มาต่อจากเรื่องครั้งที่แล้วครับ

พูดถึงเรื่องกระดูกหักซึ่งเป็นเรื่องที่ถือว่า"เรื่องใหญ่" และหมอมักรักษาได้ไม่ตรงใจมากที่สุดอย่างนึง
พอรักษาแล้วผลการรักษาได้ไม่ตรงกัน ก็มักจะทะเลาะกันโดยเปลี่ยนอะไรไม่ได้อีกแล้ว ทั้งที่ความจริงเรื่องของเรื่องไม่ได้อยู่ที่มาตรฐานการรักษา หากแต่อยู่ที่ความเข้าใจและคาดหวังมากกว่า

4. กระดูกออกนอกเนื้อ ทำไมหมอไม่ทำอะไรเลย
ในการอยู่เวรในแต่ละสัปดาห์ ผมจะเจอคนที่ รถล้ม(ทั่วไปจากหมาตัดหน้า ถ้าจังหวัดผมจะเป็นหมาวิ่งชน)แล้วมีกระดูกหักแทงออกมา ประมาณสองสัปดาห์ต่อ1คน
เรื่องก็เดิมๆคือ ไปกินเหล้า หรือกินข้าว+เหล้า มาได้1ชม. แล้วก็ล้ม
ปัญหาแรกที่จะเจอคือ การโวยวายมากๆ ไม่ยอมให้รักษา ปัญหานี้เป็นปัญหาธรรมดาสามัญที่ ญาติประมาณครึ่งนึงจะเข้าใจเมื่ออธิบาย อีกครึ่งนึงจะทำหน้างงๆว่าทำไมเราไม่เข้าไปรักษาคนที่กำลังอาละวาดจะแพ่นหัวหมออยู่
ปัญหาที่สองคือ เมื่อปิดแผล x-ray ติดต่อหมอผ่าตัดแล้ว ก็จะให้ยาฆ่าเชื้อและเตรียมรอการผ่าตัด ญาติจะไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ยอมผ่าตัดทันที
การผ่าตัดทุกชนิดที่มีการทำให้สลบ จะต้องถามคนไข้ก่อนเสมอว่า กินข้าวกินน้ำและมีอะไรผ่านลงคอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
เนื่องจากว่าเมื่อดมยาสลบหรือวางยาสลบไปแล้ว คนไข้จะมีอาการขย้อนและอาเจียนได้ง่ายกว่าปกติมากๆ และของที่กินเข้าไปจะขย้อนขึ้นมาและสำลักลงปอดได้ ซึ่งการสำลักเศษอาหาร จะทำให้เกิดการอักเสบของปอดทั้งจากกรดในกระเพาะ และจากเชื้อโรคที่อาจติดกับอาหาร
เรียกได้ว่ากระดูกหักอาจไม่ตาย แต่มาปอดบวมจากสำลักอาหารแบบนี้นี่ถึงตายได้ง่ายๆ ดังนั้นเราต้องรอเวลาให้ผ่านไปราวๆ5-6ชั่วโมงก่อนจึงจะยอมผ่าตัด จะยอมยกเว้นแต่กรณีที่บาดเจ็บที่อื่นที่ถ้าไม่ทำจะตายหรือพิการแน่ๆและคุ้มค่าการเสี่ยงตายจากปอดอักเสบ

ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลายครั้งหลายคราวที่การงดน้ำงดอาหารนี่แหละที่เป็นที่มาของความเข้าใจผิดว่า"หมอไม่ยอมรักษาเพราะไม่มีเงิน" เพราะเคยเจอมากับตัวเอง ที่แม้ว่าผมจะยกเหตุผลและเรื่องความปลอดภัยของคนไข้มาคุย ญาติๆหลายคนก็ยังเข้าใจว่าเราแต่งเรื่องเพื่อรอให้หาเงินมาให้ครบ
ก็ขอบอกไว้ที่ตรงนี้เลยครับว่ากระดูกหักและมีแผลเปิดนั้น เป็นเรื่องร้ายแรงมากอย่างนึง แต่ว่าการที่ไม่รอ "NPO time"แล้วเสี่ยงต่อการเกิดปอดอักเสบจากอาหาร เป็นอะไรที่เสี่ยงกว่ากันมากต่อมาก..... เป็นเรื่องจริงและไม่ได้แต่งขึ้นเพื่อเรียกเก็บเงินแต่อย่างใด

