เรื่องมันมีอยู่ว่า ในขณะที่นั่งตรวจโรคที่ห้องตรวจฉุกเฉิน ก็มีผู้ชายคนนึง อายุเบญจเพศเดินเข้ามาเพื่อขอยาต้านไวรัสในห้องฉุกเฉิน และก่อนที่ผมจะทันได้ถามอะไร เขาก็บอกมาเสร็จสรรพว่าต้องการยาแก้อักเสบสำหรับใช้รักษาเป็นเวลา10วัน
ก่อนที่เรื่องมันจะเลยไปมากกว่านั้น ผมก็เลยถามแกว่าที่มารพ.เพราะว่าอะไร จะได้ตรวจและรักษาได้


ประวัติที่ได้คือ เขามีไข้มาได้สี่วันแล้ว ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัว. ถามดูก็ไม่มีอาการเจ็บคอไม่มีอาการเหนื่อยแน่นหน้าอก ไม่มีไอไม่มีเสมหะ.... ตรวจดูก็มีไข้ต่ำๆคอไม่แดงต่อมน้ำเหลืองไม่โตฟังปอดปกติดี ผมก็สงสัยเลยถามไปว่าแล้วขอยาต้านไวรัสยาแก้อักเสบไปทำไม
เขาลังเลอยู่พักนึงก่อนจะถลกเสื้อขึ้นมาให้เห็นรอยตุ่มใสที่ขึ้นที่แผ่นหลังเป็นกลุ่ม เรียงเป็นกระจุกอยู่
มันคืองูสวัดครับ....

ที่จริงน่าจะเอะใจตั้งแต่ตอนขอครีมพญายอแล้วล่ะ แต่ในเมื่อถามแล้วผู้ป่วยก็ไม่ได้บอกตอนต้นก็เลยยังไม่ได้สงสัย

ลืมไปจากกรณีนี้ผมก็เลยตรวจวินิฉัยให้คำแนะนำบวกกับรักษาไป
ความเชื่อความเข้าใจแรกที่ทำให้เขาไม่ยอมให้ผมดูว่าเป็นอะไรมาก็คือ
เชื่อว่าโรคงูสวัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ความเชื่อนี้มีที่มาจากไหนไม่ทราบ แต่แม้แต่ผมเองเมื่อก่อนก็เข้าใจอย่างนั้น ความจริงการที่จะเป็นงูสวัดได้เกิดจากการที่มีเชื้ออยู่แล้วในร่างกาย จากการที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนแล้วเมื่อหายเชื้อก็ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเรา รอวันที่จะฟื้นชึ้นมาแผลงฤทธิ์
การที่มีคนเป็น.สวัดแล้วเราเข้าไปใกล้ชิด ก็ไม่ได้ทำให้เราเป็นโรคงูสวัด (เพราะเราเป็นจากเชื้อในตัวเราเอง) แต่อย่างดีก็จะเป็นอีสุกอีใสแทนถ้าไม่เคยเป็นมาก่อน

ความเชื่ออีกอย่างที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็คือ เชื่อว่า
หากเป็นแล้วมีโอกาสเป็นโรคแทรกซ้อนอย่างหนักจนเสียชีวิตได้อย่างเช่นปอดบวมหรืออัมพาต เนื่องจากเป็นรอบเส้นประสาท
ความเชื่อนี้มีที่มาจากการที่คนที่เป็นงูสวัดมากๆจนเห็นได้ มักเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอยู่แล้ว เช่นคนที่เป็นมะเร็ง เปลี่ยนอวัยวะ อายุมาก เป็นเอดส์ ซึ่งในคนกลุ่มนี้เมื่อเกิดอาการขึ้นมาก็จะมีอาการรุนแรงได้ รวมทั้งโดยสภาพดั้งเดิมแล้วก็ไม่ดีอยู่แล้ว การเป็นก็มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงได้
กลับกัน ในคนปกติที่เป็นงูสวัด เวลาเป็นมักจะเป็นแค่ตำแหน่งเดียวและไม่ได้เป็นมากกว่านั้น

ส่วนความเชื่อเก่าที่เคยมีบอกว่า ถ้างูสวัดรัดตัวแล้วจะตายทุกรายนั้น คิดว่าในปัจจุบันเริ่มจางหายไปแล้ว เพราะว่าสื่อต่างๆมักพูดถึงการที่งูสวัดขึ้นตามแนวประสาทจึงไม่อาจพันรอบตัวได้ สื่อกล่าวถึงจนคนส่วนใหญ่รู้และเชื่อแล้ว จะยกเว้นในบางที่ซึ่งมีคนที่เชื่อเนื่องจากเคยเห็นด้วยตา(แต่ก็มักหมายถึงคนที่เป็นหนักจนเป็นหลายตำแหน่งของร่างกายและมีบังเอิญที่เป็นพร้อมกันสองฟาก ซึ่งหากเป็นขนาดนั้นก็มักจะเป็นคนที่อ่อนแอมากอยู่เดิมแล้วมากกว่า....)

