-= ล้วงตับ Forward mail ลวงโลกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ # 2=-

ผมได้พูดถึงฟอร์เวิร์ดที่สร้างความเข้าใจผิดขึ้นและได้กล่าวชี้แจงเหตุออกมา ... ซึ่ง5อันที่ผ่านมาเป็นลักษณะฟอร์เวิร์ดเมล์ผิดๆที่เนื้อหาไม่ได้มีอะไรแอบแฝงนอกจากการหลอกลวงปิดบังข้อมูลบางอย่าง ... จะเห็นได้ว่าหลายอันพูดออกไปแล้ว หลายท่านในที่นี้ก็สามารถสืบค้นข้อมมูลและยืนยันได้เลยว่าจริง


แต่ฟอร์เวิร์ดเมล์ที่จะนำเสนอในวันนี้จะมีลักษณะดังต่อไปนี้

- เนื้อหาจะมีเรื่องที่เป็นเรื่องโกหกปนกับเรื่องจริง

- เนื้อหาที่ผิดปกติ คนที่จะจับโกหกได้มักจะเป็นคนที่ทำงานใกล้เคียงในสาขานั้นโดยตรงหรือเป็นคนที่สามารถสืบค้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้ ในขณะที่คนทั่วๆไปที่ไม่ได้สัมผัสจริงๆจะไม่รู้

- เนื้อหาจะชี้นำให้รู้สึกว่ามีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ดังนั้นใครที่เข้ามาค้านอาจจะเป็นผู้เสียผลประโยชน์

- ดังนั้นหากมีคนมาอธิบาย คนที่ได้รับการอธิบายอาจจะรู้สึกว่าไม่รู้จะเชื่อได้ดีไหม ... เอาเป็นว่าเชื่อไว้ก่อนคงไม่เสียหาย น่าจะปลอดภัยกว่า
การที่mailเหล่านี้ใช้เรื่องผลประโยชน์เข้ามา ทำให้หลายคนที่รู้ความจริงไม่อยากอธิบายครับ
บางครั้งอธิบายไปแล้วจะโดนคนเข้ามาโพสต่อว่าว่ามีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง
เนื้อหาในนั้นบางครั้งจุดประเด็นอื่นขึ้นมา ทำให้กระทู้ถูกเบี่ยงเบนประเด็นได้ง่าย

ดังนั้นเรามาดูกันต่อเลยครับ


6. โค้ก เป็นสิ่งอันตรายมาก (ทำให้กระดูกผุ)
ตัวอย่าง FWD http://www.maama.com/reading/view.php?id=001590
เนื้อหาของFWD >
- ถ้าตามเข้าไปดูในข้อมูลต่างๆในนั้น จะเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดูแล้วทำให้โค้กเป็นวัสดุกัดกร่อนที่มีฤทธิ์รุนแรง สามารถกัดกร่อนสิ่งต่างๆได้ การใช้งานก็ดูน่ากลัวสำหรับของที่จะเอามากิน
- (ปัจจัยในเวบบอร์ดต่างๆ และความเชื่อสมัยก่อน บอกว่าการดื่มน้ำอัดลมทุกชนิดทำให้กระดูกผุ เพราะกรดในน้ำอัดลมจะไปละลายกระดูก)
- โค้กมีpH ที่ประมาณ2.5 อันนี้ก็จริง ... แต่
- น้ำมะนาวมีpH 2-2.5 ส่วนกรดในกระเพาะอาหาร มีpH 1.5-2 กัดกร่อนยิ่งกว่าโค้กเสียอีก เรื่องคุณสมบัติที่ว่านั้นหากเอาน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูไปแทนที่ก็ทำได้เหมือนกัน (แต่Apple cider vinegarดันบอกว่าดีต่อสุขภาพ ทำไมไม่บอกว่ากัดกระดูกล่ะครับ)
- ในต่างประเทศของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีราคาแพง ในขณะที่โค้กมีราคาถูกมากและมีแพร่หลายทุกพื้นที่ ก็ไม่แปลกนักที่ชาวต่างชาติเขาจะใช้โค้กในการทำความสะอาดหรือใช้งานกันแปลกๆ (ก็มันประหยัด)
- เรื่องฤทธิ์กัดกร่อนกระดูกนั้น ที่จริงทางการแพทย์เคยเชื่อกันมานานและแนะนำอย่างนี้กันมานาน แต่ว่าในระยะหลังๆเริ่มมีงานวิจัยออกมาคัดค้าน เพราะว่ามีข้อสังเกตว่า กรดฟอสฟอริกที่เคยเชื่อว่าทำลายกระดูกก็มีในอาหารหลายชนิด แต่ว่าไม่ปรากฎว่าจะทำให้เกิดกระดูกพรุนได้
- งานวิจัยล่าสุดเมื่อปีที่แล้วในชุด The Framingham Osteoporosis Study ระบุถึงความเกี่ยวข้องของน้ำอัดลมต่อมวลกระดูก ก็บอกว่ามีโค้ก (แต่ไม่รวมถึงน้ำอัดลมแบบอื่นๆ)ที่ทำให้เกิดมวลกระดูกลดลง (แถมเกิดเฉพาะในผู้หญิง) http://www.ajcn.org/cgi/content/abstract/84/4/936 ... เลยทำให้ต้องกลับไปดูกันอีกว่า ตกลงแล้วน้ำอัดลมทำให้กระดูกพรุนได้อย่างที่เคยเชื่อจริงหรือ
- ข้อมูลที่บอกว่าดื่มน้ำเปล่าป้องกันมะเร็งได้ อันนี้ไม่มีหลักฐานการวิจัยที่สนับสนุนชัดเจน

