เมื่อหลายวันก่อนผมอยู่เวรห้องฉุกเฉิน ก็มีคนพาผู้ป่วยสูงอายุมาที่โรงพยาบาลด้วยเรื่องเรียกไม่รู้สึกตัว หลังจากตรวจร่างกายทั่วไปในเบื้องต้นก็พบว่าผู้ป่วยรู้สกตัวเพียงเล็กน้อย ง่วงๆหลับๆตลอดเวลา เวลาจับไปที่มือและเท้ารู้สึกว่าเย็นๆแต่ตามซอกคอตัวร้อนจี๋เมื่อถามประวัติจากญาติไม่ได้อะไรเพิ่มเติมก็เลยลองจับวัดไข้วัดความดัน ก็เจอว่าความดันโลหิตต่ำมีไข้สูง และพบว่าปัสสาวะมีเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก เมื่อตรวจทุกอย่างเสร็จสรรพ ผมก็บอกกับญาติว่าผู้ป่วยมีอาการของการติดเชื้อในกระแสเลือดและน่าจะเป็นการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ หลังจากนั้นเมื่อผู้ป่วยนอนในโรงพยาบาล ก็ตรวจพบว่ามีปัสสาวะออกน้อย ร่วมกับตรวจพบลักษณะของน้ำเกินอยู่ในร่างกาย(มีน้ำท่วมปอด) ...

วันรุ่งขึ้นผลเลือดที่ออกมาก็ชี้ให้เห็นว่าไตของผู้ป่วยทำงานได้น้อยลง ..... หรือที่เรียกกันว่า "ไตวาย" ผมจึงได้พูดคุยกับญาติถึงโรคที่ผู้ป่วยกำลังเผชิญอยู่และความรุนแรงของโรคในขณะนั้น 

ไต เป็นอวัยวะที่อยู่ตรงระดับบั้นเอวทั้งสองข้าง หน้าที่ก็อย่างที่เรารู้ๆกันก็คือ

  •  ทำหน้าที่ขับถ่ายน้ำออกจากร่างกาย
  •  ขับถ่ายสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากร่างกาย
  •  ปรับระดับของสมดุลของสารต่างๆในร่างกาย ซึ่งหากมีมีมากหรือน้อยไปจะส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ปลีกย่อยอีกหลายอย่างที่อาจจะไม่ได้เห็นชัดเจนในช่วงที่เกิดอาการแบบเฉียบพลัน 

ซึ่งหน้าที่ต่างๆของไตเหล่านี้จะอธิบายถึงอาการที่จะตามมาเมื่อผู้ป่วยเกิดภาวะไตวายเฉยบพลันขึ้นมา

 เฉียบพลันกับเรือรัง ต่างกันที่ตรงไหน

ส่วนมากคนทั่วไปจะมองเรื่องไตวายว่าเป็นไตวาย โดยที่ไม่ได้แยกว่าเป็นไตวายแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ซึ่งถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเพราะว่าทั้งสองส่วนนี้มีความแตกต่างกันทั้งจากสาเหตุและการรักษา

ไตวายเรื้อรัง มักเกิดจากโรคที่มีผลต่อเส้นเลือดเป็นเวลานานๆ เช่นเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูงหรือโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อไตอย่างช้าๆ มีผลทีละน้อยจนกระทั่งไตค่อยๆเสียหาย กว่าจะเกิดได้ต้องกินเวลานานเป็นปีๆ ดังนั้นร่างกายจะเกิดอาการได้ก็ต้องเกิดช้าๆ กว่าจะมีอาการก็มักจะมีภาวะไตวายไปมากแล้ว

ไตวายเฉียบพลัน มักเกิดกับโรคที่ส่งผลต่ออวัยวะที่เกี่ยวข้องกับไตโดยตรง การเกิดเหตุมักเป็นเหตุที่เกิดอย่างเฉียบพลันและรุนแรง ทันทีทันใด ดังนั้นร่างกายจะปรับตัวได้ไม่ทัน อาการจะเป็นอย่างเฉียบพลันรุนแรง

ไตวายเรื้อรัง เวลาเป็นแล้วมักจะหาย โดยรวมแล้วโรคจะมีแต่คงที่หรือค่อยๆ ถดถอย

ไตวายเฉียบพลัน โดยมากมักเป็นอยู่ระยะหนึ่ง เมื่อแก้ปัญหาได้ก็มักจะหายเกือบเป็นปกติเหมือนไม่เคยเกิดอะไรมาก่อนดังนั้นความรุนแรงน่ากลัวจึงต่างกันไปครับ 