5. ทำไมคนที่รู้จักหักเหมือนกัน แต่รักษาไม่เหมือนกัน
การรักษากระดูกหัก มีหลักการอย่างที่บอกไปครับว่า 1.เจ็บน้อยที่สุด 2.หายแล้วกระดูกมาติดกัน 3.ระหว่างนั้นไม่ควรจะเกิดอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตมากนัก
การรักษาจึงขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่างของตัวคนไข้เอง ทั้งสภาพร่างกาย โรคประจำตัวเดิม อายุ กระดูกที่หักฯลฯ
กระดูกที่หัก แม้เป็นท่อนเดียวกัน แต่ต่างตำแหน่งกันเล็กน้อย อาจจะเปลี่ยนรูปแบบการรักษาไปเลย
ในคนที่อายุมากๆเท่าๆกัน หักที่เดียวกันแต่ว่าสภาพกระดูกเดิมหนาไม่เท่ากัน คนนึงอาจจะผ่า อีกคนอาจจะผ่าไม่ได้
บางคนมีโรคประจำตัวเดิมและสภาพร่างกายเดิมที่ทนการผ่าตัดไม่ได้ ก็จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการดึงกระดูกถ่วงน้ำหนักที่ใช้เวลานาน(นอนเป็นเดือนๆ)
รายละเอียดปลีกย่อยมีมากครับ แต่ขอให้เข้าใจตรงกันว่าหากการรักษาไม่เหมือนกับที่เคยรู้มาและสงสัย ให้ถามเหตุผลในการเลือกการรักษานั้นๆว่าเป็นอย่างไรจะดีกว่าครับ


6. หลังการรักษาทำไมไม่กลับมาดีเหมือนเดิม
มีคนจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า การผ่าตัดของหมอ ทำให้ไม่สามารถใช้งานส่วนที่ถูกผ่าได้
ทั้งนี้มีสาเหตุหลักๆ3อย่างคือ
- หมอผ่าห่วย.. ส่วนใหญ่จะเชื่อกันอย่างนี้ แต่ถึงอย่างไรก็พิสูจน์ได้อยู่แล้วด้วยการทดสอบข้างเตียงคนไข้หลังการผ่าตัด
- การบาดเจ็บรุนแรง.. อย่างเช่นการบาดเจ็บที่ทำลายเอ็นเส้นประสาทและกระดูก ก็จะทำให้การรักษาได้ผลไม่ดีเท่าที่คาดหวัง อย่างเช่นกรณีถูกรถทับแขนหักและบดเส้นเลือดเส้นประสาท จะหวังว่าการผ่าตัดจะช่วยให้กลับมาขยับได้และมีความรู้สึกเหมือนเดิมคงยาก

