ในคราวที่แล้วผมได้ พูดเกี่ยวกับภาพรวมของการเป็นเกาท์ไป ซึ่งเป็นการพูดถึงด้านที่คนทั่วไปนึกถึงบ่อยก็คือช่วงที่เกิดการอักเสบและ เจ็บปวดรุนแรง วันนี้ก็จะมาพูดถึงช่วงที่สำคัญต่อการรักษากว่า ก็คือ
การป้องกันไม่ให้กลับไปเป็นซ้ำใหม่

เหตุที่มันสำคัญเพราะว่าคนส่วนใหญ่จะต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนเวลาเจ็บปวด ไม่สนว่าจะใช้ยาใดหรือมีผลข้างเคียงของยาเพียงใด แต่เมื่อหายแล้วก็พอไม่สนใจระวังก็กลับมาเป็นซ้ำ ทั้งที่หากควบคุมตนเองได้ดีและระวังและปฏิบัติตัวอย่างดี ก็จะสามารถยืดช่วงระยะที่จะเกิดอาการได้โดยที่อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ยาใดๆ เลยก็ได้

ทั้งนี้การระวังป้องกันไม่ให้เกิดการกำเริบซ้ำของเกาท์ นอกจากจะช่วยลดเรื่องอาการเจ็บปวดของข้ออักเสบแล้ว ยังมีประโยชน์ในแง่ลดความเสี่ยงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆอีกหลายชนิด เพราะว่าการปฏิบัติตัวในการรักษาโรคเกาท์นั้น ก็ซ้ำกับการป้องกันโรคอื่นๆอีกหลากหลายชนิด

การป้องกันเรื่องโรคเกาท์ที่สำคัญ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องพอรู้มาบ้างและถ้าถามว่าอยากถามอะไรหมอ เกี่ยวกับเรื่องการรักษาป้องกันเกาท์ ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่จะต้องถามถึงอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

แต่ว่าเรื่องอาหารไม่ใช่แค่ประเด็นเดียวเท่านั้น หากระวังแต่เรื่องอาหารเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ระวังเรื่องอื่นๆซึ่งระวังได้ง่ายกว่า ผลก็คือเกาท์ก็กลับมากำเริบได้ง่ายอยู่ดี

ก่อนจะกล่าวถึงการป้องกันว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ต้องทบทวนเรื่องกันอีกหน่อย
โรคเกาท์เกิดมาจากผลึกของกรดยูริคสะสม ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทำให้ร่างกายมีกรดยูริคมาสะสมมากขึ้นก็ทำให้เกิดอาการของเกาท์กำเริบได้ทั้งสิ้นกล่าวคือ .. การเพิ่มปริมาณกรดยูริค .. การเพิ่มความเข้มข้นของกรดยูริคในเลือด .. การลดการขับของกรดยูริคออกจากร่างกาย ..

การป้องกันลำดับหนึ่ง
... อันดับแรกก็คือ งดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยเฉพาะเบียร์ อันนี้นับรวมไปถึง อุ กระแช่ สาโท เหล้า บรั่นดี วอดก้า ฯลฯ

เนื่อง จากแอลกอฮอล์มีผลต่อการเพิ่มกรดยูริคในร่างกายโดยผ่านทางกลไกเร่งการสร้าง กรดยูริคขึ้นในร่างกาย กระตุ้นทำให้มีปริมาณกรดยูริคโดยรวมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเบียร์ ซึ่งมีสารที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นกรดยูริคได้โดยตรงอยู่ด้วย (การดื่มเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์น้อยกว่า จึงไม่ได้ดีกว่าแต่อย่างใด) นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์ก็ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเมื่อขาดน้ำแล้ว เลือดในร่างกายก็ยิ่งจะมีความเข้มข้นของกรดยูริคมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นหากดูจากกลไกที่เหล้าหรือแอลกอฮอล์ทำให้อาการของเกาท์กำเริบแล้ว จะเห็นว่าเหล้าเป็นตัวกระตุ้นที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง

คนไข้โรคเกาท์หลายคน ล้มเหลวในการรักษา ก็เนื่องมาจากปฏิบัติตนได้ดีหมดทุกด้านยกเว้นเรื่องเหล้านี่แหละครับ
ดัง นั้นคนที่เป็นเกาท์ ถือได้ว่าห้ามดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มโดยถือเป็นยา หรือ ดื่มแบบยาดองต่างๆ เพราะร่างกายของคุณไม่ได้แยกว่าคุณดื่มเพื่ออะไร

การป้องกันลำดับที่สอง
... ดื่มน้ำให้พอเพียง เนื่องจากระดับของกรดยูริคในเลือดวัดเป็นความเข้มข้น หากร่างกายมีการขาดน้ำ แม้กรดยูริคโดยรวมจะมีเท่าเดิม แต่ความเข้มข้นในกระแสเลือดก็จะกว่าเดิม(เพราะน้ำลดลง) และเกิดการตกผลึกได้ง่าย ดังนั้นควรดื่มน้ำให้พอเพียง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลานานๆ

การป้องกันอันดับสาม

... เลือกรับประทานอาหาร โดยเน้นที่อาหารที่มีพิวรีนสูงๆ เนื่องจากพบว่าร่างกายมีกลไกที่เอาพิวรีนไปปรับเปลี่ยนเป็นกรดยูริคได้
อาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ น้ำสกัดจากเครื่องในหรือเนื้อสัตว์(เช่นน้ำต้มกระดูกตุ๋น ซุปไก่สกัดต่างๆ)
อาหารที่มีพิวรีนปานกลาง เช่น เนื้อสัตว์ (ไก่ หมู เนื้อ ปลา สัตว์ทะเล ทั้งหมดแหละ) ถั่ว กระถิน สะเดา สะตอ หน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง ผักขม เห็ด
อาหารที่มีพิวรีนต่ำ เช่น น้ำนม เนยแข็ง ไข่ แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า ผัก(ยกเว้นพวกที่กล่าวไปข้างต้น) ผลไม้

การจดจำว่าอาหารใดมีพิวรีนมากน้อย ถ้าอยากจะจำแบบมีหลักการก็อยู่ที่ว่า เซลล์ของสิ่งมีชีวิตมีนิวเคลียส ซึ่งในนิวเคลียสจะมีสารที่เปลี่ยนไปเป็นกรดยูริคได้.... ดังนั้นอาหารที่มีน้ำหนักเท่ากัน แต่มีปริมาณเซลล์มากกว่า ก็ย่อมเสี่ยงต่อการเป็นเกาท์มากกว่า
เช่น ในเนื้อตับ ประกอบไปด้วยเซลล์เล็กๆมากมาย เทียบกับส่วนกล้ามเนื้อ เซลล์เป็นเส้นใยยาวๆ กล้ามเนื้อก็มีจำนวนเซลล์น้อยกว่าตับ(และเครื่องใน) ส่วนไข่ ถือว่าเป็นเซลล์เพียงเซลล์เดียว ดังนั้น หากอยากกินโปรตีน ก็ควรเลือกกินไข่ เพื่อให้ได้โปรตีนมากที่สุดโดยเสี่ยงเกาท์น้อยที่สุด
หรือ หากจะเทียบในกลุ่มพืชผัก ก็ให้เลือกกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ๆ เช่นใบ หรือก้าน ไม่ควรเลือกผักที่มีลักษณะเล็กๆ ไม่ควรเลือกกินพืชผักที่เรากินเฉพาะส่วนที่เป็นยอดผัก