สาเหตุ

สาเหตุที่ก่อให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้เป็นสิ่งที่เกิดแบบรุนแรงเฉียบพลัน

1. เลือดไม่ไปเลี้ยงไต ที่เจอได้บ่อยที่สุดก็คือ ความดันโลหิตต่ำมาก ... ซึ่งในทางการแพทย์จะเรียกว่าช็อค (คนละแบบกับช็อคในละครหลังข่าว)เมื่อความดันต่ำมากจากเหตุใดๆก็ตาม ไตจะหยุดทำงานชั่วคราวเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมอง ถ้าเป็นเพียงชั่วคราวจะไม่เป็นอะไร แต่หากภาวะนั้นไม่ได้รับการแก้ไข ไตที่หยุดทำงานไปจะเกิดการหยุดทำงานนานกว่าปกติแม้ว่าร่างกายจะมีความดันเป็นปกติแล้วก็ตาม ......

ผู้ป่วยที่จะเป็นแบบนี้ได้ที่พบบ่อยคือ ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เสียเลือดมาก แพ้อาหารแพ้ยาอย่างรุนแรง ท้องเสียและขาดน้ำเป็นเวลานานฯลฯ 

2. เกิดความผิดปกติที่ตัวไตโดยตรง ที่เจอได้บ่อยๆคือร่างกายได้รับสารพิษหรือสารเคมีที่มีผลต่อไตเข้าไป , และในกรณีที่มีการติดเชื้อที่ไตอย่างรุนแรง ทำให้ไตผิดปกติโดยตรง  

3. การขับถ่ายปัสสาวะผิดปกติ มีการอุดตันที่ปลายทางออก เช่นมีนิ่วไปอุดท่อปัสสาวะ มีต่อมลูกหมากโตจนปัสสาวะไม่ออกแบบเฉียบพลัน 

เวลาเป็นแล้วจะรู้ได้อย่างไร

คำตอบห้วนๆคือเจาะเลือดครับ เพราะว่าการเจาะเลือดเพื่อดูค่าการทำงานของไตและดูระดับสารที่คั่งเป็นตัวที่จะบอกได้ชัดเจนที่สุด โดยทั้งนี้ผลเลือดที่ออกมาจำเป็นจะต้องประกอบไปกับประวัติที่แพทย์ซักได้ร่วมกับการตรวจร่างกายที่ตรวจพบ ... 

คนที่สมควรได้รับการเจาะตรวจค่าการทำงานของไตในเรื่องนี้ได้แก่

  •  คนที่มีภาวะช็อคหรือความดันต่ำ
  •  คนที่จำเป็นต้องได้รับยาหรือสารที่มีความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อไต
  •  คนที่มีโรคทางเดินปัสสาวะที่เห็นชัดว่าเสี่ยงที่จะเกิดไตวาย
  •  คนที่ตรวจพบ หรือซักประวัติแล้วสงสัยว่าจะมีภาวะน้ำเกินในร่างกายหากตรวจแล้วพบว่ามีหรือไม่มีภาวะไตวายก็ตาม

แพทย์ก็จะพิจารณาตามประวัติอาการและการตรวจร่างกายว่าจะทำการตรวจซ้ำอีกหรือไม่ เพราะว่าบ่อยครั้งการตรวจในชั้นแรกอาจจะปกติและต่อมาไปพบว่าผิดปกติในภายหลังก็ได้ 

อาการที่จะเกิดขึ้น

อาการของไตหยุดทำงานเฉียบพลันนี้จะเป็นไปตามหน้าที่การทำงานของมัน นั่นคือ เมื่อเสียการทำงานของไตไป ในร่างกายก็จะเกิดการคั่งค้างของสารต่างๆและน้ำขึ้น จะส่งผลทำให้เกิดการบวมที่อวัยวะที่อยู่ต่ำๆ เกิดอาการนอนราบไม่ได้ มีอาการเหนื่อยเพลียจริงๆแล้วอาการพวกนี้คนทั่วไปอาจจะไม่จำเป็นต้องทราบก็ได้ครับ เพราะว่าอาการพวกนี้เวลาเป็นจะเป็นมากมายและรวดเร็วเสียจนไม่ต้องสังเกตอาการอะไรก็ต้องรีบไปโรงพยาบาล ...