ดังนั้นเมื่อดูจากข้อมูลแล้วถ้าดูเผินๆจะไม่มีอะไร แต่มันสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าใจผิดว่าการดื่มน้ำอัดลมก่อให้เกิดการกัดกร่อนในกระเพาะ(โรคกระเพาะ ?) และก่อโรคกระดูกพรุน ซึ่งจริงๆไม่เกี่ยวข้องกัน ..... และความไม่มีอะไรและการที่ความเชื่อเรื่องน้ำอัดลม"กัดกระดูก"มันเป็นความเชื่อมานาน พอมีคนออกมาคัดค้านก็อาจจะโดนมองว่าไม่น่าเชื่อถือ
ข้อมูลเพิ่มเติม
- แต่การดื่มน้ำอัดลมกลุ่มที่มีน้ำตาล ก่อให้เกิดโรคอ้วนและเบาหวานชัดเจน
- การดื่มน้ำอัดลมที่ใส่สารทดแทนความหวาน ก็ก่อความเสี่ยงเรื่องโรคอ้วนและเบาหวานได้เช่นกัน


7. Cravit ยาอันตรายที่ต้องระวัง
ตัวอย่าง FWD http://www.fwdder.com/topic/11326
เนื้อหาของFWD > เรื่องนี้คนที่สร้างFWDน่าจะเป็นคนไทย ซึ่งขอแยกประเด็นเป็นดังนี้ครับ
- เรื่องการสั่งยาโดยไม่จำเป็น ... การให้ยาCravit โดยไม่จำเป็น ถามว่ามีไหมก็คงจะมี แต่เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังในการวิจารณ์ เนื่องจากผมเองเป็นหมอเอง เอายาที่หมอหรือเภสัชกรจ่ายให้คนไข้มาดู ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่ายานั้นเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นเรื่องที่ว่าจำเป็นหรือไม่ต้องไปดูกันเป็นรายๆไป (ดังนั้นประเด็นนี้ไม่วิจารณ์ เพราะถ้าวิจารณ์จะเกิดการโต้เถียง) และเรื่องค่าคอมมิชชั่น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้
จะเห็นว่าเรื่องนี้จับเอาคนสองฝ่ายมาชนกันในFWD คือ หมอและเภสัชกร ... ซึ่งถ้าเถียงไปเถียงมา อาจจะเกิดกระทบกระทั่งกันเองได้ (ดังนั้นเรื่องผลประโยชน์ผมว่าคุยกันวันหลังดีกว่านะครับ)
-ในFWDบอกว่ามันเป็นยาแก้ปวดแต่ที่จริง Cravit เป็นตัวยาที่มีชื่อว่า Levofloxacin เป็นยาปฏิชีวนะ ที่มักใช้ในการรักษาโรคในระบบทางเดินหายใจและปัสสาวะ ... ในเมืองไทยการจ่ายยาตัวนี้แบบมีข้อบ่งชี้ ก็คือ การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่คาดว่าเชื้อจะดื้อยา ปอดบวม และ กรวยไตอักเสบ (แต่ปกติไม่ได้ใช้เป็นตัวแรกเพราะมันมีผลข้างเคียง)
- ข้อดีของยาตัวนี้ที่ทำให้นิยมในรพ.เอกชนคือ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และ ไม่ต้องฉีดยา
- อาการที่ในFWD กล่าวถึงผู้หญิงฝ่ายMarketing พิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดจากยาหรือเกิดจากโรค เพราะสมมุติว่าคนนั้นเป็นกรวยไตอักเสบ อาการของกรวยไตอักเสบก็สามารถทำให้อาการหนักจนเข้าโรงพยาบาลได้เช่นกัน
- ถ้ายามันมีผลเสียจนมากเกินผลดีจริงๆ ในอเมริกาคงมีการฟ้องกันวุ่นวายแล้ว
- และถ้ามีผลเสียต่อสุขภาพถึงขนาดเป็นยาอันตรายที่ไม่ควรกิน ประโยชน์มากกว่าโทษ FDA เขาตัดทิ้งครับ ... เผลอๆบริษัทแม่เอาออกจากตลาดเอง เพราะว่าถ้าบริษัทเหล่านั้นโดนฟ้อง เขาถือว่าไม่คุ้มกัน

