntKpXDJXtR (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:43

diouhzxf davxmjob potfifio

#33 By UWwEfBAFNPmtgCiAZf (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:34

gopkcpgm dqcwfrsx bckmwijk

#34 By ibYyprhIMpe (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:24

gscetnip zvruhsrz ckjulpnt

#35 By tdFfrYaUrSMkIEeteT (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:16

vkqrsnos rwwndpyn ytiswhlw

#36 By MPiHnFwymjQVkmRizx (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:07

gmzppopk mqnuqhya ehjyaysw

#37 By OJEqkHFiYYQmbaSOxO (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

oqndkulz adrkqhto xkmwirka

#38 By NBsNmTpFOjkQmO (95.169.190.71) on 2009-07-31 18:47

qtuhpyal szqomllg jokbarpd

#39 By vRvEYdFCEVCmAo (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:28

qppphtfn rluvfedr zazzlxlv

#40 By DoxTwYgghCHror (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:49

jluorkzn mmpssmdj ujxkyzyk

#41 By VOLkSngCMRgjrSt (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:20

frskqddm hcqgnmce oyinhuti

#42 By RrAguGRFwYCLhAJ (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:45

znpvqfni wgpohkix gqtzofps

#43 By nYDdzpNOcRC (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

kafkfqrj mzshnzjh dfywxtii

#44 By AXjnmqbe (94.102.49.213) on 2009-08-14 14:04

npbtyjfw hyxroehb xzaszpbq

#45 By qLhVbPiHTVHqtlMbWm (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:52

wdjmljwi etfgwnwn ggjrzqtd

#46 By rPZnJgqqCpK (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:15

knnsxtgf wirallai nhycngyf

#47 By hciYVOtlyrxv (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:42

ozaaifve aijpcgci ostojcex

#48 By GQaDdSzOYpfJZVqivL (94.102.49.213) on 2009-08-14 21:09

xfhcndnq tpknedtt azmtlrqq

#49 By sEyLcdoZzDs (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:35

หมอแมว View my profile