ปัจจุบัน ความรู้เรื่องงูสวัดมีค่อนข้างมากและหาได้จากสื่อหลายๆประเภท มีการลงถึงวิธีรักษาและยาที่ใช้ รวมทั้งอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่รายละเอียดอาจจะไม่ได้ลงลึกนักหรืออาจจะยังเข้าใจไม่ถูกต้อง ในที่นี้ก็จะขอนำเอาความเชื่อความเข้าใจที่เคยพบเคยเห็น มาเล่าสู่กันฟังครับ
1. ความเชื่อ : เป็นงูสวัดแล้วใช้สมุนไพรรักษาก็หาย
ความจริง : หายถ้าหากใช้ถูกตัว ถูกวิธี ถูกเวลา ก็น่าจะหายได้ แต่ปัญหาที่พบก็คือ ใช้ผิดชนิด ใช้ไม่ถูกวิธี และใช้ผิดเวลา ดังนั้นถ้าใช้ไม่เป็ฯหรือไม่มีความรู้จริง การใช้ก็ไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้น แถมทดลองรักษาในช่วงที่ใกล้หายในบางคนอาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าใช้ถูกชนิดเพราะพอใช้แล้วหายก็คิดเอาว่าใช้สมุนไพรได้ผล(ที่จริงไม่ใช้ก็หายหรือหายเร็วกว่าซะอีก)
2. ความเชื่อ : อาการแทรกซ้อนของงูสวัดอาจถึงตายได้
ความจริง ก็จริงอีกนั่นแหละ แต่ว่าไม่ได้จะเป็นกันง่ายๆ อย่างเช่นในรายที่ยกตัวอย่างว่ากลัวเป็นปอดบวม ก็มักจะเจอในคนที่มิคุ้มกันอ่อนแอมากๆ หรืออย่างเช่นการติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างรุนแรง ที่ป้องกันได้ด้วยการดูแลรักษาแผลดีๆ ไม่เกา(และห้ามเผลอเกา) ส่วนในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ ไม่มีโรคประจำตัวที่รุนแรง ก็มักจะเป็นปกติสุขดี
3. ความเชื่อ : ถ้ามารพ.จะต้องขอยาต้านไวรัสเพื่อจะได้เป็นไม่กี่วัน มีตุ่มขึ้นน้อยๆไม่มีแผลเป็น
ความจริง ยาที่ใช้เพื่อให้อาการที่เป็นน้อยหรือมีตุ่มขึ้นไม่มากนั้นที่จริงมี แต่ว่าจำเป็นต้องให้ในวันแรกๆจึงจะได้ผล เนื่องจากว่ากลไกการเกิดตุ่มนั้นเกิดมาจากการที่ไวรัสทำลายชั้นผิวหนังไปแล้วน้ำซึมเข้ามา... ดังนั้นแม้ว่าเราให้ยาไปแต่ว่าผิวโดนทำลายไปแล้ว การให้ยาก็ไม่ได้มีประโยชน์เพราะตอนนั้นเชื้อก็ไม่อยู่แล้ว หยุดการเกิดตุ่มก็ไม่ได้
แต่อย่างไรก็ดีแม้จะอธิบายให้ฟังแล้ว คนไข้ส่วนมากก็จะขอยาเพื่อ"กินเผื่อๆไว้"เผื่อว่าตุ่มจะขึ้นน้อย... ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่ก็จะไม่ให้... สำหรับผมจะแนะนำให้ไปซื้อเอง(ก็ไม่เห็นว่าตุ่มจะขึ้นน้อยลงเลย) หรือในกรณีที่มีอาการเจ็บที่บริเวณขึ้นตุ่ม(เป็นอาการเจ็บจำเพาะของโรคนี้ แม้ว่าตุ่มหายก็จะยังเจ็บไปอีกนาน) ก็อาจจะยอมให้มีการจ่ายยาให้...... แต่ถ้าเป็น5วัน7วันพึ่งมา ก็คงจะไม่ให้


