เล่นคอมฯจนปวดข้อมือ...ฤาจะเป็นอุโมงค์ข้อมืออักเสบ ? -=Byหมอแมว=-
posted on 13 Aug 2008 16:53 by mor-maew in HealthVariety
เมื่อวานนี้ผมได้ฟังรายการPodcastของเว็บไซท์ "Changkui.com" ในหัวข้อการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ฟังแล้วมีช่วงหนึ่งที่เขาได้พูดคุยเรื่องการเลือกเมาส์และคีย์บอร์ดที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงอาการเจ็บปวดทีจะมีตามมา ตัวผมเองก็มีปัญหาจากการใช้คอมพิวเตอร์จนเกิดอาการปวดเจ็บที่มือเช่นกัน เนื่องจากต้องใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์ประวัติและสั่งยาผู้ป่วยในโรงพยาบาล พอฟังแล้วก็เลยรู้ทางแก้ที่บางทีก็นึกไม่ถึง
โรคอุโมงค์ข้อมืออักเสบคืออะไร ?
การที่มือเราใช้งานได้นั้น เกิดจากการที่มีกล้ามเนื้อจากแขนและเส้นเลือดเส้นประสาทเข้าไป อวัยวะเหล่านี้จะวางตัวอยู่รวมกันเป็นจุดๆอยู่ในปลอกเอ็นที่ขึงผ่านเข้าไปใน ข้อมือในรูปแบบเดียวกับท่อน้ำ
เราเรียกส่วนนี้ว่า อุโมงค์ข้อมือ(Carpal Tunnel)
ในคนปกติ อุโมงค์ข้อมืออันประกอบไปด้วยเส้นเลือด เส้นประสาท และ เส้นเอ็น จะอยู่กันอย่างหลวมๆ ...ดังนั้นเมื่ออยู่อย่างหลวมๆ
- เส้นเลือดก็พาเลือดไปเลี้ยงกล้ามเส้นประสาทมือได้ดี
- เส้นประสาทก็รับสัมผัสและบังคับมือให้ขยับได้
- เส้นเอ็นก็ลื่นไหล นิ้วมือกำแบได้สะดวก
ในทางกลับกัน หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในช่องนี้จนกระทั่งเกิดการบวมขึ้นภายใน ก็จะเกิดปัญหาขึ้น เนื่องจากในช่องที่ว่านี้เป็นช่องที่จำกัด เมื่อมีการบวมเกิดขึ้นก็จะมีแรงดันสูงจนรบกวนการทำงานของอวัยวะภายใน
- เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของมือก็ไหลเวียนไม่สะดวก
- เส้นประสาทที่รับสัมผัสมือก็จทำงานได้ไม่ดี เกิดการชาและปวด
- เส้นเอ็นขยับได้ฝืดกว่าเดิม และอาจจะใช้งานได้ไม่สะดวกเพราะอาการชาและปวด
ทำให้เกิดเป็นกลุ่มอาการที่เราเรียกว่า Carpal Tunnel Syndrome
อาการโดยทั่วๆไปของโรคกลุ่มนี้ได้แก่
1. มีอาการปวดที่บริเวณข้อมือ อาการปวดเป็นมากขึ้นเวลาทำงานมากๆ
2. อาการที่ว่าอาจจะร้าวไปที่อุ้งมือปลายนิ้ว หรือร้าวย้อนกลับไปที่ต้นแขนก็ได้
3. อาการเจ็บหรือชานี้เป็นมากขึ้นในตอนกลางคืน บางครั้งเป็นมากจนตื่นขึ้นมา
4. มีอาการเหมือนมือบวมๆตื้อๆใหญ่ๆ
5. กำมือหรือใช้นิ้วได้ไม่สะดวก เหมือนมือไม่มีแรง
อาการ อาจจะมีข้อเดียวหรือหลายข้อก็ได้ครับ การที่มีอาการเหล่านี้เป็นตัวที่ทำให้ต้องตระหนักแล้วว่ากำลังมีความผิดปกติ เกิดขึ้นในมือของเรา ซึ่งเมื่อมีอาการแล้วควรจะต้องหาทางแก้ไขครับ เพราะหากไม่แก้ไขแล้วโรคมักจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
สาเหตุของโรค
1. โรคทางร่างกายบางชนิด : การเป็นเบาหวาน , การตั้งครรภ์ , รูมาตอยด์ , การเป็นโรคของไทรอยด์ พวกนี้ทำให้เกิดความผิดปกติในช่องข้อมือได้