อย่างไรก็ตาม เรื่องอาหารไม่ได้ถือเป็นเรื่องที่ต้องจำกัดจนเป็นทุกข์ หากอยู่ในช่วงที่อาการของโรคสงบ อาจทานอาหารกลุ่มเสี่ยงได้บ้างนานๆครั้ง.. ถ้าอาการเริ่มทำท่าจะกำเริบหรือเพิ่งมีอาการมาได้ไม่นาน ก็ควรทานแต่อาหารพิวรีนต่ำเพียงอย่างเดียวไปก่อน
ที่สำคัญ นอกจากเรื่องควบคุมอาหารที่เป็นเรื่องที่ยากที่สุด ก็ต้องไม่ลืมที่จะปฏิบัติตัวอย่างอื่นที่ง่ายกว่าแต่ได้ผลพอๆกัน(เช่นเลิก เหล้า ดื่มน้ำ ลดน้ำหนัก)ด้วยครับ

...นอกจากที่กล่าวมา การลดน้ำหนัก ลดอาหารไขมัน ลดคลอเลสเตอรอล ต่างมีผลต่อการลดการกำเริบของข้ออักเสบ รวมไปถึงการกินยาที่ต้องกินให้ต่อเนื่องและถูกวิธี

FAQ
หมดเรื่องการป้องกันแล้ว เรามาพูดเรื่องปัญหาคำถามที่ถามกันบ่อยๆหรือเป็นปัญหาคาใจกันครับ

1. ทำไมเป็นเกาท์แต่หมอกลับห้ามไม่ให้กินยาลดกรดยูริค
การ รักษาเกาท์มักใช้ยาลดกรดยูริคควบคู่ไปด้วยกันตลอดการรักษาจนกว่าจะควบคุม ระดับได้ดี แต่ข้อจำกัดของยาพวกนี้คือ หากไปใช้ในช่วงที่กำลังปวดข้อ จะยิ่งทำให้ช่วงที่ปวดข้อมีนานกว่าเดิม
ดังนั้นเวลาที่เกิดการอักเสบ หมอจะให้หยุดยาลดกรดยูริคไว้ประมาณครึ่งเดือนครับ

2. กินยาโรคเกาท์แล้วแพ้ยา เกิดท้องเสีย
ยาcolchicine ซึ่งสามารถลดการปวดของข้อในโรคเกาท์ได้ดี มีผลข้างเคียงคือท้องเสียครับ ... แต่ใช้ดีในคนที่ไม่อาจทนผลข้างเคียงของยาแก้ปวดตัวอื่นๆ

3. ทำไมเป็นแค่เกาท์ต้องจับไปตรวจโรคหัวใจโรคไต หมอต้องการหาเงินหรือ?
เป็นคำถามที่จะเจอหากว่าเงินที่ใช้ตรวจเป็นของผู้ป่วย แต่จะไม่เจอหากไปตรวจในผู้ป่วยที่ไม่ต้องจ่ายเอง
การ ที่ต้องตรวจเรื่องหัวใจ เช่นตรวจเบาหวานความดันสูง ไขมันสูง ก็เพราะว่าคนที่เป็นเกาท์ มักจะมีปัจจัยเสี่ยงทางด้านโรคหลอดเลือดมากกว่าคนทั่วไป
ส่วนเรื่องของไต ในคนที่มีกรดยูริคสูง ก็จะมีโอกาสที่จะเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะมากกว่าคนทั่วไป

4. จะควบคุมกรดยูริคไปทำไม ในเมื่อเราก็มียาแก้ปวด
ผู้ ป่วยหลายคนมีปัญหาว่าไม่สามารถหยุดตัวกระตุ้นได้ อย่างเช่นชอบกินอาหารบางอย่าง ชอบดื่มเบียร์มาก ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการมาบ่อยๆและ"บางคน"มักมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ ห้องฉุกเฉินที่ปฏิเสธการฉีดยาแก้ปวด
การใช้ยาแก้ปวดที่นิยมกันก็คือการใช้ยากลุ่มNSAIDs ซึ่งผลข้างเคียงที่สำคัญคือก่อให้เกิดแผลในกระเพาะ และไปเค้นการทำงานของไต
ใน ขณะที่คนที่เป็นเกาท์ มักมีปัญหาเรื่องเหล้า(ซึ่งเสี่ยงต่อเรื่องแผลในกระเพาะ) และเรื่องไต(ทั้งจากตัวเกาท์เองและโรคแทรกต่างๆ) ดังนั้นการใช้ยาแก้ปวดนานๆก็เท่ากับเป็นการแก้ที่ปลายเหตุและเสี่ยงที่จะ เกิดผลข้างเคียงได้
ดังนั้นควรจะควบคุมกรดยูริคดีกว่าครับ