โดยสรุปแล้ว หากใครได้รับยานี้จากแพทย์ และคุณคิดว่าไม่มีความจำเป็น(แพง)หรือไม่อยากกิน(กลัว) ให้บอกกับแพทย์ตรงนั้นไปเลยครับ เพราะว่าถ้าคุณเกิดจำเป็นต้องกินยานั้นขึ้นมาแล้วคุณไม่กิน อาจจะเกิดอันตรายจากการติดเชื้อได้ ... หรือถ้าหากกินยาแล้วไม่ดีขึ้นแทนที่จะไปโทษว่ายาเป็นสาเหตุน่าจะต้องระวังเรื่องการติดเชื้อที่รุนแรงเกินกว่ายาจะรับมือไหวดีกว่าครับ
ปล. ยาตัวนี้ผมก็เคยกิน


8. ขวดน้ำPETไม่ควรใช้ซ้ำ เพราะว่ามีสารก่อมะเร็ง
เนื้อหาของFWD > เมล์นี้เป็นเมล์แรกๆที่ผมพยายามค้นหาคำตอบ เพราะปกติจะใช้ขวดน้ำซ้ำๆ
- FDA หรืออย.อเมริกาถือว่าขวดPETปลอดภัยในการใส่อาหาร
- งานวิจัยที่บอกว่าขวดPET มีสาร DEHA คือ http://www.riskworld.com/Abstract/2001/SRAam01/ab01aa189.htm ซึ่งเป็น Thesis ของนักศึกษาปริญญาโทหรือเอกนี่แหละ ... ซึ่งจากข้อมูลหลายที่ระบุว่าเกิดความเข้าใจผิดในชื่อย่อของสาร และการปนเปื้อนสารในการทดลองมากกว่า
- สารDEHAในเมล์ไม่ว่าของไทยหรือฝรั่ง จะลงชื่อว่า diethylhydroxylamine ... แต่ว่าสารที่ใช้ในการทำขวด PET คือDiethylhexyl adipate
- ข้อมูลในIARC http://www.inchem.org/documents/iarc/vol77/77-02.html ของสารDI(2-ETHYLHEXYL) ADIPATE สรุปสั้นๆด้านล่างว่า "not classifiable as to its carcinogenicity to humans "
- การระบุว่าขวดต่างๆให้ใช้ครั้งเดียวทิ้ง... เป็นมาตรการเดียวกันกับที่เขียนไว้ที่หนังสือการ์ตูนว่า "เฉพาะสำหรับอ่าน" (ห้ามเอาไปเช็ดก้น) ผู้ผลิตมุ่งเรื่องป้องกันการนำไปใช้ซ้ำแล้วล้างไม่สะอาดทิ้งไว้จนอาจจะเกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ครับ


9. ดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร ทำให้เป็นมะเร็ง
ตัวอย่าง FWD http://bbs.srp.ac.th/showthread.php?t=2902
เนื้อหาของFWD > เอ่อ......-_-' อ่านดูเหมือนจะดี แต่ไร้สาระครับ
- ต่อให้กินอาหารที่เป็นมันๆลงไปแล้วดื่มน้ำเย็นตามจนเกิดไขมันจับเป็นลิ่มๆในท้องจริง แต่ท้องเราอยู่ในลำตัว ดังนั้นสักพักอุณหภูมิจะเปลี่ยนกลับเป็น 37องศาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวมันก็กลายเป็นน้ำมันอยู่ดี
- ในชีวิตจริง เรากินมันหลายชนิดที่เป็นก้อนๆอยู่แล้ว ดังนั้นไขมันบางตัวจะไม่ละลายตั้งแต่ต้น
- กระบวนการย่อยไขมันใช้น้ำย่อย ... เป็นปฏิกริยาทางเคมี ต่อให้มันเป็นก้อนก็ย่อยสลายอยู่ดี
- สมมุติยังกลัวว่ามันจะไปจับลำไส้จริง ลำไส้คนเรามีการผลัดเซลล์เป็นระยะ ดังนั้นมันจับได้จับไป เดี๋ยวก็หลุดออกมาเอง
- ที่สำคัญที่สุด *** การเป็นมะเร็งในลำไส้ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำเย็นครับ ... ถ้าจะเกี่ยวก็เกี่ยวกับการกินไขมันเยอะน้ำตาลเยอะกินกากใยน้อย ดังนั้นแก้ปัญหาผิดจุดเอามากๆ ***
จริงๆเป็นหนึ่งในฟอร์เวิร์ดที่ไร้สาระจนอาจจะไม่มีค่าควรเอามาไว้ แต่มันมีเหตุผลบางอย่างครับที่ทำให้ผมต้องเอามาใส่ไว้ ... ถ้าเจ้าตัวบังเอิญผ่านมาเห็นรบกวนอ่านด้วยแล้วกันครับ


10 ระวังแมงมุมใต้ห้องน้ำเครื่องบิน / ระวังแมงมุมเทลาโมเนีย
ตัวอย่าง FWD http://www.saranair.com/article.php?sid=9292 ภาษาไทย
http://www.health2know.com/killer-spider-on-the-loose-the-twostriped-telamonia ภาษาอังกฤษ พร้อมรูป
เนื้อหาของFWD > เรื่องนี้สืบค้นยากหน่อยนึง เพราะว่าเป็นภาษาไทยหมดโดยถูกแปลมาอีกที แต่เมื่อค้นจากชื่อแมงมุมกลับเป็นภาษาอังกฤษ เรื่องราวก็กระจ่าง
- แมงมุมเทลาโมเนีย เป็นแมงมุมกระโดดครับ (ไอ้ตัวเล็กๆที่โดดไปมาตามพื้นนี่แหละ) กัดคนได้ยังไงยังน่าสงสัยอยู่
- เมล์แบบนี้มีหลายversionมากๆๆๆ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อแมงมุม เปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุ ... อันแรกๆอยู่ในอเมริกา จากนั้นก็เปลี่ยนที่ไปมาจนกระทั่ง เปลี่ยนที่เป็นเกิดเหตุในกัวลาลัมเปอร์ ก็ได้มีคนแปลเป็นภาษาไทยเนื่องด้วยเห็นว่าอยู่ใกล้เมืองไทย !!!
- พวกนี้มันจะอาศัยในเครื่องบินได้ยังไงครับ (หรือว่าเครื่องบินมีหนอนกะหล่ำให้มันกิน)
สรุปแล้ว ความหวังดีของผู้ที่ได้รับเมล์แล้วแปลออกมา ก็ทำให้เกิดความตื่นกลัวแมงมุมขึ้นมา(อีกครั้ง)

