สมัยที่เรียนแพทย์ ชั้นปี5-6จะต้องออกตรวจที่ชั้น2ตึกผู้ป่วยนอกร่วมกับอาจารย์  อาจารย์จะให้พวกเราตรวจผู้ป่วยที่มารพ.เป็นครั้งแรก ให้วางแผนการวินิจฉัยและการรักษา เมื่อเสร็จแล้วก็ให้ทำการนำเสนอ ถ้าใช้ได้อาจารย์ก็จะให้รักษาไปตามนั้น แต่ถ้าใช้ไม่ได้อาจารย์ก็จะตรวจรักษาเองและสอนไปด้วย

ครั้งนั้นผู้ป่วยมาด้วยอาการสั่น โดยรักษาเบื้องต้นมาครั้งหนึ่งที่รพ.ใกล้บ้านแล้วดีขึ้นบ้างแต่ก็กลับมาเป็น ใหม่จึงมาที่รพ.นี้แทน เมื่อพวกเราไปตรวจร่างกายและซักประวัติก็ตรวจร่างกายทางระบบประสาทตามปกติ แล้วก็เสนออาจารย์โดยเสนอว่าน่าจะเป็นพาร์กินสัน... ที่เสนอเช่นนั้นเพราะว่าโรคสั่นที่เรารู้จักในตอนนั้นมีแค่โรคนี้ และการตรวจร่างกายหลายอย่างก็เข้าได้... อาจารย์ไม่ว่ากระไร ก็ลุกมาซักถามประวัติและตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้เน้นหนักไปในด้านระบบประสาทนัก แต่ถามเรื่องกินเหล้าสูบบุหรี่ฟังปอดตรวจคอฯลฯ ให้ลองเขียนหนังสือในกระดาษ จากนั้นสั่งยา จากนั้นก็ให้ผู้ป่วยกลับได้
อาจารย์สอนอีกเล็กน้อยโดยให้ เราไปหาว่าสิ่งที่อาจารย์ตรวจไปแต่ละอย่างนั้นหมายความว่าอะไร ทำไปทำไม ซึ่งในการนัดผู้ป่วยครั้งถัดไปอาจารย์จะถาม ... นี่เป็นวิธีสอนที่อาจารย์ส่วนใหญ่ใช้ ก็คือให้เรารู้จักคิดและค้นคว้าหาความรู้เองจากการสังเกตจดจำไม่ใช่เอาแต่ ท่องจำ โดยอาจารย์พูดช่วงท้ายว่า

"โรคสั่นไม่ได้มีแต่พาร์กินสัน"



แล้วโรคสั่นมีอะไรบ้าง
ปกติสิ่งที่เราต้องการ รู้คือ"สาเหตุ"เพราะจะได้เอาไปใช้ในการรักษาหรือปฏิบัติตน แต่เนื่องจากส่วนใหญ่โรคสั่นจะไม่สามารถให้การวินิจฉัยได้ตั้งแต่เริ่มแรก แพทย์จึงมีการแบ่งการสั่นตามอาการสั่น


แบ่งแบบของแพทย์ ... เป็นการแบ่งตามการตรวจ
1 สั่นขณะพัก resting tremor
2 สั่นขณะทำงาน action tremor ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆอีกเช่น kinetic isometric intention ฯลฯ
แบ่งแบบของแพทย์ไม่ต้องรู้ก็ได้ครับ บอกไว้เฉยๆ

แบ่งตามสาเหตุ ... เป็นการแบ่งตามเหตุที่ทำให้เกิดการสั่น พวกนี้แพทย์มักจะบอกผู้ป่วยเพราะเป็นตัวที่บอกการรักษา

1. สั่นตามธรรมชาติ Physiologic tremor
คนปกติทุกคนจะมีอาการสั่นเล็กน้อยอยู่แล้ว (พิสูจน์ได้ด้วยการลองถือไฟฉายแล้วส่องไปไกลๆ) ในโรคบางชนิดหรือยาบางตัวจะไปกระตุ้นให้อาการสั่นนั้นมากขึ้น
เมื่อตรวจเจอว่าเกิดจากเหตุนี้ แพทย์จะไม่มุ่งเน้นการรักษาไปที่อาการสั่นเพียงอย่างเดียวแต่จะมุ่งรักษาสาเหตุที่มาทำให้มันสั่น

2. พาร์กินสัน Parkinson
โรคพาร์กินสันเป็นโรคความผิดปกติของสมองที่ทำให้สารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติไป จะมีอาการที่ทำให้เกิดอาการสั่น
ถ้าตรวจเจอว่าเป็นโรคนี้ก็จะตรวจหากลุ่มย่อยของโรคนี้และทำการรักษาต่อไป