สองอย่างแรกเป็นสิ่งที่คนไข้เลือกไม่ได้ แต่สาเหตุที่สามเป็นสิ่งที่คนไข้เองเลือกได้
- ไม่ยอมทำกายภาพบำบัด.. ในกรณีที่ การบาดเจ็บไม่รุนแรงมาก แต่พอผ่าตัดเสร็จแล้วไม่ดีขึ้น คนส่วนมากจะคิดไปถึงว่าในเมื่อบาดเจ็บไม่ได้รุนแรง ทำไมผ่าแล้วถึงแย่ลงได้.... ที่จริง หลังการผ่าตัดจะมีปัญหาหลักคือ "เจ็บ"
เจ็บแล้ว ตามมาด้วยไม่ยอมขยับกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น หลังจากนั้นตามมาด้วยข้อติดยึดและจะเจ็บยิ่งขึ้นไปอีก สุดท้ายหลายๆคนที่ทำการรักษาแล้วกลายเป็นขยับไม่ได้เลยก็มี
ตัวอย่างที่เจอได้บ่อยๆก็คือ เรื่องเปลี่ยนข้อของผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่อเปลี่ยนข้อไปแล้ว จะเกิดความรู้สึกที่เปลี่ยนไปร่วมกับเจ็บบริเวณผ่าตัด หากยอมแพ้ไม่ทำกายภาพด้วยตนเองรวมไปถึงคนใกล้ชิดไม่คอยบังคับให้ทำ ปล่อยให้นอนนิ่งๆไม่ลุกมาหัดเดิน กล้ามเนื้อที่มีกำลังไม่มากอยู่แล้วก็จะยิ่งอ่อนกำลังไปอีก ในที่สุดก็จะกลายเป็นเดินไม่ได้ไป
หรือที่รพ.ก็มีคนที่ถูกอุบัติเหตุหลังหักและชาขาทั้งสองข้าง เดินไม่ได้ หลังผ่าตัดก็สามารถกลับมาดีขึ้นบ้างบางส่วน แต่คนไข้ไม่ยอมลุกมาทำกายภาพบอกว่าเจ็บ ทุกเช้าหมอกระดูกจะมาเคี่ยวเข็ญให้ลุกขึ้นทำกายภาพ.... ผ่านไปเดือนนึง นอกจากขาสองข้างจะแย่ลงเพราะการที่ไม่ยอมลุก ยังมีแผลกดทับและกำลังแขนลดลงเนื่องจากไม่ได้ลุกขึ้นมาทำอะไรเลยทั้งวัน ญาติที่กลับมาเห็นครั้งแรกยังเข้าใจไปว่าหมอผ่าตัดผิดจนทำให้แย่ลงด้วยซ้ำ
ในความเห็นของผม ความร่วมมือของคนเจ็บ เป็นตัวที่มีผลต่อผลการรักษามากที่สุดตัวนึง

7. ใบรับรองแพทย์
ปัญหาอย่างหนึ่งเกิดตามมาก็เพราะว่ามีกฎหมายเรื่องเกี่ยวกับความบาดเจ็บ และการตรวจของแพทย์เป็นตัวตัดสินตัวหนึ่งต่อความหนักเบาของคดี
เพราะหากมีกระดูกหักขึ้นมา ระดับความรุนแรงของคดีจะเปลี่ยนไปทันที ทางตำรวจจะให้แพทย์ระบุมาว่าจะหายภายในกี่วัน.. ซึ่งในกรณีกระดูกหัก อย่างเบาะๆก็90วันถึงจะเริ่มติดบ้าง หมอก็ต้องเขียนจำนวนวันลงไปตามการหายของร่างกาย
ปัญหาที่ตามมาก็คือกระดูกบางอย่างหัก แต่ไม่มีผลต่อการทำงาน ดังนั้นหมอก็จะไม่ได้ให้พักงานไปด้วย
เคยเจอแค่ครั้งเดียว ที่เขียนใบให้เนื่องจากมีกระดูกหัก(น่าจะซี่โครง) ในใบคดีเขียนไว้ประมาณ90วัน หลังจากเขียนไปไม่นาน คนไข้เข้าใจผิดคิดว่าผมให้หยุดงาน90วันด้วยก็เลยมาขอให้ออกใบรับรองแพทย์ให้หยุดงานอีกเป็น90วัน ก็ต้องอธิบายอยู่พอสมควร

8. มองเห็นๆว่ากระดูกหัก ทำไมหมอบอกว่า "บอกไม่ได้ว่าหักไหม"
กระดูกหักในเด็กเป็นเรื่องที่ต้องคุยกับพ่อแม่กันยาว หลายๆครั้งต้องพูดดักไว้ก่อนถึงลักษณะฟิล์มที่จะออกมา และเมื่อหักต้องพูดถึงผลการรักษาที่จะตามมาไว้ก่อน
กระดูกของเด็กมีส่วนที่เป็นกระดูกอ่อนที่เรียกว่า epiphyseal plate เป็นส่วนที่กำลังจะโตแล้วจะมีแคลเซียมมาเกาะกลายเป็นกระดูกแข็งต่อไป
ในเรื่องกระดูกหัก ส่วนนี้มีความสำคัญคือ
- หากหักแล้วเสียหายที่จุดนี้ กระดูกของเด็กจะไม่โตหรือโตช้า ถ้าเป็นแขนขาจะยาวไม่เท่ากัน
- เป็นที่ๆx-rayไม่เห็น เวลาถ่ายออกมาจะเห็นช่องว่างๆ

