"เจาะ" นี้มีปัญหา-=Byหมอแมว=-
posted on 03 Sep 2008 00:47 by mor-maew in HealthVariety
ปัจจุบันแฟชั่นการเจาะตามส่วนต่างๆของร่างกายเป็นที่นิยม
กันมากในหมู่คนรุ่นใหม่ และก็เป็นธรรมดาของสิ่งที่มีมากขึ้น
เมื่อมีมากเราก็พบความผิดปกติเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งปัจจุบันก็พบว่ามีปัญหาแบบต่างๆตามมาหลังจากการใส่อุปกรณ์เหล่านี้
แม้ว่าปัจจุบันจะไม่อาจรวบรวมผลข้างเคียงที่เกิดตามหลังการเจาะใส่เครื่อง
ประดับแต่ก็เชื่อว่าต้องมีมากพอสมควร
และเมื่อเทียบกันแล้วสิ่งที่เกิดตามมาแลกกับความสวยงาม...อาจจะนับได้ว่าได้
ไม่คุ้มเสียกัน
ตำแหน่งในการเจาะตามร่างกายมีต่างๆกันไป
และอุปกรณ์ที่ใส่ก็มีต่างๆกันตั้งแต่เป็นตุ้ม,ห่วง,แท่งเหล็ก
ทำจากโลหะชนิดต่างๆกัน เราจะลองมาดูสาเหตุที่พบกันบ่อยๆกันครับ
สาเหตุจากการติดเชื้อ
สาเหตุ
จากการติดเชื้อเป็นสาเหตุที่พบได้ในทุกตำแหน่งของการเจาะ
เพราะการเจาะในทุกส่วนจะต้องมีการเจาะผ่านผิวหนังซึ่งเชื้อจะสามารถผ่านเข้า
ไปได้ การติดเชื้อที่ต้องระวังมากๆก็คือ
การติดเชื้อจากการใช้อุปกรณ์เจาะร่วมกัน
มีรายงานพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจากการใช้เครื่องมือเจาะร่วมกัน
และพบว่าเชื้อเอดส์สามารถติดที่เครื่องมือเจาะได้เป็นเวลานาน...
จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกร้านให้ดี
และต้องให้มั่นใจว่าร้านนั้นได้เปลี่ยนเครื่องมือจริง(ไม่ใช่ปากบอกเปลี่ยน
แต่ว่าไม่ได้เปลี่ยน)
ส่วนการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่เจาะ ก็พบได้ ซึ่งมีความรุนแรงต่างๆกันไปตามแต่ละตำแหน่งซึ่งจะกล่าวต่อไป
สาเหตุจากการแพ้โลหะที่ใช้
โลหะ
ที่คนเราแพ้ได้บ่อยๆก็คือนิกเกิล
ซึ่งเป็นโลหะที่มักถูกใช้ผสมกับโลหะอื่นทำเป็นอัลลอยด์
การแพ้จะทำให้เกิดอาการบวมแดงอักเสบคล้ายกับการติดเชื้อ
แต่มักเกิดซ้ำๆกันบ่อยๆทั้งที่ไม่ได้ไปทำอะไรให้ติดเชื้อ
บางครั้งอาการพ้ก็จะลามไปยังจุดอื่นหรือเกิดอาการทั่วร่างกายได้
หาก
สงสัยหรือมั่นใจว่ามีอาการแพ้ก็ต้องเปลี่ยนชนิดของโลหะที่เป็ฯเครื่องประดับ
โลหะที่แพ้น้อยลงมาก็ได้แก่ทองคำ(ข้อเสียคือแพงและอ่อนหักง่าย,ถ้าเป็นทอง
ผสมนิกเกิลก็แพ้อยู่ดี) และที่แพ้น้อยมากก็พวกนูโอเบียมและไททาเนียม
(ข้อเสียคือราคาแพงและสีไม่สวย)และสุดท้ายถ้ายังแพ้อีกก็อาจจะต้องเปลี่ยน
เป็นพวกพลาสติกหรือไม่ใส่ไปเลย
ที่โรงเรียนแพทย์ที่ผมจบมา
ก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งแพ้โลหะต่างๆหลายชนิด
ทีนี้ปัญหาคือเป็นแพทย์ก็ต้องใช้หูฟังปอดและหัวใจซึ่งมีก้านโลหะ...
ทางแก้ของท่านก็คือใช้หูฟังแบบที่ชุบทองคำ^v^
การเจาะหู
การเจาะหูเป็นส่วนที่ถูกเจาะมากที่สุด โดยจุดที่มากที่สุดคือติ่งหู ส่วนรองๆลงมาก็คือส่วนของใบหู
ส่วน
ของติ่งหูนั้น
นอกจากเรื่องติดเชื้แล้วยังมีเรื่องการเป็นคีลอยด์และเกิดการขาดได้...