3. สั่นหาสาเหตุไม่ได้ Essential tremor (ET)
เป็นกลุ่มอาการสั่นที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ พบมากกว่าพาร์กินสันประมาณ10-20เท่า โดยมักเกิดเวลาทำงานหรือเคลื่อนไหวและเป็นทั้งสองข้าง ตรงข้ามกับของพาร์กินสันที่จะสั่นเวลาอยู่นิ่ง
เมื่อตรวจสงสัยว่าจะเป็นตัวนี้(ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่มีสาเหตุ) แพทย์จะตรวจเพื่อตัดเหตุอื่นๆหรือโรคอื่นๆที่อาการใกล้เคียงกันและเริ่มให้การรักษา

4. สั่นจากสมองน้อย Cerebellar tremor
สมองน้อยหรือcerebellum เป็นสมองส่วนที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหวหลายๆอย่างของร่างกาย ความผิดปกติที่เป็นไปได้มีตั้งแต่การสั่น การเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติ..สาเหตุมีได้ทั้งเนื้องอก เลือดออกในสมอง หรือโรคทางระบบประสาทบางชนิด
เมื่อตรวจแล้วสงสัยจะมีอะไรให้ทำอีกเยอะครับ เพราะเป็นสาเหตุการสั่นที่อันตราย

5. สั่นจากยา drug induced tremor
ยาและสารหลายตัวไปกระตุ้นหรือรบกวนการทำงานของระบบประสาท ซึ่งพบได้บ่อยในยาที่มีผลทางระบบประสาทหรืออาจจะเป็นยาที่ผลข้างเคียงทาง ประสาทก็ได้
เมื่อตรวจแล้วคิดว่าเกิดจากเหตุนี้แพทย์จะตรวจหาสาเหตุอื่นๆ ที่เป็นไปได้ และหาทางปรับเปลี่ยนยาหรือเสริมยาเพื่อลดอาการสั่นอย่างเหมาะสมต่อไป

6. สั่นจากจิตใจ Psychogenic tremor
อาการสั่นบางครั้งเกิดจากจิตใจล้วนๆไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
เมื่อตรวจเจอว่าเกิดจากเหตุนี้แพทย์จะหาสาเหตุของสภาวะทางจิตใจและแก้ไขต่อไป


จะแยกอย่างไรว่าเป็นสั่นจากอะไร
หนังสือหลายเล่มจะบอกเรื่องอาการที่จะเอามาใช้ในการแยกว่าอาการสั่นที่เป็นนั้นกิดจากอะไร ซึ่งในจุดหนึ่งก็ดี แต่ข้อเสียก็มีเช่นเดียวกัน เพราะคนที่อ่านถ้าไม่รู้เรื่องทางแพทย์ก็จะเกิดความเข้าใจผิดๆ อ่านอาการบางอย่างแล้วเห็นว่ามีก็เข้าใจไปว่าตนเองป่วย บางครั้งผู้ป่วยที่มารพ.มาถึงโดยบอกว่าต้องการรักษาหรือตรวจบางอย่างเพราะ มั่นใจว่าตนเองตองเป็นอาการสั่นจากเรื่องนั้นเรื่องนี้แน่นอน หรือแม้แต่บางรายได้ไปหาซื้อยามากินเอง

การอ่านหนังสือแล้ววินิจฉัยโรคเองโดยที่ไม่ได้รับการตรวจอย่างเหมาะสมบาง ครั้งเกิดอันตรายได้ทั้งจากการลองผิดลองถูก การหาซื้อยามากินเอง หรือบางครั้งนิ่งนอนใจจนเกินไป ... ทั้งนี้โรคสั่นหลายๆตัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาทยังให้การวินิจฉัยได้ยาก


ซื้อยาแก้สั่นกินเองดีไหม
ผู้ป่วยบางรายมารพ. โดยบอกว่ามีอาการสั่นซื้อยาร้านขายยาอาการดีขึ้น...จะมาขอต่อยาที่รพ.   ส่วนใหญ่ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมาพร้อมกับยากลุ่มที่เรียกว่า beta blockerซึ่งเป็นยาลดความดันโลหิตชนิดหนึ่งซึ่งมีที่ใช้ในโรคสั่นจากโรคสั่นแบบไม่มีสาเหตุ Essential Tremor
ผู้ ป่วยที่เป็นอาการสั่นแล้วกินยาbetablockerจนอาการดีขึ้น  ใช่ว่าเราจะไปฟันธงได้ทันทีว่าเป็น"โรคสั่นแบบไม่มีสาเหตุ" หลายครั้งทีเดียวที่พอตรวจร่างกายไปพบว่าผู้ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษซึ่ง มาด้วยอาการสั่นได้ และยาbetablockerก็ใช้แก้อาการสั่นจากไทรอยด์ได้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่รักษาไทรอยด์เป็นพิษรักษาแต่อาการสั่นอย่างเดียวก็ไม่มีประโยชน์