วันนี้ไม่มีสรุปครับ ขอจบดื้อๆด้วยการพูดถึงเคสที่กล่าวไว้ในการคราวที่แล้วครับ
ตกลง เมื่อตรวจร่างกายของผู้ป่วยที่บอกว่าเป็นเกาท์และกินสเตียรอยด์ต่อเนื่อง พบว่า ผู้ป่วยเป็นโรครูมาตอยท์ ได้ยารูมาตอยท์ต่อเยื่องจนกระทั่งหยุดยาแล้วก็หายจากรพ.ไป.......... ไม่ได้เป็นเกาท์แต่ประการใด... ก็ยังไม่ทราบจนบัดนี้ว่าใครไปบอกแกว่าไม่ได้เป็นรูมาตอยท์แล้วเอายาลูกกลอน สเตียรอยด์ให้แกกิน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ปล. ภาพประกอบ : ก๋วยเตี๋ยวเม็ดองุ่น ครับ (ถ่ายเอง)

#1 By หมอแมว on 2008-07-15 17:23

แต้งกิ้วหมอแมวจ๊ะ


พ่อนัทก็เป็นเหมือนกัน

ถามหมอแมวนิดนึง ไอ้พวกยอดกระถิน ยอดชะอมนี่
ต้องงด หรือว่าเลิกไปเลยคะ ถ้ากินเข้าไปนี่จะปวดทันทีหรือเปล่า



นัทสงสารพ่ออ่ะ
ขอให้ดาวปิ๊ดนึง open-mounthed smile

Hot! Hot! Hot!
big smile big smile Hot!

#4 By chichi on 2008-07-15 17:45

Hot! Hot! ขอบคุณค่ะ ทบวนความรู้ได้เยอะเลยค่ะ

#5 By rusleeping on 2008-07-15 22:15

ขอบคุณครับ ดีจังเลยเจอบทความนี้

เคยไปตรวจสุขภาพแล้วค่ากรดยูริคสูงมาก
พองดกินไก่กับพวกยอดผักแล้ว ตอนนี้ค่อยๆลดลงมาเรื่อย แต่ก็ไม่ได้ลดลงฮวบฮาบเท่าไหร่ จาก 10.9 -> 9.5 -> 8.7

แต่สงสัยว่า ทำไมการออกกำลังกายหนักๆ ถึงไม่ควรทำอะครับ เพราะว่าเหงื่อจะออกเยอะแล้วทำให้ความเข้มของยูริคสูงขึ้นหรอครับ??

#6 By mrKrich (58.9.165.209) on 2008-07-15 22:36

รู้สึกเดจาวู เหมือนบทความเรียบเรียงใหม่
แต่ก็ได้ความรู้ดีครับ คนเป็นเกาท์นี่แย่นะครับ กินยาก

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-07-15 22:42

เม็ดองุ่นsad smile sad smile sad smile

#8 By (^_^)/nana on 2008-07-15 23:12

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะคะ
ต้องไปบอกที่บ้านให้ระวังกันมั่งแล้ว