ดังนั้นในผู้ที่เสี่ยงเป็นคีลอนยด์ก็ไม่ควรเจาะหู
และการใส่ตุ้มหูก็ต้องระมัดระวังไม่ให้ตุ้มหูไปเกี่ยวโดนอะไรเข้า(ดังนั้น
ต้องเลือกรูปร่างและขนาดตุ้มหูให้ดี)
ส่วนลักษณะที่กำลังเป็นที่นิยมก็
คือการเจาะหูที่ตัวของใบหูส่วนที่แข็งๆ
ส่วนที่ถูกเจาะก็จะมีส่วนกระดูกอ่อนของหูอยู่...การเจาะไปที่ใบหูนี้เองที่
เป็นปัญหาสำคัญ
ปัญหามันมีเนื่องจากลักษณะทางธรรมชาติของกระดูกอ่อนที่หู
จะมีเลือดมาเลี้ยงน้อย
และถ้าเกิดการบาดเจ็บหรือติดเชื้อร่างกายจะทำลายกระดูกอ่อนโดยอัตโนมัติ
ดัง
นั้นผู้ที่ต้องการใส่เครื่องประดับที่หู ต้องระวังไว้ให้ดีนะครับ
ท่านพลาดได้ครั้งเดียว
หากมีการติดเชื้อเกิดขึ้นหรือแจ๊คพอตเจาะแล้วร่างกายรู้สึกว่าผิดปกติ
ก็จะเกิดการทำลายใบหูโดยร่างกายขึ้นมา....และบอกได้ว่าแม้จะไปรักษาตั้งแต่
เริ่มเป็น เกือบทั้งหมดก็จะเกิดใบหูผิดรูปตามมา
การเจาะลิ้น
การเจาะลิ้นมักทำที่บริเวณกลางลิ้นเป็นหลัก สิ่งที่เหมือนๆกันก็คือจะมีลูกกลมๆตรงกลาง โดยมีก้านขนาดยาวต่างๆกันไป
ปัญหา
ที่มีตามมาได้มีตั้งแต่การเจาะไปจ๊ะเอ๋กับเส้นเลือด
เลือดท่วมจอ...เกิดได้แม้คนที่ทำจะชำนาญเพราะเส้นเลือดต่างๆของคนเรามีความ
แตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ...ถ้าเกิดเหตุเลือดท่วมจอ
ก็ขอให้ไปพบแพทย์ที่รพ.ทันที
การไปเสียดสีกับฟัน
หรือตัวแกนเหล็กไปขัดกับฟัน
บางคนเหล็กไปขัดในร่องฟันตอนเคี้ยวอาหารจนกระทั่งฟันหักได้...
แก้ไขปัญหานี้ได้โดยการเลือกแกนเหล็กให้สั้นที่สุด
สุดท้ายคือการติด
เชื้อ
เจอได้บ้างแต่สามารถลดได้ด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อหลังจากเจาะในช่วง
สองสามวันแรก... แต่ก็ต้องระวังหากมีอาการเจ็บลิ้นมากหรือลิ้นบวมขึ้น
ก็ต้องไปพบแพทย์ทันทีเพราะมีการติดเชื้อในช่องปากแบบหนึ่งที่เรียกว่า
Ludwig''''''''s angina ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่ใต้ลิ้นรุนแรง
มีความเสี่ยงจนถึงแก่ชีวิต
เจาะจมูก
จริงๆ
แล้วคนในภาคพื้นเอเชียมีความชำนาญในการเจาะจมูกมาก
เพราะว่าใช้ในการสนตะพายวัวควาย....
การใส่ห่วงจมูกในคนก็ทำเหมือนกันกับในสัตว์นั่นคือ
ต้องเจาะบริเวณที่เป็นเนื้ออ่อนๆด้านหน้าสุดของรูจมูก
ไม่ควรไปเจาะที่ลึกเข้าไปซึ่งเป็นกระดูกอ่อน ...
การเจาะลึกเข้าไปอาจจะทำให้เกิดเลือดออกที่ผนังกั้นจมูกซึ่งจะเกิดการบวมปิด
ของรูจมูกหายใจไม่ได้,และอาจจะตามมาด้วยกระดูกจมูกถูกทำลายและจมูกบิดเบี้ยว
ผิดรูปในที่สุด
เจาะสะดือ
แบบ
นี้พบเห็นบ่อย... โดยทั่วไปการเจาะสะดือก็ถือว่าค่อนข้างปลอดภัย
เพราะเป็นการเจาะที่ผิวหนังซึ่งไม่มีการไปเจาะเข้ากระดูกอ่อนดังเช่นหูหรือ
จมูก
ที่จริงดูๆไปก็สวยดีนะครับ
แต่ผลข้างเคียงที่ตามมาได้นอกจากการติดเชื้อและแพ้
ก็คือการเกิดแผลเป็นและเมื่อเวลาผ่านไป ผู้ชายถ้าอ้วน
หรือผู้หญิงถ้าตั้งครรภ์
แผลเป็นที่เดิมอยู่ที่สะดือจะโดนดึงขึ้นไปอยู่เหนือสะดือ
มองเผินๆคล้ายรอยแผลผ่าตัด
ที่รพ.ผมเองก็เจอได้บ่อยๆ
เด็กอายุ17-18มาคลอดที่รพ.