... เวลาเด็กปวดแขนเข้ามา แล้วไปถ่ายX-ray ก็จะเห็นเป็นช่องว่างๆดำๆอยู่ระหว่างกระดูกขาวๆซึ่งบอกไม่ได้ว่าตรงนั้นหักหรือไม่ หากแต่พ่อแม่เด็กเวลาไม่ดูฟิล์ม ก็จะมีบางคนชี้ให้หมอดูแล้วบอกว่า"นี่ไงรอยหัก" .. ก็ต้องอธิบายให้รู้ว่าที่เห็นเป็นช่องว่างๆนั่นเป็นกระดูกอ่อน (ตรงศรชี้)

รอยกระดูกอ่อน
รูปประกอบจาก http://www.shoppingtrolley.net/images/epiphyseal-plate.gif

ในทำนองเดียวกัน ถ้าแขนบวมมาก หมอก็ไม่สามารถบอกได้ว่าไม่หัก หมอก็จะให้ใช้ผ้าคล้องแขนเอาไว้แล้วนัดมาดูอาการ หากเวลาผ่านไปสองสัปดาห์ก็อาจจะถ่ายx-rayซ้ำใหม่ซึ่งอาจจะเห็นรอยที่มีแคลเซียมมาเกาะที่จุดหัก
ดังนั้นเวลาได้ข่าวเด็กแขนขาหักแล้วถ่ายที่แรกไม่เห็น แต่ไปที่ๆสองแล้วx-rayเจอ... ก็รู้ได้เลยว่าเกิดจากเรื่องนี้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบมากๆครับ อ่านได้ความรู้+สนุกสนานเพลิดเพลินHot!
ผมกระดูกนิ้วมือหักมาเดือนนึงแล้ว
หักตรงข้อกลางของนิ้วและตรงที่ติดกับฝ่ามือ

เมื่อวานหมอเพิ่งถอดที่ดามออก
แล้วก็ให้พยายามกำมือให้ได้
บอกว่า 2 อาทิตย์ถ้ายังห่างจากฝ่ามือเกิน2เซ็น
ให้กลับมาหาอีกครั้ง

หมออธิบายดีมากจนกระจ่าง
พอมาอ่านในนี้ก็ยิ่งกระจ่าง

ขอบคุณครับ

#2 By โรงบ่มฝัน on 2008-05-10 14:09

เป็นหมอก็ลำบากนะคะ
ทำอะไรไปบางครั้งคนไข้ก็ไม่เข้าใจสิ่งที่ทำ
(อาจจะเป็นเพราะคนไข้และญาติไม่อยากยอมรับ-แต่มันก็ยากนะ)
มาเข้าใจหมอก่อน เผื่ออนาคตเป็นคนไข้จะได้ยอมรับได้ง่ายขึ้น ^ ^

ไม่เคยกระดูกหักค่ะ แต่กลัวมากเลย เพราะได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่าถ้ากระดูกหักแล้วถึงรักษาดี ดูแลดียังไงกระดูกก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมไม่ได้ บริเวณกระดูกที่เคยหักจะเปราะและหักง่ายกว่าปกติ จริงรึเปล่าคะ
.
Hot!

#3 By ปูน on 2008-05-10 22:21

เป็นหมอดูท่าจะเหนื่อยกะการปะฉะดะกับญาติคนไข้sad smile
ที่จริงไอ้การเข้าใจผิด
เกิดจากการประชาสัมพันธ์น้อยไปขิงสาธารณสุขด้วยมั๊ง
อีกอย่าง... ญาติคนไข้มักจะตื่นตูมกว่าเหตุ confused smile

แถม..Hot!

#4 By SEsai * นิค ณ cubic s. on 2008-05-10 23:22