การดูแลรักษาตัวเวลาเป็น
1. ถ้าเป็นตุ่มใสๆกลุ่มๆขึ้นมาที่และสงสัยงูสวัด ให้ไปหาหมอให้เร็วๆในช่วง3วันแรก ถ้าไปหลังจากนี้ การใช้ยาอาจจะไม่ช่วยอะไรแล้ว
2. อย่าเกา หรือ"เผลอเกา"อย่างที่เวลาหมอถามแล้วชอบตอบ... การเกาเป็นประจำ มักจะเกิดการ"เผลอเกาแรง"จนเกิดแผลขึ้น และอาจเกิดการติดเชื้อทับลงไปได้
3. เอาผ้าชุบน้ำ ไปวางแปะที่บริเวณตุ่มใสครั้งละ10นาที แล้วเอาออก ทำเพื่อให้ตุ่มยุบเร็วๆและเจ็บน้อย และเมื่อตุ่มแห้งก็ให้หยุดทำ(ถ้าทำต่ออาจจะเกิดผิวแห้งลอกตามมา)
4. อาจใช้ปิโตรเลียมเจลหรือวาสลีนทาทับเพื่อลดอาการเจ็บจากการเสียดสี
5. สำหรับผู้ที่แต่งชุดฟอร์มต่างๆที่เนื้อผ้าหนาแข็งสาก อาจจะใส่เสื้อกล้ามอีกชั้นเอาไว้ไม่ให้เสียดสีและเจ็บนัก

ข้อระวัง และ ข้อควรรู้
1. เวลาเป็นที่จมูกหรือใกล้ตา ให้ไปหาหมอในทันที เพราะว่าเส้นประสาทเส้นที่เลี้ยงบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นแขนงเดียวกัน มีโอกาสที่จะลามเข้าตาได้และอันตรายที่สุดที่เป็นได้ก็คือตาบอด
2. หลังจากเป็นและหายแล้ว อาจจะมีอาการเจ็บปวดได้อีกเป็นเวลา3-4สัปดาห์ เป็นสิ่งปกติที่พบได้ ไม่ได้เป็นการรักษาไม่หายแต่อย่างใด
3. ถ้าเวลาเป็นแล้วมีไข้สูงมาก ตุ่มกระจายเป็นหลายหย่อม หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่แข็งแรงก็ควรจะไปหาหมอ
4. ถ้าหลังเป็นหรือขณะเป็นยังปวด ควรกินยาแก้ปวด ไม่ต้องฝืนทน(การฝืนทนอาจทำให้รู้สึกเจ็บไปอีกหลายสัปดาห์)
5. ขณะที่เป็นไม่ควรไปใกล้ชิดคลุกคลีกับผู้อื่นมากนัก เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าใครที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส...... ในคนที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส หากสัมผัสคนเป็นงูสวัดก็จะได้รับเชื้อและกลายเป็นอีสุกอีใสได้... ส่วนคนที่เคยเป็นแล้วแต่ไม่เคยเป็นงูสวัด การสัมผัสหรือใกล้ชิดไม่ได้ทำให้ติดงูสวัด
6. คนที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส การฉีดวัคซีนอีสุกอีใส นอกจากช่วยให้ไม่เป็นอีสุกอีใส ก็ยังทำให้โอกาสเป็นงูสวัดลดลงด้วย

สำหรับวันนี้"สวัด"ดีครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ Hot! Hot! Hot!

#1 By Terrorist is back! on 2008-05-11 00:07

แต่ก่อนดิชั้นก็เชื่อนะคะ (ใครไม่รู้เล่ามาsad smile )

ว่า ถ้างูสวัดรัดทั้งตัวจะตาย

เป็นโรคที่น่ากลัวจริงๆเลย

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ดิชั้นไม่เคยรู้ค่ะHot!

#2 By Sita on 2008-05-11 11:03

แหม่... ลงท้ายด้วยว่า "สวัด"ดี
ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้วbig smile

Hot! Hot!

#3 By iM * SEsai on 2008-05-11 12:58

เรื่องสมุนไพรนี่ต้องศึกษาให้ดีก่อนจริงๆ...Hot!

แถมมันชอบไปโผล่ในคนเป็น HIV ซะงั้น...

#4 By PseudoMedicine_(。◕‿◕。 )/ on 2008-05-11 13:06

ออกตัวไว้นิดนึงว่าผมไม่ได้ต่อต้านการใช้สมุนไพร แต่ว่าถ้าใครคิดจะใช้ควรศึกษาให้รอบคอบก่อนเท่านั้นเอง

อยู่ที่โรงพยาบาลจะเจอเสมอๆที่ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องสมุนไพร โดนคนที่ไม่มีความรู้จริงๆมาแนะนำให้ใช้สมุนไพรในการรักษาโรค
บางครั้งแค่ชื่อสมุนไพรสามัญยังจำผิดแบบไม่น่าผิดได้เลย

#5 By หมอแมว on 2008-05-11 13:20

Hot! Hot! ความรุ้วว double wink

#6 By Fukiiz ``【冬】 on 2008-05-11 22:52

หวัดดีครับ หมอแมว

#7 By อัจฉริยะโง่ on 2008-05-11 23:29

อ้าว ไม่ใช่ว่าพันรอบตัวแล้วจะตายหรอกหรือคะ แหะ แหะsad smile Hot!