พอมองไปที่ท้องก็จะเห็นแผลเป็นเด่นชัดอยู่ที่หน้าท้อง...
และเมื่อคลอดลูกแล้ว แผลเป็นนั้นมันก็คงที่อยู่ที่เหนือสะดือ
ไม่หดกลับไปที่เดิม...ดูแปลกตาดี
ฝังมุกผู้ชาย
ผู้ชายบางคนฝังมุกเนื่องจากคิดว่าช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ... จริงหรือไม่คงต้องไปถามคู่นอน (แต่ทั่วไปถือว่าไม่จริง)
ผล
ข้างเคียงที่เกิดได้ในการฝังมุกก็คือ
การไปกดทำเส้นเลือดเส้นประสาทหรือเกิดแผลเป็นอย่างช้าๆจนเกิดการกดทับ...
ส่งผลให้เกิดอาการกามตายด้านได้...
ถ้ามีใครมาถามว่าฝังมุกดีไหม
ผมตอบได้ว่าข้อเสียน่าจะมากกว่าข้อดีอย่างชัดเจนต่างจากการเจาะที่อื่นๆที่
อาจจะได้ประโยชน์เรื่องความสวยงาม
ปัญหาสุดท้าย
ที่ดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ว่าสำคัญมากก็คือการสำลักหรือกลืนเอาส่วนของ
เครื่องประดับเข้าไป
เพราะเครื่องประดับเหล่านี้บางครั้งถูกประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนหลายชิ้น
บางครั้งเกิดการหลุดเข้าไปในจมูกในปากตกลงไปในหลอดลมได้,
หรือที่น่ากลัวกว่าก็คือเด็กทารกหยิบกลืนเข้าไปและเกิดอันตรายจนถึงชีวิตได้
สรุปปัญหาและสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเจาะที่ผมพอจะรวบรวมได้ก็คือ
1.
หากเจาะติดเครื่องประดับพวกนี้ไว้กับตัว
ให้ทำใจไว้เลยว่าสามารถเกิดผลข้างเคียงได้เสมอ
โดยที่พบได้บ่อยที่สุดคือการแพ้ และการติดเชื้อ
2.
มีคนเคยถามว่าที่ติดเชื้อหรือเกิดผลแทรกซ้อนต่างๆ
เช่นกระดูกอ่อนเสื่อมใบหูหายไปทั้งข้างหรือบิดเบี้ยวน่าเกลียด
เกิดจากการที่ช่างผู้ทำการติดให้ทำไม่ถูกต้องหรือไม่ ผมสามารถบอกได้ว่า
ถึงแม้ช่างจะชำนาญขนาดไหนทำถูกต้องตามหลักและวิธีการทั้งหลายก็ตาม
แต่การเจาะและคาเครื่องประดับเอาไว้ สามารถเกิดผลข้างเคียงตามมาได้เสมอ
เนื่องจากร่างกายของคนเรามีความแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อย...
บางคนใส่มา4-5ปี วันดีคืนดีเกิดการอักเสบบวมติดเชื้อหูหายไปเลยก็ได้
ดังนั้นฝีมือช่างอาจจะเกี่ยวแต่ไม่ใช่ทั้งหมดครับ
3.
ต้องระมัดระวังการติดเชื้อจากเครื่องมือไว้เสมอ
ถ้าร้านไหนทำท่าน่าสงสัยว่าไม่เปลี่ยน คุณก็อย่าเสี่ยงจะดีกว่าครับ
ติดเอดส์ขึ้นมา บอกได้ว่าไม่มีใครเชื่อว่าติดจากร้านเจาะหูหรอกครับ
4. หากเกิดการติดเชื้อหรือแพ้ มีอาการบวมอักเสบ ให้ถอดเครื่องประดับออกและรีบรักษา โดยทั่วไปรูจะยังคงอยู่ไม่ตันไปในช่วง3สัปดาห์แรก
5.
การจะบอกว่าติดเชื้อหรือแพ้โลหะนั้น บางรายจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก
แต่ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาแบบติดเชื้อไว้ก่อนเพราะรุนแรงกว่า
ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าแพทย์บอกว่าคุณแพ้โลหะแต่ดันให้ยาฆ่าเชื้อร่วมมา
ด้วย
เครื่องประดับ
เป็นสิ่งที่ใช้ใส่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจทางร่างกาย
แต่ถึงอย่างไรก็สามารถเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดลักษณะน่าเกลียดได้
ดังนั้นโปรดไตร่ตรองก่อนการใส่นะครับ
)
มันเกิดขึ้นเพราะอะไร หมอแมวพอจะทราบมั๊ยคะ ..

อิอิ
#1 By palermos on 2008-09-03 00:50