รูปก๋วยเตี๋ยวน่ากินมากเลยอ่า

#9 By Mr.macchiato on 2008-07-16 11:59

ขออนุญาต print ไปให้คุณพ่ออ่านนะคะ surprised smile

#10 By ท้องฟ้า.. on 2008-07-16 12:51

อื้มม หมอเขียนเรื่องดีจริงๆ
แต่แอบสงสัยเรื่องก๋วยเตี๋ยว ทำไมต้องเม็ดองุ่น = ='
ก๋วยเตี๋ยวเม็ดองุ่นในตำนาน sad smile

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ

#12 By ชายคลอง on 2008-07-16 14:00

สงสัยเหมือนกัน ทำไมต้องเป็นก๋วยเตี๋ยวกับเม็ดองุ่นครับ

#13 By Lonely season on 2008-07-16 14:15

โอ้โห...
มีประโยชน์ หลายๆ
ขอบคุณค่ะ คุณหมอ..
big smile

#14 By MomMom on 2008-07-16 14:21

ก๋วยเตี๋ยวเม็ดองุ่น sad smile
คุณหมออยากบอกอะไรรึป่าวค่ะ

หาเวลาพักบ้างก็ดีนะค่ะ question
และขอบคุณสำหรับความรู้เหมือนเดิมค่ะ Hot!

#15 By Tikkie on 2008-07-16 17:02

กระจ่างขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

#16 By General เบ๊ on 2008-07-16 18:59

ผมเองก็อยากรู้ครับ ว่าก๋วยเตี๋ยวเม็ดองุ่นเป็นยังไง
เคยแต่ได้ยินชื่อ แต่ยังไม่เคยเห็นของแท้ question

#17 By หมอแมว on 2008-07-16 19:18

Hot! ได้ความรู้ละเอียดดีค่ะ

#19 By eeddy(อี๊ด) on 2008-07-16 22:17

'เป็นคำถามที่จะเจอหากว่าเงินที่ใช้ตรวจเป็นของผู้ป่วย'
บางทีคนไข้ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะ ต้องอธิบายกันหลายยก sad smile

#20 By sorbet* on 2008-07-17 18:13

pcfT3f jidkuzkj gagvrpql chmihhpv

#21 By yEXCJhNcriBxUKjmX (89.248.172.50) on 2009-07-21 06:57

wzkipryu jldkzcan ynsjyufm

#22 By DEnEQpiciGcPbFW (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:09

gylowdzm nijoujjy vtfovihr

#23 By EnvoPwbqHO (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:51

kunvneyh onevlwmq impilqdb

#24 By CncEteEfve (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:43

uoeiipch inueaonb byqmixbk

#25 By XYymsrtxjlpEJfbR (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:34

vfcblxmk tqrjjvgm vxkkohwv

#26 By egBwoGplFrJeYrl (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:24

vsrtqrkc zfhoesyq stwpzwrh

#27 By IVsjBYlQnp (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:16

unecojqy oqxkfkrw aptikkyr

#28 By eyCfSTWflRlCKuJOy (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:07

chogshsy tkgupfth jhkcrpmp

#29 By kEJgYyoWXt (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

kmffptun icocypoi kmnyqipj

#30 By XwcSgXysxTkCviox (95.169.190.71) on 2009-07-31 18:47

cxftsfju stuvrtpt priputce

#31 By muexOEvFVMp (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:29

jypwnmio sisldnrh fjhssvwj

#32 By AJRLwZgp (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:49

cvzcelid njdjnkzd juxrpfbd

#33 By krJWHyYwWHJmDUL (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:46

kuptqdqg omwqalfp sbvnuqcj

#34 By QvzjqLsEwe (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

foiunnly mdqzexbm leugisic

#35 By QdzNGUAFNxXUPLJkF (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:52

qjxdcmqz vdlvqvih zeutwlcz

#36 By VnqLTFjoTDGglS (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:15

ghzfoipg tozrwfgg vjfnvvqx

#37 By ksAXpKqvki (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:42

emnjjaqi moblhmxr uuulrbxk

#38 By WLEwmkGKftz (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:35

หมอแมว View my profile