หลังจากได้ค้นข้อมูลมาจากการฟอร์เวิร์ดในที่ต่างๆ ได้เห็นผลกระทบของฟอร์เวิร์ดเมล์พวกนี้ที่มีต่อสังคมครับ
ยุคนี้ข่าวสารต้องเร็ว โดยเฉพาะข่าวร้าย
คุณลักษณะสำคัญของเรื่องราวในFWDเหล่านี้ในระยะหลังคือ (อย่าเอาไปทำนะครับ)
- เนื้อหาเป็นเรื่องลักษณะไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองทำดูระมัดระวังดูไม่เสียหาย
- ชอบพูดถึงชื่อโรคที่เป็นอันตราย คนรู้จักกันดี แต่น้อยคนจะรู้ความจริงของโรคนั้นๆ (มะเร็ง สารพิษ)
- ใส่ความจริงครึ่งเดียว เพื่อเวลาไปหาข้อมูลจะได้มีส่วนที่จริงๆบ้าง
- ถ้าเรื่องใดมีคนบางอาชีพบางกลุ่มพิสูจน์ได้ ให้แต่งเรื่องให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน (เวลาคนกลุ่มนี้มาอธิบายความจริง จะได้เกิดความขัดแย้ง)

ความจริง กระทู้ FWD เคยจัดอยู๋ในลักษณะของไร้สาระ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่น่ามีพิษภัยอะไร แต่ในระยะหลายปีมานี้ผมก็เริ่มเห็นผลกระทบของมันแล้ว ...
- คนไข้บางคนเชื่อสิ่งที่นักข่าวเอามาอ่านในทีวี จากนั้นก็มารพ.ด้วยความกังวล ... พอผมอธิบายให้ฟังก็ไม่เชื่อ บ้างก็ไม่พอใจหรือโวยวายใส่ผม
- นึกถึงสภาพคนที่ได้แต่FWD เตือนภัยการเป็นมะเร็งจากสาเหตุนั้นสาเหตุนี้ ซึ่งก่อให้เกิดโรคกลัวมะเร็งขึ้นสมองอย่างที่เราเห็นๆกันอยู่ในปัจจุบัน
- ก่อให้เกิดการมองโลกในแง่ร้าย ยิ่งทำให้คนๆนั้นจะต้องเปิดอ่านFWDเพิ่มด้วยกลัวว่าอาจจะมีโรคบางอย่างที่มีการเตือนภัยมาแล้วตนจะตกข่าว

ดังนั้น เรามาร่วมมือกันขจัดฟอร์เวิร์ดไร้สาระให้หมดไปจากสังคมกันเถอะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ได้ความรู้ดีมากค่ะ เฮ้อ... ข่าวสารสมัยนี้ต้องกรองก่อนถึงจะเอาไปใช้ได้เนอะ sad smile

Hot!

#1 By ongki on 2008-06-18 11:55

พวกน้ำอัดลม 0 calories ก็อ้วนได้เหมือนกันหรอคะคุณหมอ?

#2 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2008-06-18 11:55

ตอนนี้เชื่อว่าเพราะทำให้ติดนิสัยการกินอาหารหวานครับ

#3 By หมอแมว on 2008-06-18 13:33

fwd mail หลอกลวงเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย มีกระจัดกระจายไปทั่วโลก เพราะเหมือนว่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัว
แต่ถ้าจะเอา Original Thailand ล่ะก็ ต้อง fwd mail เกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงเลยครับ เกลื่อนกลาดมากขึ้นเรื่อยๆ sad smile

#4 By chubby on 2008-06-18 13:39

ถ้าเป็น Black Widow Spider ล่ะว่าไปอย่าง ^^

#5 By on 2008-06-18 13:40

big smile big smile Hot!

#6 By (^_^)/nana on 2008-06-18 15:23

ขอบคุณนะค่ะ สำหรับเนื้อหาที่มีประโยชน์Hot!

#7 By ปลาทู on 2008-06-18 15:30

ได้รับการ Fwd mail อย่างที่คุณหมอเล่ามาแล้วค่ะ และก็ fwd mail ต่อไปหมดแล้วค่ะ ...เศร้าsad smile sad smile sad smile

#8 By Tikkie on 2008-06-18 15:31

..กระจ่าง big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By อีฟ on 2008-06-18 19:14

มารับความรู้เพิ่มอีกรอบค่ะ Hot!