สงสัยเกิดจากยา ลดยาเองดีไหม
บางคนไปโรงพยาบาลได้ยามา สงสัยว่าเกิดจากยาจากรพ.ก็เลยหยุดยาเองเพราะไปเข้าใจว่าอาการสั่นนั้นเกิด จากการแพ้ยา ... การหยุดยาเองเช่นนี้ต้องระมัดระวังมาก เพราะยาบางตัวเป็นยาที่จำเป็นต้องกิน และหลายๆครั้งที่พบว่าอาการสั่นของผู้ป่วยแท้จริงไม่ได้เกิดจากยา
ดังนั้นการลดยาเองก็ไม่ดีเช่นกัน



ได้ยินมาว่ากินเหล้าจะลดอาการสั่นจากETได้
ปัญหานึงคือตอนนี้เมื่อคนเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์มากขึ้น(ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี) ก็ไปอ่านเจอเรื่องโรคETมากขึ้น ปัญหาคือบางคนวินิจฉัยตนเองเสร็จสรรพว่าเป็นET แต่อาจจะไม่ได้อ่านต่อไปในเรื่องอาการสั่นอื่นๆ

ผมเคยเจอคนที่โดนลูกหลานพามาด้วยอาการสั่นและดีขึ้นได้ด้วยการดื่มเหล้า ผู้ป่วยถามผมว่ารู้จักETหรือไม่จากนั้นก็บอกว่าเค้าลองอ่านหนังสือแล้วพบว่า อาการตรงกัน จึงได้ทดลองดื่มเหล้าตามที่หนังสือเขียนไว้ว่าการดื่มจะลดอาการได้...ปรากฎว่าหาย...

แต่ผู้ป่วยรายนี้คงไม่ได้อ่านต่อไปว่าสาเหตุอีกอย่างที่พบได้คือการเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังและสั่นจากอาการขาดเหล้า ...ซึ่งรายนี้เพียงด้วยการมองก็ค่อนข้างสงสัยแล้วว่าน่าจะเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ซึ่งการซักประวัติตรวจร่างกายก็ให้ความกระจ่างทั้งอาการสั่นและลักษณะของ อาการร่วมอื่นๆว่าเป็นจากพิษสุราเรื้อรัง


ดังนั้นจะทำอย่างไรเมื่อสั่น
โดยทั่วไปอาการสั่นถ้า หากเกิดมากๆและเกิดทันทีทันใด สมควรไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอดูอาการต่อครับ เพราะอะไรก็ตามที่เกิดอย่างทันทีทันใดมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราได้กล่าวไว้ก่อนแล้วว่ามีเรื่องสั่นอันเกิดจากสมองและสารพิษ... พวกนี้ถ้าเป็นแล้วไม่ได้รับการแก้ไขก็อาจเกิดอันตรายได้มาก
พวกนี้ไม่ควรรอดูอาการ หาหนังสือมาอ่าน หรือโพสท์ถามทางอินเตอร์เนทครับ ไปหาหมอได้เลย


ส่วนอาการสั่นที่เกิดอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป อาจจะลองแบบนี้ก่อนได้ครับ

1. สำรวจตนเองว่าอดนอน เหนื่อย หรือเครียดหรือไม่ ถ้ามีก็ให้พักผ่อนให้พอ (เป็นการตัดประเด็นการสั่นตามธรรมชาติ)
2. ดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนหรือไม่ ถ้ามีอยู่ให้ลองเลิกซะ เพราะคาเฟอีนกระตุ้นการสั่นได้
3. สูบบุหรี่หรือไม่ นิโคตินก็กระตุ้นการสั่นได้เช่นกัน
4. ดื่มเหล้าหรือไม่ ดื่มวันละแค่ไหน ช่วงนี้ดื่มมากขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร ... สำหรับเหล้าถ้าดื่มอยู่ก็ไม่ต้องหยุดทันทีครับ กินเท่าๆเดิมไปก่อนแล้วเอาเป็นข้อมูลไปบอกแพทย์ หรือไม่เช่นก็ค่อยๆลด เพราะการหยุดเหล้าอย่างกระทันหันอาจจะทำให้เกิดอาการถอนเหล้าชักได้
5. ใช้ยาอะไรอยู่ เอาไว้เป็นข้อมูลให้แพทย์ประกอบการวินิจฉัย
6. ถ้าลองอยู่ระยะหนึ่งแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นๆหายๆ ก็ไปพบแพทย์ได้

สำหรับรายแรกเมื่อมาตรวจฟังผลซ้ำ ก็พบว่าเป็นessential tremor และตรวจไม่เจอภาวะอื่นๆครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot!

