http://www.doctorscareclinic.com/images/ultrasound-scan.jpg

 

ช่วงที่ละครอุ้มรักกำลังบูมอยู่นั้น มีฉากหนึ่งที่นางเอกไปรพ.แล้วได้รับการอัลตราซาวน์4มิติและได้เห็นรูปร่าง หน้าตาของเด็ก... เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้จักเจ้าวิธีที่ว่านี้มาแล้วบ้างบางคนอาจจะยังไม่ รู้จัก และเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่สงสัยว่า มัน4มิติยังไง เกี่ยวอะไรกับกระเป๋ามิติที่4ของโดราเอมอน....

แต่ก่อน เมื่อมีการตั้งครรภ์ไม่มีทางที่เราจะรู้ได้เลยว่าภายในท้องเป็นอย่างไร เด็กจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร อวัยวะเป็นแบบไหน อาจจะรู้ทิศทางท่าทางได้จากการคลำด้วยมือ หากมีเหตุที่ไม่แน่ใจและจำเป็น หากทารกเริ่มโตพอควรก็อาจพิจารณาถ่ายภาพเอกซ์เรย์ได้ โรคหลายโรคที่ทำให้การตั้งครรภ์ในสมัยก่อนเป็นสิ่งอันตราย ก็ไม่สามารถตรวจได้ชัดเจน ภาวะหลายๆอย่างทั้งปกติหรือผิดปกติก็ไม่สามารถบอกได้จนกว่าเด็กจะคลอดออกมา (ซ้ำร้ายางภาวะเด็กคลอดมาแล้วก็ยังบอกไม่ได้)

แต่เมื่อประมาณ 20-30ปีก่อน เริ่มมีการใช้เครื่องมืออัลตร้าซาวน์ขึ้นมา... เครื่องมือนี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงและใช้หลักการสะท้อน ในการตรวจจับว่าภายใต้ผิวลงไปนั้นประกอบด้วยอวัยวะใดบ้าง

หลังจากนั้นความก้าวหน้าทางสูติศาสตร์หรือการคลอดก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น จนปัจจุบันมีเครื่องมือที่ว่านี้แพร่หลายทุกจังหวัดในไทยแล้ว

อัลตราซาวน์บอกอะไรได้บ้าง

เมื่อใช้เครื่องอัลตราซาวน์กดลงไปที่ผิว มันจะทำการส่งสัญญาณและแปลกลับมาเป็นภาพบนหน้าจอ ภาพที่ได้จะเป็นภาพตัดขวางภายในช่องท้องของมารดา และเห็นเด็กในแนวที่เด็กวางตัวอยู่ และสามารถมองทะลุเข้าไปภายในตัวเด็กนั้นได้อีก เปรียบเหมือนเราเอาตุ๊กตาเด็กมา1ตัววางลงบนเขียงแล้วหั่นเปิดดูว่าข้างในมี ไส้อะไรแบบไหนอยู่ ถ้าหากต้องการจะดูในแนวไหนมุมไหนก็เปลี่ยนตำแหน่งหัวอ่านไป (เหมือนเปลี่ยนมุมของใบมีด)

การที่มันมองภาพในแนวตัดได้เพียงแบบ เดียว จึงมีแต่ลักษณะกว้าง และ ยาว แต่ไม่มีความลึก เปรียบเหมือนเห็นภาพบนกระดาษ เราจึงเรียกมันว่า2มิติ

ประโยชน์ก็คือ

     1บอกรูปร่างลักษณะจุดต่างๆ ทั้งนี้โดยแพทย์จะต้องไถหัวอ่านไปในจุดต่างๆแล้วจินตนาการสร้างภาพเด็กขึ้นมาจากสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ
     2บอกว่าเด็กในครรภ์อายุครรภ์เท่าใดโดยทำการวัดจากส่วนต่างๆของร่างกายเด็ก
     3บอกความผิดปกติทางโครงสร้างของสิ่งที่อยู่ในม้องแม่ ตั้งแต่รก รูปร่างลักษณะเด็ก เพศ น้ำในท้อง
     4บอกการทำงานของอวัยวะ เช่นการดูทิศทางและความเร็วของเลือด ในร่างกาย ดูลักษณะการเต้นของหัวใจ

