อัลตราซาวน์2มิติ 4มิติ... แล้ว3มิติล่ะ-=Byหมอแมว=-
posted on 21 Aug 2008 20:04 by mor-maew in HealthVariety
ช่วงที่ละครอุ้มรักกำลังบูมอยู่นั้น
มีฉากหนึ่งที่นางเอกไปรพ.แล้วได้รับการอัลตราซาวน์4มิติและได้เห็นรูปร่าง
หน้าตาของเด็ก...
เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้จักเจ้าวิธีที่ว่านี้มาแล้วบ้างบางคนอาจจะยังไม่
รู้จัก และเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่สงสัยว่า มัน4มิติยังไง
เกี่ยวอะไรกับกระเป๋ามิติที่4ของโดราเอมอน....
แต่ก่อน
เมื่อมีการตั้งครรภ์ไม่มีทางที่เราจะรู้ได้เลยว่าภายในท้องเป็นอย่างไร
เด็กจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร อวัยวะเป็นแบบไหน
อาจจะรู้ทิศทางท่าทางได้จากการคลำด้วยมือ หากมีเหตุที่ไม่แน่ใจและจำเป็น
หากทารกเริ่มโตพอควรก็อาจพิจารณาถ่ายภาพเอกซ์เรย์ได้
โรคหลายโรคที่ทำให้การตั้งครรภ์ในสมัยก่อนเป็นสิ่งอันตราย
ก็ไม่สามารถตรวจได้ชัดเจน
ภาวะหลายๆอย่างทั้งปกติหรือผิดปกติก็ไม่สามารถบอกได้จนกว่าเด็กจะคลอดออกมา
(ซ้ำร้ายางภาวะเด็กคลอดมาแล้วก็ยังบอกไม่ได้)
แต่เมื่อประมาณ
20-30ปีก่อน เริ่มมีการใช้เครื่องมืออัลตร้าซาวน์ขึ้นมา... เครื่องมือนี้
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงและใช้หลักการสะท้อน
ในการตรวจจับว่าภายใต้ผิวลงไปนั้นประกอบด้วยอวัยวะใดบ้าง
หลังจากนั้นความก้าวหน้าทางสูติศาสตร์หรือการคลอดก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น จนปัจจุบันมีเครื่องมือที่ว่านี้แพร่หลายทุกจังหวัดในไทยแล้ว
อัลตราซาวน์บอกอะไรได้บ้าง
เมื่อใช้เครื่องอัลตราซาวน์กดลงไปที่ผิว
มันจะทำการส่งสัญญาณและแปลกลับมาเป็นภาพบนหน้าจอ
ภาพที่ได้จะเป็นภาพตัดขวางภายในช่องท้องของมารดา
และเห็นเด็กในแนวที่เด็กวางตัวอยู่
และสามารถมองทะลุเข้าไปภายในตัวเด็กนั้นได้อีก
เปรียบเหมือนเราเอาตุ๊กตาเด็กมา1ตัววางลงบนเขียงแล้วหั่นเปิดดูว่าข้างในมี
ไส้อะไรแบบไหนอยู่
ถ้าหากต้องการจะดูในแนวไหนมุมไหนก็เปลี่ยนตำแหน่งหัวอ่านไป
(เหมือนเปลี่ยนมุมของใบมีด)
การที่มันมองภาพในแนวตัดได้เพียงแบบ
เดียว จึงมีแต่ลักษณะกว้าง และ ยาว แต่ไม่มีความลึก
เปรียบเหมือนเห็นภาพบนกระดาษ เราจึงเรียกมันว่า2มิติ
ประโยชน์ก็คือ
1บอกรูปร่างลักษณะจุดต่างๆ ทั้งนี้โดยแพทย์จะต้องไถหัวอ่านไปในจุดต่างๆแล้วจินตนาการสร้างภาพเด็กขึ้นมาจากสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ
2บอกว่าเด็กในครรภ์อายุครรภ์เท่าใดโดยทำการวัดจากส่วนต่างๆของร่างกายเด็ก
3บอกความผิดปกติทางโครงสร้างของสิ่งที่อยู่ในม้องแม่ ตั้งแต่รก รูปร่างลักษณะเด็ก เพศ น้ำในท้อง
4บอกการทำงานของอวัยวะ เช่นการดูทิศทางและความเร็วของเลือด ในร่างกาย ดูลักษณะการเต้นของหัวใจ
จากที่มาตรฐานแต่ดั้งเดิม
การฝากครรภ์ถ้าทำอย่างดีแม้จะทำที่ประมาณ4-5ครั้งก็เพียงพอแล้ว(กับบ้านเรา) แต่เมื่อมีเครื่องนี้ออกมา
พ่อแม่บางคนก็อยากจะให้ทำในทุกครั้งที่มาฝากครรภ์เพื่อดูว่าเด็ก"สมบูรณ์"ดี
ไหมจนปัจจุบันกลายเป็นลักษณะความเชื่อไปในหลายพื้นที่แล้วว่าถ้าไม่ทำจะเป็น
การผิดมาตรฐาน
ความจริงต้องบอกไว้ก่อนว่าส่วนใหญ่ที่ทำเป็น
ไม่ได้เรียนมา แต่ว่าเรียนรู้เอาเอง...