ดีค่ะ ได้ทวนความรู้ไปด้วย

หายเซ็งหรือยังคะbig smile
เคสกินเหล้าเพื่อลดอาการสั่น แต่ดันไม่ได้อ่านต่อว่าโรคพิษสุราเรื้อรังก็ทำให้สั่นได้นี่ เหมือนจะขำ sad smile

#2 By chubby on 2008-08-08 21:58


นึกถึงไข้จับสั่นกับหนาวสั่นพอดีเลยครับ ฝนตกอีกตะหาก - -''

Hot!

#3 By on 2008-08-08 22:53

แล้วสั่นสู้ล่ะครับคุณหมอ question Hot!

#4 By ตุ้ย since 2006 on 2008-08-08 23:41

เห็นคนเป็นพาร์กินสันแล้วสงสารจัง

#5 By Googigg on 2008-08-08 23:42

big smile big smile big smile Hot! ทบทวนความรู้ๆๆๆconfused smile

#6 By (^_^)/nana on 2008-08-09 00:22

Hot!
มีประโยชน์มากเลยค่าcry

#7 By PARAkeet on 2008-08-09 17:48

ได้ความรู้มากๆเลยคะHot!

#8 By ~memay~ on 2008-08-09 19:50

เเต่ตอนนี้ผมเริ่มสั่นเเล้วล่ะครับ

ปล.สาเหตุเนื่องจากอ่านจนตาลายcry

#9 By on 2008-08-09 20:52

เป็นอีกโรคที่คาดว่า แ่ก่แล้วคงจะเป็นครับ

#10 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-08-09 21:01

ไม่ธรรมดาแล้วว Hot!

#11 By .-.Chill.-. on 2008-08-09 21:54

ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ big smile Hot!

#13 By ~ N ~ on 2008-08-10 10:09

ขอบคุณมากค่ะ ^^
ทำให้รู้เรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น


:)

#14 By SNATty on 2008-08-10 14:45

ได้ความรู้อีกแล้วค่ะ
big smile

#16 By MomMom on 2008-08-11 00:20

เียี่ยมไปเลยครับ บทความดีๆแบบนี้

#17 By การ์ตูน (124.121.163.54) on 2008-08-11 22:57

ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้
ก็มีบางครั้งที่เหมือนตัวเรามีอาการสั้นขึ้นมาบ่อยๆ
โดยมีอาการที่ขาและแขนค่ะ

#18 By tatsika (58.9.236.176) on 2009-06-27 18:02

UJhlnS xdvsjfaw vpcmfpes ypawpflx

#19 By HuHKSfsYBqW (89.248.172.50) on 2009-07-21 06:57

stxftctk blpadqqj uwajbchu

#20 By ZlnqvjQYhW (94.102.49.213) on 2009-07-25 16:45

stlkahcl zwdvkdmg iafffujw

#21 By zsAIyGZgTdPdp (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:09

rajsdyiq wnacauzc yxsfprle

#22 By nInMNKUUi (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:51

fsyjrbbc qfndoaex lnnqesvg

#23 By aYKbJkWwibLXcdiuZN (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:43

wliijfit yimwxhqq szdjaqzf

#24 By oMVstrzU (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:34

gzjzvlnk jgvwjhtn rpfdhiuh

#25 By bhivSwfPu (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:24

jsnzkiln ucwxftit ueqooixy

#26 By apjUGpdLXW (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:16

jhdybbqf sczdmfnt xxlnxlwq

#27 By oSqlOgbuaVIiPMOrTrg (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:06

crkvllmk irrghild wzskohrk

#28 By lMCtmkfhi (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

bettbxbb bkijwhaw vtkrtbsq

#29 By DafUzLypa (95.169.190.71) on 2009-07-31 18:47

nwnacqhy vediifce emhcnmsb

#30 By skoTratcgKSahLldk (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:49

jrapjywl btjhnmfl uwbrbhhs

#31 By JFZZDOnguwXhWGAmMTb (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:19

rxfbqady fygfnbto wwldtgzc

#32 By cLQsjlILKAFfWed (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:45

phqzxxix efasrgxm nutrecam

#33 By PXLcRcVYuSocD (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

ktsfdcea jlnwyqoa pyfxfkqy

#34 By ifZBFkLK (94.102.49.213) on 2009-08-14 14:04

qwyucxze bzisqzbd jxjdehpg

#35 By ntNqxJSoYlm (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:52

pmvmodzl pekngyod nfddxkbc

#36 By ypmssLaZPv (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:15

hdshontv ecgibxcb qmiphfey

#37 By gciMiaemAg (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:41

vvpvarqd yusmihix iherssms

#38 By TtVVZMLSa (94.102.49.213) on 2009-08-14 21:09

fgneqbmd wfrwmbus grvchvfx

#39 By ubGUtbQN (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:35

หมอแมว View my profile