จากที่มาตรฐานแต่ดั้งเดิม การฝากครรภ์ถ้าทำอย่างดีแม้จะทำที่ประมาณ4-5ครั้งก็เพียงพอแล้ว(กับบ้านเรา) แต่เมื่อมีเครื่องนี้ออกมา พ่อแม่บางคนก็อยากจะให้ทำในทุกครั้งที่มาฝากครรภ์เพื่อดูว่าเด็ก"สมบูรณ์"ดี ไหมจนปัจจุบันกลายเป็นลักษณะความเชื่อไปในหลายพื้นที่แล้วว่าถ้าไม่ทำจะเป็น การผิดมาตรฐาน

ความจริงต้องบอกไว้ก่อนว่าส่วนใหญ่ที่ทำเป็น ไม่ได้เรียนมา แต่ว่าเรียนรู้เอาเอง... ดังนั้นการดึงศักยภาพเต็มที่ออกมาใช้จึงอาจทำไม่ได้ นอกจากนี้ ยังมีภาวะหรือโรคอีกมากมายที่การอัลตราซาวน์ก็บอกไม่ได้ ...หลายอย่างทีเดียวที่ตอนแรกดูปกติแต่พอคลอดแล้วผิดปกติ

เอาเป็นว่าครั้งหลังผมจะเล่าเรื่องข้อจำกัดของอัลตราซาวน์เป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลยดีกว่า(วันนี้เอาเรื่อง4มิติก่อน)

พูดถึง 2 มิติไปแล้ว เรามาดู 4 มิติมั่ง

อัลตราซาวน์ 2มิติมีกว้างและยาว... ดังนั้นเมื่อเป็นสามมิติก็จะมีกว้างxยาวxสูง ดังนั้น ภาพที่เห็นก็จะเป็นรูปร่างของเด็กเห็นแบบเต็มๆตัว ไม่จำเป็นต้องจินตนาการแบบอัลตราซาวน์ธรรมดาอีกต่อไป ... แต่เครื่องอัลตราซาวน์สามารถเก็บข้อมูลได้ตามเวลาจริง ดังนั้นภาพ3มิติที่ออกมาจึงเป็นแบบเคลื่อนไหวได้ เมื่อปรากฎออกมาจึงมีมิติของเวลาร่วมด้วย เราจึงเรียกว่า อัลตราซาวน์4มิติ

ผล กระทบที่ออกมาเมื่อมีคนรู้จักเครื่องอัลตราซาวน์4มิติก็คือ คนบางคนเข้าใจไปว่าการทำ4มิตินี้เป็นเรื่องที่"จำเป็น" ... ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อมีนวัตกรรมใหม่ๆออกมาก็จะมีคนที่ต้องการใช้

ผมเองเคยโดนคนไข้ตั้งคำถามครั้งนึงว่า ต้องการไปอัลตราซาวน์4มิติแบบที่เห็นในหนังจะใช้ใบส่งตัวแบบบัตรประกัน สุขภาพถ้วนหน้า(30บาทเดิม)ได้หรือไม่... เมื่อบอกว่าไม่ได้ก็ได้รับการเกริ่นๆกลับมาว่า มีความเป็นไปได้ไหมว่าเด็กในท้องจะผิดปกติ และถ้าผิดปกติใครจะรับผิดชอบ... ผมก็ได้แต่แนะนำไปว่าไม่เห็นความเสี่ยงใดๆที่ชัดเจนหรือจำเป็นต้องทำ แต่หากจะทำก็สามารถไปหาทำได้ตามรพ.เอกชนใหญ่ๆ

กลับมาที่ประโยชน์ของ อัลตราซาวน์4มิติ ประโยชน์ของเครื่องนี้ที่มีเหนือกว่าก็คือสามารถทำให้เห็นภาพเด็กได้ชัดเจน ยิ่งขึ้น ดังนั้นพ่อแม่เด็กก็สามารถมองเห็นภาพได้โดยไม่ต้องจินตนาการตามคำบอกเล่าของ แพทย์ พ่อแม่สามารถเห็นหน้าลูกได้ชัดเจน สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของลูกได้
บาง โรงพยาบาลมีการอัดเป็นซีดีประกอบเพลง... ดังนั้นลักษณะนี้จึงมีแพทย์บางท่านเรียกว่าentertaining ultrasound นั่นคือไม่ได้มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน แต่ทำไปเพื่อความต้องการของพ่อแม่
ส่วนประโยชน์ต่อแพทย์ในการวินิจฉัยโรค หลักๆในประเทศไทย จะเป็นการวัดปริมาตร(ใช้มากในเรื่องธาลัสซีเมีย) ดูปริมาณน้ำคร่ำ ดูลักษณะหัวใจและการทำงานของหัวใจ และประโยชน์ในแง่ความง่ายในการอธิบายพ่อแม่ ในกรณีเด็กมีความผิดปกติอย่างรุนแรงอย่างเช่นกรณีเด็กไม่มีสมอง (anencephaly) เด็กที่มีลำไส้ยื่นออกมานอกตัว(gastrochysis) ฯลฯ ซึ่งแต่เดิมการอธิบายด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ธรรมดาพ่อแม่เด็กมักไม่ค่อยเข้า ใจ การใช้เครื่อง4มิติจะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายและเข้าใจได้มากขึ้น