ดังนั้นการดึงศักยภาพเต็มที่ออกมาใช้จึงอาจทำไม่ได้ นอกจากนี้
ยังมีภาวะหรือโรคอีกมากมายที่การอัลตราซาวน์ก็บอกไม่ได้
...หลายอย่างทีเดียวที่ตอนแรกดูปกติแต่พอคลอดแล้วผิดปกติ
เอาเป็นว่าครั้งหลังผมจะเล่าเรื่องข้อจำกัดของอัลตราซาวน์เป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลยดีกว่า(วันนี้เอาเรื่อง4มิติก่อน)
พูดถึง 2 มิติไปแล้ว เรามาดู 4 มิติมั่ง
อัลตราซาวน์ 2มิติมีกว้างและยาว... ดังนั้นเมื่อเป็นสามมิติก็จะมีกว้างxยาวxสูง
ดังนั้น ภาพที่เห็นก็จะเป็นรูปร่างของเด็กเห็นแบบเต็มๆตัว
ไม่จำเป็นต้องจินตนาการแบบอัลตราซาวน์ธรรมดาอีกต่อไป ...
แต่เครื่องอัลตราซาวน์สามารถเก็บข้อมูลได้ตามเวลาจริง
ดังนั้นภาพ3มิติที่ออกมาจึงเป็นแบบเคลื่อนไหวได้
เมื่อปรากฎออกมาจึงมีมิติของเวลาร่วมด้วย เราจึงเรียกว่า อัลตราซาวน์4มิติ
ผล
กระทบที่ออกมาเมื่อมีคนรู้จักเครื่องอัลตราซาวน์4มิติก็คือ
คนบางคนเข้าใจไปว่าการทำ4มิตินี้เป็นเรื่องที่"จำเป็น" ...
ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีนวัตกรรมใหม่ๆออกมาก็จะมีคนที่ต้องการใช้
ผมเองเคยโดนคนไข้ตั้งคำถามครั้งนึงว่า
ต้องการไปอัลตราซาวน์4มิติแบบที่เห็นในหนังจะใช้ใบส่งตัวแบบบัตรประกัน
สุขภาพถ้วนหน้า(30บาทเดิม)ได้หรือไม่...
เมื่อบอกว่าไม่ได้ก็ได้รับการเกริ่นๆกลับมาว่า
มีความเป็นไปได้ไหมว่าเด็กในท้องจะผิดปกติ และถ้าผิดปกติใครจะรับผิดชอบ...
ผมก็ได้แต่แนะนำไปว่าไม่เห็นความเสี่ยงใดๆที่ชัดเจนหรือจำเป็นต้องทำ
แต่หากจะทำก็สามารถไปหาทำได้ตามรพ.เอกชนใหญ่ๆ
กลับมาที่ประโยชน์ของ
อัลตราซาวน์4มิติ
ประโยชน์ของเครื่องนี้ที่มีเหนือกว่าก็คือสามารถทำให้เห็นภาพเด็กได้ชัดเจน
ยิ่งขึ้น
ดังนั้นพ่อแม่เด็กก็สามารถมองเห็นภาพได้โดยไม่ต้องจินตนาการตามคำบอกเล่าของ
แพทย์ พ่อแม่สามารถเห็นหน้าลูกได้ชัดเจน สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของลูกได้
บาง
โรงพยาบาลมีการอัดเป็นซีดีประกอบเพลง...
ดังนั้นลักษณะนี้จึงมีแพทย์บางท่านเรียกว่าentertaining ultrasound
นั่นคือไม่ได้มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน แต่ทำไปเพื่อความต้องการของพ่อแม่
ส่วนประโยชน์ต่อแพทย์ในการวินิจฉัยโรค หลักๆในประเทศไทย
จะเป็นการวัดปริมาตร(ใช้มากในเรื่องธาลัสซีเมีย) ดูปริมาณน้ำคร่ำ
ดูลักษณะหัวใจและการทำงานของหัวใจ
และประโยชน์ในแง่ความง่ายในการอธิบายพ่อแม่
ในกรณีเด็กมีความผิดปกติอย่างรุนแรงอย่างเช่นกรณีเด็กไม่มีสมอง
(anencephaly)
เด็กที่มีลำไส้ยื่นออกมานอกตัว(gastrochysis) ฯลฯ
ซึ่งแต่เดิมการอธิบายด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ธรรมดาพ่อแม่เด็กมักไม่ค่อยเข้า
ใจ การใช้เครื่อง4มิติจะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายและเข้าใจได้มากขึ้น
นั่นคือข้อที่4มิติเหนือกว่าแบบธรรมดา
ส่วน
ข้อที่ทั้งแบบ4มิติและแบบธรรมดามีเท่ากันคือ
หลายๆโรคพบก่อนหรือพบหลังมีค่าเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน
การรู้ก่อนไม่ได้ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ดังนั้นในสภาพปัจจุบันที่เราเป็นประเทศผู้รับเทคโนโลยีมาใช้
การดูแลรักษาทางสุขภาพอย่างพอเพียงเป็นสิ่งที่จำเป็น
การตั้งครรภ์ก็เช่นกันนั่นคือการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ
ทำการวางแผนล่วงหน้าและดูและสุขภาพทั้งก่อน ระหว่างและหลังการตั้งครรภ์
...ร่วมกับการฝากท้องอย่างสม่ำเสมอและเตรียมตัวเพื่อคลอด
เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการตรวจชนิดใดๆทั้งนั้นครับ
ภาพประกอบ
1.
http://www.doctorscareclinic.com/images/ultrasound-scan.jpg
** 
มิติที่ 4 อยู่ไหนมนุษย์ยังไม่รู้เลย จะมาอัลตราซาวนด์ 4 มิติอะไรล่ะ
สามมิติว้อยยยย!!!!!
#1 By hikaru on 2008-08-21 21:03