2. การใช้งานข้อมือหนักเกินไป : งานที่ทำท่าเดิมนานๆ และทำซ้ำๆ ออกแรงมากๆ จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ ... เช่น คนที่ทำงานก่อสร้าง , พนักงานที่ยกเอกสารหนักๆ , ผู้ใช้ฝีมือแรงงานทั้งหลาย (การใช้คอมพิวเตอร์ก็อยู่ในหมวดนี้)
3. การบาดเจ็บ : การได้รับอุบัติเหตุรุนแรงที่ข้อมือ อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นหรือกระดูกกดทับในช่องข้อมือได้
4. ไม่รู้ : บางคนไม่มีปัจจัยเสี่ยงอะไรเลย จู่ๆก็เป็นซะงั้น
ในปัจจุบันดูๆแล้วมีการโต้เถียงเรื่องสาเหตุและนิยามของโรคกันอยู่ครับ ดังนั้นทำให้แพทย์/นักวิชาการ/แพทย์ทางเลือก อาจจะใช้ศัพท์ไม่เหมือนกันในการเรียกชื่อโรค
บางคนอาจจะเรียกว่า กลุ่มอาการเส้นประสาทถูกกดทับ บางคนอาจจะบอกว่าไม่ใช่ เป็นแค่เอ็นอักเสบจากการใช้งานมากเกินไป .... แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตามในบทความนี้ไม่สนครับ เพราะผู้ป่วยที่เป็นจะรู้แค่ว่าตนเองเจ็บปวดข้อมือและต้องการให้หาย แถมการรักษาก็คล้ายๆกัน ถึงนิยามได้ชัดเจนก็ไม่ค่อยเปลี่ยนการรักษาอยู่ดี
การตรวจรักษาและการแก้ไขแบ่งได้เป็นสองวิธีครับ ก็คือแบบใช้หมอ กับแบบไม่ใช้หมอ
แบบไม่ใช้หมอ : ถ้าหากว่าอาการที่เป็นนั้นเป็นไม่มากเป็นๆ หายๆ อาจจะแก้ไขได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพบแพทย์
การแก้ไขก็ทำได้โดยการแก้จากสาเหตุที่พบได้บ่อยๆก่อน ได้แก่ลดการใช้งานข้อมือที่หนักๆลงเสียก่อน /และปรับท่าทางการทำงานของมือให้เหมาะสม
- สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์จนปวดข้อมือ ก็ทำได้โดยการปรับเก้าอี้และโต๊ะให้พอเหมาะ , ระหว่างการทำงานข้อมือจะต้องไม่งอมากจนเกินไป , เวลาทำงานข้อมือควรมีที่วางพัก ไม่ใช่พิมพ์มือลอย , ตัวเมาส์ที่ใช้ก็ต้องมีขนาดใหญ่ที่พอดีๆมือ ไม่เล็กจนเกินไปเพราะจะทำให้ต้องเกร็งข้อมือมาก ..... นอกจากนี้เวลาทำงานไปได้สักพักก็ควรหยุดพักมือ สะบัดๆบีบนวดแล้วก็ค่อยทำต่อครับ ...
หากใครมีทุนพอ ก็หาซื้ออุปกรณ์เสริมป้องกันความเมื่อยล้าของข้อมือในการทำงาน ของพวกนี้มักจะใช้ชื่อประมาณว่า "Ergonomics" ครับ
อุปกรณ์ Ergonomics เป็นมิตรกับพนักงานออฟฟิศ
- ผู้ที่ทำงานหนักประเภทอื่นๆก็เช่นกันครับ ควรจะลดการใช้งานเพื่อป้องกันการเป็น เช่น ลดน้ำหนักของที่จะยก , ยกของแต่ละครั้งควรใช้สองมือช่วยหรือสลับกันแม้จะยกมือเดียวไหว , หยุดพักข้อมือเป็นระยะๆเพื่อให้ข้อมือได้พักครับ
หากลองวิธีนี้แล้วอาการทุเลาลง ก็ถือว่าเป็นการปวดข้อมืออันเกิดจากการใช้งานบ่อยครับ ถ้าหายได้เองไม่มีอาการใดๆเพิ่มอีก จะไม่ไปหาแพทย์ก็ได้
แต่ถ้าอาการไม่หาย .......... ต่อครั้งหน้าครับ สำหรับการรักษาของแพทย์ในเรื่องปวดข้อมือ
อ้างอิง
1. ช่างคุย: ๙๒. Notebooks ๒ http://www.changkhui.com/Thai_Changkhui.html
ภาพประกอบ
1.
ถ่ายเอง
2.
http://www.taunton.com/CMS/uploadedImages/Images/Homebuilding/Articles/h00005_01_lg.jpg
3.
http://www.ergonomicsnow.com.au/products

#1 By หมอแมว on 2008-08-13 16:56