(เอาเป็นว่าหากเกิดอาการขึ้นมา ไปให้แพทย์ตรวจเลยจะดีกว่าเพราะว่าตัวบวมเหนื่อยเพลียนอนราบไม่ได้ ก็ไม่ได้มีแต่ไตวาย)นอกจากนี้สาเหตุของไตวายบางตัวก็จะมีอาการรุนแรงจนต้องรีบไปโรงพยาบาลก่อนที่จะมีอาการของไตวาย (เช่นเสียเลือดมาก ไข้สูงจนช็อค)ดังนั้นข้ามๆอาการไปเลยก็ได้ 

การดูแลรักษา

การดูแลรักษาไตวายเฉียบพลันที่ทำกัน ก็คือยึดหลักง่ายๆว่า เมื่อไตไม่ทำงาน ก็จะทำให้น้ำและของเสียคั่งในร่างกายจนเกิดอาการผิดปกติ ดังนั้นการรักษาก็คือ จำกัดน้ำที่จะเข้าร่างกายให้เท่ากับที่น้ำที่เสียออกไปและลดของเสียที่จะเกิดในร่างกายให้น้อยที่สุด 

ฟังเผินๆดูง่ายแต่จริงๆยากนะครับ เพราะว่าของเสียที่เกิดขึ้นในร่างกายมีมากมายเป็นหลายร้อยชนิด นอกจากนี้สาเหตุของโรคที่ไปทำให้เกิดไตวายบางตัวก็ต้องใช้ยาในการรักษา (ยาที่ใช้รักษาบางตัวก็มีผลต่อไต)

ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดตามมาในการรักษาก็คือ

  • จำกัดน้ำดื่ม และทำการตวงปัสสาวะทุกครั้งที่ถ่ายออกมา
  •  เจาะเลือดตรวจหาการคั่งค้างของสารและตรวจการทำงานของไต ...บางทีอาจจะเจาะวันละครั้งหรือมากกว่านั้น
  • รักษาสาเหตุ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามผู้ป่วยแต่ละราย การรักษาในส่วนปลีกย่อยจะต่างกันไปในไตวายเฉียบพลันของผู้ป่วยแต่ละราย เช่นในบางรายเราอาจจะเห็นว่าให้น้ำเกลือเร็วช้าไม่เท่ากัน บางรายไม่ได้ให้น้ำเกลือด้วยซ้ำ ... ยาที่ใช้อาจจะไม่เหมือนกัน ...  สิ่งที่จะผู้ป่วยและญาติจะช่วยได้พอสมควรคือการปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการดูแลร่างกายในช่วงที่ยังไม่หายดีครับ
  • ต้องตวงปัสสาวะ ต้องควบคุมการกินน้ำและอาหารตามที่สั่งเท่านั้น
    อาหารที่จะกินได้ในช่วงนี้ควรจะใช้อาหารของโรงพยาบาลโดยงดการกินของเยี่ยมทั้งหลายจนกว่าแพทย์จะอนุญาต 
  • หลีกเลี่ยงการรักษาด้วยการรักษาแบบความเชื่อ
    (เช่นบางรายปรับน้ำเกลือเอง ไม่ยอมให้พยาบาลปรับ , บางรายเอาสมุนไพรมาต้มกินเองในรพ.) นอกจากว่าแพทย์จะอนุญาตในกลุ่มไตวายเฉียบพลันนี้เมื่อรักษาหายแล้วมักจะไม่มีอะไรตามมาครับ โดยมากมักจะหายไปเป็นปกติ ไม่ได้ต้องการการรักษาแบบยาวนานดังเช่นไตวายเรื้อรัง

สำหรับผู้ป่วยในเรื่อง หลังจากรักษาการติดเชื้อได้ก็ได้ให้กลับบ้านไปและนัดมาตรวจการทำงานของไตเป็นระยะ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการติดตามผลอยู่ครับ

 

ปล. พิมพ์ครั้งแรกใน Mthai เมื่อ2 สค. 2551

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากเลยค่ะ..
big smile

#1 By MomMom on 2008-08-04 17:17

โอว์....ได้ความรู้อีกแล้ววววว big smile



Hot!
แปะๆๆ ความรู้ทั้งน้าน

ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองจะต้องป่วยอะไรเรื้อรังสักอย่าง

แต่ไม่มีเวลาไปหาหมอเลยค่ะ

งานเยอะแมกซ์ sad smile

#3 By iDoi* on 2008-08-04 18:12

ลืม Hot!

#4 By iDoi* on 2008-08-04 18:13

ขอบคุณมากค่ะ big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile
คุณแม่เคยเสียชีวิตเพราะโรคไตค่ะ ทำให้ตัวเองใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากกว่าเดิมโดยเฉพาะเรืองรสจัด ขอให้ทุกคนแข็งแรงดูแลสุขภาพดีๆ น่ะคะ Hot!