นั่นคือข้อที่4มิติเหนือกว่าแบบธรรมดา

ส่วน ข้อที่ทั้งแบบ4มิติและแบบธรรมดามีเท่ากันคือ หลายๆโรคพบก่อนหรือพบหลังมีค่าเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน การรู้ก่อนไม่ได้ช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ดังนั้นในสภาพปัจจุบันที่เราเป็นประเทศผู้รับเทคโนโลยีมาใช้ การดูแลรักษาทางสุขภาพอย่างพอเพียงเป็นสิ่งที่จำเป็น การตั้งครรภ์ก็เช่นกันนั่นคือการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพ ทำการวางแผนล่วงหน้าและดูและสุขภาพทั้งก่อน ระหว่างและหลังการตั้งครรภ์ ...ร่วมกับการฝากท้องอย่างสม่ำเสมอและเตรียมตัวเพื่อคลอด เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการตรวจชนิดใดๆทั้งนั้นครับ

 

ภาพประกอบ

1. http://www.doctorscareclinic.com/images/ultrasound-scan.jpg http://www.doctorscareclinic.com/images/ultrasound-scan.jpg

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รุคิดว่า คำว่า 4 มิติเนี่ยไม่น่าจะถูกว่าไหมคะคุณหมอแมว = ='


มิติที่ 4 อยู่ไหนมนุษย์ยังไม่รู้เลย จะมาอัลตราซาวนด์ 4 มิติอะไรล่ะ

สามมิติว้อยยยย!!!!!

#1 By hikaru on 2008-08-21 21:03

4 มิติ
กว้าง x ยาว x สูง x เวลา ครับ big smile

#2 By หมอแมว on 2008-08-21 21:20

The fourth dimension is often identified with time in physics

http://en.wikipedia.org/wiki/Fourth_dimension

#3 By @ri on 2008-08-21 21:49

ตรงนั้นทราบค่ะ สนใจเหมือนกัน

แต่ไอ้ที่มีมิติตื้นลึก เรียกสามก็พอแล้ว..... ไม่ใช่หรือคะ

หรือว่าต้องถ่ายผ่านรูหนอนล่ะคะไอ้อัลตราซาวนด์สี่มิติเนี่ย

#4 By hikaru on 2008-08-22 01:50

ป.ล. ในรูปยังเขียนว่า 3D เลย question

#5 By hikaru on 2008-08-22 01:51

รูปนั้นมันขยับไม่ได้ เลยเป็น 3D ไงครับ
ลองดูความต่างที่
http://www.ultrasounddimensions.ie/
ละกัน เพราะเมื่อเป็น 4D แล้ว มันสามารถทำให้เกิด
ความรู้สึกว่าเป็น life ได้มากกว่า 3D

แต่เอาเข้าจริงๆในความคิดผมกรณีนี้ คำว่า 4D
ถูกนำมาใช้ในแง่ของการตลาดมากกว่า ประมาณว่า
มันฟังดูเจ๋งและ impact กว่า 3D เป็นไหนๆ

หรือคุณหมออาจจะเห็นต่างจากผมก็ได้ เดี๋ยวรออ่านครับ
อิิอิ

#6 By @ri on 2008-08-22 02:29

ปีที่แล้วดูแต่สองมิติจนคลอดเลยค่ะ บอกตรงๆ ดูไม่เป็นค่ะ ดูยากมากกกจริงๆ มองออกเป็นรูปร่างก็ดีใจแล้วค่ะ sad smile

ขอบคุณสำหรับความรู้ Hot!