#10 By lexManarae on 2008-06-18 19:15

Hot! Hot! Hot! big smile open-mounthed smile confused smile

#11 By D.o.g. on 2008-06-18 20:33

โค้กทำให้เบหวานขึ้น ผมว่าจริงน่ะ แต่พอดีไอ้ FWD มันเว่อร์เกินไป= ='
แต่ผมพิสูจน์ง่ายๆ เอาราดส้วมแล้วมันกัดหกร่อนหินปูนได้....แล้วกระเพราะเราล่ะ????!!!

น้ำเปล่ากันมะเร็งไเด้ ผมเข้าใจว่าเป็นทางอ้อมมากกว่ามังครับ?? อาจจะมีแร่ธาตุบางตัวที่ช่วยกระบวนการในขนส่ง เลยช่วยอ้อมๆ?? เพราะแร่ธาตุแต่ละอย่างมันต้องทำงานร่วมกันอยุ่แล้ว

ส่วนขวด PET นี่ผม้เข้าใจว่าใช้ซ้ำไม่ดีจริงๆนะ เพราะใช้ๆไปรู้สึกความหยุ่นของขวดมันน้อยลง...หรือเพราะเก็บในที่ร้อนไม่รู้

ถ้า FWD ที่ให้คนทำดีก็ดีไปครับ แต่ถ้าแบบนี้่ไม่ไหว บางอย่างก็ไม่มี Paper อะไรเลย..= =

กรณียูคาลิปตัสก็เหมือนกัน มันคงทำให้ดินกลายเป็นทรายไม่ได้หรอกครับ แต่ตัว FWD ตัวนั้นเอาในหลวงมาอ้าง... น่าเกลียดมาก
ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ เรื่องกำจัดเมลไร้สาระ

ผมส่งลิงค์ของหมอแมวอันที่แล้วให้เพื่อนอ่าน (ฉี่หนูบนกระป๋อง) และเพื่อนก็เอาไปส่งรีพลายให้คนที่ส่งเมลฟอร์เวิร์ดไปอีกที ว่าให้อ่านที่นี่จะดีกว่า

แต่คนที่ส่ง FWD เขียนกลับมาว่า

"อืมม
ยังไงก็ขอบคุณครับ จริงๆ ของหมอแมวนี้ก็เคยได้มาแล้วล่ะครับ โดยปกติพี่จะส่งต่อเมลดีๆ ต่างๆ ว่าด้วยเรื่องสุขภาพและเรื่องควรระวัง ซึ่งหลายเรื่องก็ไปตรงกับหมอแมวคนนี้ด้วย ที่ออกมาแจ้งว่าไม่จริง แต่พี่ไม่ได้หยุด forward ต่อหรอกครับ เพราะพี่มองว่าแม้ว่าท่านจะทำงานในกระทรวงสาธารณสุขก็จริง แต่ท่านก็ไม่ได้เป็นหมอ แล้วงานวิจัยบางอย่างของท่านก็ไม่มีที่จะออกมาคัดค้านเรื่องบางเรื่องที่มี ใน forward mail ครับ พี่เห็นว่าบางอย่างเช่นเรื่องฉี่หนูนี้ ระวังไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ก็คือการเช็ดหรือล้างฝากระป๋องน้ำอัดลมให้สะอาดก่อนดื่ม หรือใช้หลอดไปเลยก็ดีที่สุด ซึ่งเป็นการรักษาความสะอาดและสุขภาพไปในตัวด้วย ไม่ใช่ว่าพอหมอแมวพูดแล้วเป็นจริง ก็พากันดกน้ำอัดลมกันใหญ่ อย่างน้อยก็กันท้องเสียล่ะวะ จริงไม๊ครับ"

จะเห็นได้ว่า...มันคงถูไุถต่อไปเรื่อยๆตามนิสัยคนนั่นแหละครับ

#13 By on 2008-06-18 23:34

เหมือนจะเคยอ่านเรื่องโค้ก

ปกติก็ดื่มอยู่บ่อยๆ เลยคิดว่า

ถ้ามันอันตรายขนาดนั้น เค้าจะให้ขายเหรอ



ตอนนี้ไม่ค่อยสนใน Fwd mail เท่าไหร่
เพราะโดยมากเป็นเรื่องหลอกลวง

ถ้าบางเรื่องน่าสนใจจริงๆจึงจะหาข้อมูลเพิ่มเติม

Hot! Hot! Hot! cry

#14 By paroJung on 2008-06-19 01:03

ได้ความรู้ดีๆอีกแล้ว สบายใจขึ้นในหลายๆส่วนconfused smile Hot!