#6 By Lily Pixel on 2008-08-04 23:36

ขอบคุณความรู้ครับ

#7 By เพลง (58.8.122.226) on 2008-08-05 00:15

เรื่องการกิน การติดเชื้อ กับยานี่ เหมือนจะเลี่ยงได้ยากยังไงไม่รู้ครับ - -''

#8 By on 2008-08-05 00:39

ขอบคุณครับ

#9 By supameeh on 2008-08-05 06:30

น้องท่อ เพิ่งเรียนเรื่อไตไปค่ะ

หนุกมากมาย

confused smile confused smile confused smile
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
ขอบคุณนะครับ big smile big smile

#11 By Googigg on 2008-08-05 09:28

ความรู้บึม

#12 By เพลง (58.8.115.251) on 2008-08-05 09:53

big smile

#14 By ^_poomapooma_^ on 2008-08-05 11:30

เลี่ยงยาก แต่ก็จะพยายามดูแลไตให้ดีที่สุด ของเค็ม รสจัดๆ อย่ากินเชียว >w<~ Hot! Hot!

#17 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-08-05 19:21

ขอบคุณมากครับ เคยเป็นแต่ ไตหาหัวจามอะครับ(อย่าผวนนะเดี๋ยวรู้)

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
Hot! Hot! Hot!

#19 By Noonit on 2008-08-05 22:39

หมอคะ แล้วถ้ามีอาการบวมแบบเดี๋ยวเป็นเดี๋ยวหายล่ะคะ หนูกำลังจะเป็นโรคไตหรือเปล่า

ให้นี่ Hot!

#20 By Hisaki on 2008-08-06 12:42

สาระเน้นๆ >.< Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณนะคะ กลัวคนที่บ้านจะเป็นโีรคไตเหมือนกันแฮะ

#21 By Princess : Fi-o-Na on 2008-08-06 14:54

คิดว่าเป็นหมอรักษาแมวซะอีกค่ะอ่านๆไปอ้าวท่าทางจะคนแฮะ
ดีค่ะ ป้าแก่แล้ว ได้คุณหมอช่วยให้ความรู้คู่สุขภาพแบบนี้ ก็แจ่มเลยbig smile

#22 By darkmoon on 2008-08-06 16:03

ncvv1R sijpceth vdvlcpwt mtqwegax

#23 By zKJteNcisnVwnM (89.248.172.50) on 2009-07-21 06:57

jtuhvpno lpqbtqce cxnndtjo

#24 By IoBZnFAaSWZomHZIOx (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:09

trejzhgc ajcicrnb jdjcqtjm

#25 By blefJBtFhr (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:51

pjdwkfaf rcarufqw afkfckfb

#26 By vpRdCazjQDbPQzFU (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:43

pvyawkdu zsrmggfa sckvckaw

#27 By NvMSrEUstNMUQuAef (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:34

egjpiluk mzltzitb aoohlsyl

#28 By KCPgkIDI (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:24

gwzdjqkz bnyswezd bcxotsdt

#29 By WmPZJbHufhbmQ (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:16

qxkcswdr wokpwdfo iecjhmco

#30 By YSufJbgyPP (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:07

dnsgaspg ftuyordh vjslmnou

#31 By vvwrZuGD (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

wirafigh gpjlspxk bamuawfo

#32 By LhAfLziUl (95.169.190.71) on 2009-07-31 18:47

mdyabijd wemawqfx anoiqfvw

#33 By teRBqofutVqx (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:29

lfymqldc lkwrcvxy ehufrhys

#34 By pDpGVRBjkpIk (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:49

dgykmhmt xalildlm adpztyqy

#35 By pwEhhzmFqCUj (89.248.172.50) on 2009-08-09 19:54

uxvnztby xubclxcq oeorbllv

#36 By xFVtJgBOTLvxKtonx (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:20

timlmnik qtcuzhnc pbhccqyq

#37 By mOogDHYX (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

lbmnvowt oweyvqyf khoutopw

#38 By zHIDtEKcXLtKsb (94.102.49.213) on 2009-08-14 14:04

ewkoxshy rikireco lfodoafp

#39 By IRIoiIwXAcyHOjxEo (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:52

miamshnd lgysxstx cvjcwjxn

#40 By gLNRlKsiCBJjL (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:15

wdvtjwhd zgyfnaty uczyetdy

#41 By ydQULGCxasCZoPGGzyN (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:42

xrzcihed azutqlfp snlwoykz

#42 By ROXbuhePdwd (94.102.49.213) on 2009-08-14 21:10

fcsmtgnj kuhuerye ihdxnkqu

#43 By YupVrqPBfrXgURSL (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:35

หมอแมว View my profile