หมอแมว View my profile



 

การควบคุมกลิ่นในแผลผู้ป่วยมะเร็ง

มะเร็งหลายชนิดที่มีส่วนของแผลที่กว้างและเรื้อรังจะมีปัญหาเรื่องของกลิ่น เหม็นซึ่งรบกวนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ในกระบวนการรักษามะเร็งโดยเฉพาะการรักษาในช่วงสุดท้าย การควบคุมกลิ่นคือสิ่งที่สำคัญมากต่อผู้ป่วยและครอบครัว

เนื่องจากตอนเรียนไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้มากนัก และจำได้ว่าตอนเรียน แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ก็ยังมีเผลอทำบาปไปบ้างด้วยการแสดงสีหน้าว่ามีกลิ่น เลยมานั่งอ่านๆดูทั้งของไทยและต่างประเทศ เผื่อใครสนใจจะได้ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการดูแลคนไข้ได้
ผมขอลงแค่เป็นหัวข้อสั้นๆนะครับ แต่ทุกข้อสำคัญหมดและควรทำ

1.ควบคุมบรรยากาศในห้องที่อยู่

- จัดการการระบายอากาศให้ดี
- หาก้อนถ่านหรือเบกกิ้งโซดามาวางตามมุมห้องดูดกลิ่น
- ใช้เครื่องฟอกอากาศชนิดที่มีตัวฟอกอากาศCharcoal
- ใช้น้ำยาดับกลิ่น *** เน้นว่าดับกลิ่นนะครับ ในท้องตลาดมีสองชนิด แบบน้ำหอม และแบบดับกลิ่น เป็นคนละแบบกัน แบบน้ำหอมเราจะยังได้กลิ่นเหม็นอยู่ แต่แบบดับกลิ่น กลิ่นจะหายไปเลย
- ใช้สมุนไพรดับกลิ่น ได้แก่ ไพล / ขมิ้นชัน / ขมิ้นอ้อย / และถ้าไม่มีปัญหาทางเดินหายใจให้ใช้การบูร (การบูรระวังในกรณีมีคนในบ้านเป็นโรคทางเดินหายใจ เพราะอาจระคายเคืองทางเดินหายใจได้) นำมาโขลกรวมกันต้มให้มีไอแล้วเอาไปตั้งไว้ หรือห่อผ้านำไปนึ่งจากนั้นนำมาตั้งไว้ในห้อง

2. ควบคุมการติดเชื้อที่แผล
- ล้างทำความสะอาดเปลี่ยนผ้าที่แผลเป็นระยะ
- ตัดเนื้อตายออกเรื่อยๆ
- ถ้ามีหนองมาก ใช้ตัวทำแผลชนิดที่ดูดซับน้ำเหลืองน้ำหนองดีๆ
- ใช้ Metronidazole ในการทำความสะอาดแผล / หรือใช้ในDressing / หรือถ้าหาซื้อเจลได้ก็ใช้แบบเจล
- ใช้Dressing แบบ Silvernano
- ในกรณีมะเร็งในช่องปากและลำคอ ใช้Metronidazoleเม็ด บดละลายน้ำจากนั้นอมกลั้มปากและคอ ถ้าแพ้Metronidazoleให้ใช้กลุ่ม Tetracycline
- ในกรณีใช้สมุนไพร(แนะนำให้ไปถามคนที่มีความรู้จริง) ก็ใช้ไพล / ขมิ้นชัน / ขมิ้นอ้อย / น้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าว ทาแผล อย่าลืมความสะอาด
- น้ำผึ้งทาแผล (เลือกน้ำผึ้งแท้)

3. การควบคุมกลิ่นที่แผล
- ใช้ Charcoal Dressing แปะทับ
- เมื่อทำแผลเสร็จ ชั้นบนสุดใช้ผ้าห่อ Baking soda ทับไว้อีกชั้นเพื่อดูดกลิ่น
- สมุนไพร ตัวเดิม ไพล / ขมิ้นชัน / ขมิ้นอ้อย โขลก แปะทับบนสุดของผ้าก็อซ หรือ การบูรผง(น้อยๆ)/ขมิ้นผง ในกรณีที่ไม่สะดวกโขลกเอง

 

Recommend