#15 By Hisaki on 2008-06-19 12:18

เห็นด้วยค่ะ
(ไม่เคยจะเชื่อไอ้fwd mailเลย อ้างอิงไม่ได้)
แล้วบางทีคนก็เอามาอ่านให้ฟัง ทำให้มันน่าเชื่อถือ คนก็เลยเชื่อกันไปใหญ่Hot!

#16 By TaLgY on 2008-06-22 16:29

ขอบคุณนะครับที่นำลิงค์

ที่มีความรู้เรื่องนี้มาให้

#17 By flookashi-kung on 2009-03-30 17:46

pznQGZ fushbaep afkdmnei ikmfxxmj

#18 By mXvosfasJPQNj (89.248.172.50) on 2009-07-21 06:56

awoepyas iczqkxwi brvdseeq

#19 By TiDbRzTyp (94.102.49.213) on 2009-07-25 16:45

gijnksbo auzmavgk gqvprtcz

#20 By QQWhwFKUZilmvEsM (95.169.190.71) on 2009-07-31 11:09

uromabim jqxwfdrc qnoufpet

#21 By ziUGPypuv (95.169.190.71) on 2009-07-31 12:51

lahhvkpf xlijfkwy pjrpvjny

#22 By pXWqrRkNimnUrsmrIdr (95.169.190.71) on 2009-07-31 13:43

vkapwrcq lhcgdzqq wppzrntg

#23 By xOYeMWVZHEHhOyoK (95.169.190.71) on 2009-07-31 14:34

mfeakoqg aimyaiwt jlpskkiq

#24 By EeRVnUncgdfzURfRrFs (95.169.190.71) on 2009-07-31 15:24

mrjlukkl uaffwhwc yrfzyinv

#25 By PHJjlTabPVtTsBTh (95.169.190.71) on 2009-07-31 16:16

bqnjeuif fruuwhac abdzcwyu

#26 By qZHQKgAeKmdAHUCLXk (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:07

invmbpbq cbnxrhdv fbfgyioi

#27 By bNKyAtPpiXcItoZuh (95.169.190.71) on 2009-07-31 17:57

dnnmkiev yzlmcirw htcfzcfo

#28 By UjPBtMxz (95.169.190.71) on 2009-07-31 18:47

gghlnrrp mwianaae fgmwyobn

#29 By DVDLFAnaZpUoBbmuTnd (95.169.190.71) on 2009-08-01 10:28

slhnmcdx ouuqxszc osolisrr

#30 By fDfqlquozeGXclmIJ (95.169.190.71) on 2009-08-01 11:49

qvelsffk rshlwkco xdpihnkd

#31 By XWYrpSpUTVelWroBhNX (89.248.172.50) on 2009-08-09 21:20

oqijdrdp tllgilnp ertupolz

#32 By cHkKrwujnIsAx (89.248.172.50) on 2009-08-09 22:45

cjwqxqmf iqbntmcb rmvdeziw

#33 By FvGrAHsrQ (89.248.172.50) on 2009-08-10 00:09

nsfhgadx bmsffiyp qutsqvpj

#34 By UxRxRHMNFJDjLm (94.102.49.213) on 2009-08-14 14:04

lkigoeyi mpmunudb udvztllz

#35 By HgXfYpVNlJ (94.102.49.213) on 2009-08-14 16:52

jidrsjcq vwtzebup opjyolpa

#36 By bIiaUOKwMFEIo (94.102.49.213) on 2009-08-14 18:15

riaomwlr bgnzqkvn sroxjtes

#37 By SGcTWHClEixKHQnFhT (94.102.49.213) on 2009-08-14 19:42

ccdjrxcf qhdvbngh nczmrxyr

#38 By gByLxBDZqFgQnripRxI (94.102.49.213) on 2009-08-14 21:09

dqrvctyb imcalhte erpicrkx

#39 By pQcopgyN (94.102.49.213) on 2009-08-14 22:35

หมอแมว View my profile