**ครั้งหน้าคุณหมอห้ามลืมเล่าเรื่องข้อจำกัดนะค่ะ เพราะปีหน้าจะมีอีกคน surprised smile**

#7 By Tikkie on 2008-08-22 09:19

เรื่อง3มิติ ก็คือเห็นแบบในภาพครับ ... คำว่า 4 มิติคือเรื่องเวลา
เวลาก็คือเวลามองภาพจะเห็นเด็กที่เป็น 3 มิติขยับได้

(จริงๆ 2 มิติ ก็เห็นขยับได้ แต่ไม่มีใครเรียกเป็น 3)

#8 By หมอแมว.. (222.123.168.246) on 2008-08-22 12:18

ปัจจุบันนักฟอสอกส์คิดไปจนถึงมิติที่ 13 เรียบร้อย

#9 By on 2008-08-22 13:02

^ฟอสอกส์ นั่นคือ ฟิสิกส์ - -"

#10 By on 2008-08-22 13:02

อันนี้ข้อมูลเวอร์ชั่นสั้นครับ

Additional dimensions

Theories such as string theory and M-theory predict that physical space in general has in fact 10 and 11 dimensions, respectively. The extra dimensions are spacelike. We perceive only three spatial dimensions, and no physical experiments have confirmed the reality of additional dimensions. A possible explanation that has been suggested is that space is as it were "curled up" in the extra dimensions on a very small, subatomic scale, possibly at the quark/string level of scale or below.

#11 By on 2008-08-22 13:05

ตอนดูภาพอัลตราซาวนด์ท้องกิ้ว นัทก็ดูไม่เป็นค่ะหมอแมว



ดูย๊ากยาก sad smile
มนุษย์นี่น่าทึ่ง

#13 By (^_^)/nana on 2008-08-22 13:59

S7L2xi tyzneazp tjnbpuow xdmljfjk

#14 By DjJSWbbBG (89.248.172.50) on 2009-07-21 06:59

ywxjratk ghdbyulb ihgisrmk

#15 By FqfnwRDZ (94.102.49.213) on 2009-07-25 16:44

ujxwmsfm qadptqsf yksljcsw

#16 By guUaZNAFNlfXCvhxI (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:09

aebycnuq vdoalevh nnuljakk

#17 By RYejtjcxHdncKNbN (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:51

ojzjkmmy obwebhrj ehsigdgm

#18 By HCHKbzFEsspbfCk (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:43

giwikteb xgmrxkhh avtitadj

#19 By FCsqHcEPGWdyU (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:34

gbzoufoo uupjsvqh acvwmnrr

#20 By AzyTmadM (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:24

xfscizzc nxvgumgl satamfgy

#21 By dWrRFjbPuc (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:16

ghqjddvv bxpliyxy jgfkyfsg

#22 By lfcFsrZzKHyTnHjAZD (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:06

yliobqsp uebfbvto ivolxfyo

#23 By djhYogRuyRieW (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

lxywjxiq yzvhublm objytgbb

#24 By MjsrpQqQjfLvVUpEz (95.169.190.71) on 2009-07-31 18:47

ytvqbshp qadhggqn lfbquovr

#25 By lsYRssgRHnl (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:30

fkkbskdq onjzfwxs hdozgcyn

#26 By OwNgIjhczb (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:49

prffotmm jxifbzsx jxwhzfpm

#27 By HLZDiLZspHy (89.248.172.50) on 2009-08-09 19:54

xargjfxr qifeicaf qafmroea

#28 By roHOhxsRAmxMJdIJ (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:20

ketphxaa ehvkfsaa jjmpbvsa

#29 By HsOKduMEk (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:45

wypriyks fhpvydbb bbfnxwcf

#30 By gIYaCPlETGSZiiwpT (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

gvjuqony heijfvda krcflaun

#31 By waBgGFXGoIPDmoRyOw (94.102.49.213) on 2009-08-14 14:04

syaksxup rmcpjjxv jselmlrn

#32 By dMezOklV (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:52

ptszmpbz sypzrtkb iiifuqzq

#33 By ZwBAdTtmzJygyhEkhg (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:15

opihcghh ctlnsnxt nohlnqvd

#34 By GnwIRcYRxG (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:42

pqbouvdf ztovvlwn mtexmwvm

#35 By GihJHFFvmWsAojnAu (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:35

หมอแมว View my profile