#8 By ต้า on 2008-05-12 00:29

ดีจังค่ะ ตามอ่านตั้งแต่ Mthai แล้ว...เย่ๆ....และจะตามอ่านต่อไปค่าา confused smile

#9 By ArchmaniaC on 2008-05-12 02:13

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่า~~
เขียนได้ละเอียดและอ่านง่ายดีจัง

Hot! Hot! Hot!

บังเอิญดีจริงๆ เพื่อนเราคนนึงพึ่งเขียนลงบลอก
ว่าเป็นงูสวัด ตอนแรกเรานึกว่าเป็นโรคผิวหนังติดต่อได้
เลยเผลอหยะแหยงไป sad smile

#10 By EGUANAฟ้าประทาน on 2008-05-12 03:16

สวัสดีครับหมอแมว มาเขียน exteen แล้วเหรอครับ อิอิ question
Hot!

#11 By bellblog on 2008-05-12 03:25

ขอบคุณครับ เทอมก่อนพึ่งเรียนถึงได้รู้ว่ามันไม่มีทางพันรอบตัวได้เหมือนกัน
เรื่องสมุนไพรก็ไม่ควรซี้ซั้วใช้เองจริงๆแหละครับ ควรปรึกษาหมอก่อนอยู่ดีHot!
ไม่เคยเห็นคนเป็นงูสวัดเลย แต่ก็ได้ยินมาบ่อยว่า ถ้ามันรัดรอบตัวแล้วจะตาย แต่ก็สองจิตสองใจว่า จริงรื้ออ

ตอนนี้ความกระจ่างแล้ว ขอบคุณนะคะ

#13 By General เบ๊ on 2008-05-12 08:57

อุ้ยยยยยย!


หมอแมวเขียนในนี้ด้วยเหยอออ *-*


#14 By I'm Brianwasher on 2008-05-12 16:20

ลุงเคยเป็นอีสุกอีใสตอนเด็ก อยากรู้ว่าทุกคนเลยรึเปล่าที่จะเป็นงูสวัด หลังจากเคยเป็นอีสุกอีใสแล้ว

#15 By देवता™ on 2008-05-12 16:32

ตอนเด็กๆโดนผู้ใหญ่หลอก(หรือผู้ใหญ่คนที่บอกเค้าเชื่ออย่างนั้นก็ไม่รู้สิ..)
ว่าถ้าเป็นงูสวัดแล้วมันพันรอบเอว เราจะตาย

ตอนนั้นก็สงสัยแบบเด็กๆว่าแล้วถ้ามันพันรอบขาล่ะ ขาจะหลุดมั้ย อะไรยังงี้

พอโตขึ้นมาก็ได้เข้าใจว่ามันเป็นความเชื่อ sad smile

Hot!

#16 By สมาพันธ์อูฐ on 2008-05-12 16:55

Hot! Hot!
เคยได้ยินความเชื่อที่ว่า
ถ้าตุ่มงูสวัด รัดรอบตัวเมื่อไหร่ ก็คือตาย ด้วยอ่ะค่ะ หุหุ

แต่ว่า เป็นอิสุกอีใสไปแล้ว จะมีโอกาสเป็นงูฯด้วยมั้ยเนี่ย -*- กลัวแฮะ

ปล. เพิ่งเคยเข้ามาอ่าน.. หมอแมว ใช่หมอแมวใน F0NT มั้ยอ่ะคะ

#17 By -:-LiLiMu-:-Kisss-:- on 2008-05-12 16:56

เคยได้ยินมาอย่างนั้นเหมือนกัน
ที่ว่าถ้ามันขึ้นพันรอบเอวจะทำให้ตายได้

ตอนนั้นคุณครูที่สอนเป็น
พวกเราเลยพร้อมใจกันโดดเรียน เพราะกลัวติด
55

#18 By thothae on 2008-05-12 18:37

หมอแมวใน F0nt - Mthai - TCC - Pantip ครับconfused smile

#19 By หมอแมว on 2008-05-12 18:50

น่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเนอะ

ปล.เมื่อก่อนอ่านในmthai เดี๋ยวนี้มาเขียนในexteenแล้ว ดีจังเลย surprised smile

#20 By Nemo on 2008-05-12 19:43